เจดีย์สามองค์ วัดม่อนจำศีล

วัดม่อนจำศีล ตำบลพระบาท จังหวัดลำปาง มีเจดีย์อยู่ ๓ องค์คือ เจดีย์อรหันต์แปดทิศ (1)  เจดีย์พระฤาษี (2)  และเจดีย์ทอง (3)

2watmonjumsil-4

กล่าวกันว่าวัดม่อนจำศีลเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยพระแม่เจ้าจามเทวีแล้วถูกทิ้งไว้ให้รกร้าง จนกระทั่งมีพระมหาป่า เมืองแปง ซึ่งเป็นพระกรรมฐานได้ธุดงค์มาพบ เห็นเป็นวัดเก่าแก่ที่วิเวกเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมจึงได้เจริญกรรมฐานอยู่ประจำ ชาวบ้านเกิดศรัทธาเลื่อมใสได้ช่วยกันสร้างวิหารไว้หน้าซุ้มพระเจ้าทันใจเพื่อใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล  ในพ.ศ. ๒๔๑๐ คหบดีชาวพม่าได้นำช่างจากมันฑะเลย์ ประเทศพม่า มาทำการบูรณะและเปลี่ยนรูปทรงของเจดีย์ กำแพง และซุ้มประตูให้เป็นศิลปะแบบพม่า  มีการสร้างเจดีย์ขึ้นอีก ๒ องค์ รวมเป็น ๓ องค์  หากเพื่อน ๆ ขับรถขึ้นไปจนถึงลานข้างบน ก็จะพบกับเจดีย์องค์ที่อยู่ใกล้สุดคือ  “เจดีย์อรหันต์แปดทิศ” 

DSC_3394

 “เจดีย์อรหันต์แปดทิศ” (1) มีรูปปั้นพระอรหันต์ประจำ ๘ ทิศ สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ภาพที่ได้เห็นเป็นเจดีย์ที่ได้รับการบูรณะฯ ทาสีขาวและสีทองเรียบร้อยแล้ว ทางวัดจัดพิธีสรงน้ำเจดีย์อรหนต์แปดทิศเป็นประจำทุกปี…

DSC_3354

DSC_3353

DSC_3359w

DSC_3360

DSC_3361

ในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๗๐ – ๒๔๗๔  ฤาษีอูส่วยจากเมืองละไว้ได้สร้างเจดีย์องค์ที่สามให้ไว้คือ “เจดีย์พระฤาษี” (2) อยู่ทางด้านนี้ครับ….

DSC_3384

DSC_3371

DSC_3381

DSC_3380

DSC_3376

DSC_3374

DSC_3373

DSC_3387w

เจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดคือ “เจดีย์ทอง” (1) บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า…

DSC_3395

ปีพ.ศ.๒๕๒๘ ยอดเจดีย์ถูกฟ้าผ่าหักลงมา ได้รับการบูรณะใหม่เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ โดยกะเทาะปูนเดิมออกแล้วก่อฉาบใหม่ตรงรูปทรงระฆังคว่ำ พร้อมติดกระจกลงรักปิดทองและเปลี่ยนยอดฉัตรใหม่  สีขาวซึ่งดูเหมือนว่าจะลงใหม่เมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้เจดีย์ดูใหม่ขึ้นไปอีก…

DSC_3411

DSC_3414

DSC_3412W

DSC_3403

DSC_3404W

DSC_3402

DSC_3406

DSC_3399

DSC_3413

“วิหารพระเจ้าทันใจ” ประดิษฐานพระพุทธรูปซึ่งใช้เวลาสร้างสำเร็จภายในวันเดียว มีการบรรจุหัวใจพระเจ้าคล้ายกับหัวใจของมนุษย์ และวัตถุมงคลไว้ในองค์พระพุทธรูปด้วย…

DSC_3421

DSC_3417

DSC_3418

มาถึงวัดม่อนจำศีลแล้ว…เพื่อน ๆ อย่าลืมแวะขอพรจากพระเจ้าทันใจด้วยน้า!

วัดม่อนจำศีล ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง

สำหรับผมแล้ว อาจกล่าวได้ว่า “วัดม่อนจำศีล” ตำบลพระบาท อำเภอเมือง ก็เป็นอีกหนึ่งวัดของจังหวัดลำปางที่อยู่ในลิสต์ ” ไม่ไป…ไม่ได้ ” 

DSC_3422W

ทุกวันนี้ผมพยายามหาโอกาสสำรวจวัดวาอารามให้ได้มากที่สุดเพื่อนำภาพและข้อมูลบางส่วนมาโพสต์ไว้ ด้วยความหวังว่าเมื่อตายไป สิ่งที่ทำไว้อาจยังคงอยู่ใน cyber world ต่อไป สามารถใช้เป็นข้อมูลสำหรับนักเดินทางนักท่องเที่ยวได้… แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ยังดี!

DSC_3423

คำว่า “ม่อน” ภาษาพื้นเมืองหมายถึงเนินเขาหรือยอดเขา อย่างเช่น ม่อนพญาแช่ ม่อนกระทิง หรือ “ม่อนจำศีล” ที่ผมกำลังขึ้นไปเยือน ม่อนนี้มีวัดเก่าวัดแก่อยู่บนเนื้อที่ ๗๐ ไร่ชื่อว่า “วัดม่อนจำศีล”   จากวัดจองคำ (1) ข้ามสะพานคลองชลประทานเพื่อขึ้นไปยังวัดม่อนจำศีล….

2watmonjumsil-5

จะเห็นซุ้มประตูโขงเก่า (2) อยู่ทางด้านขวามือ…

DSC_3341

DSC_3340

DSC_3346w

ทางด้านขวาผมเห็นซากบันไดทางขึ้นไปสู่วิหารไม้ถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรม…

DSC_3342w

อาคารของโรงเรียนปริยัติวัดม่อนจำศีล (3) ตั้งอยู่ทางด้านขวา…

DSC_3344

ถึงแล้วครับ… ไปดูที่พระอุโบสถ (1) กันก่อนเลย

2watmonjumsil-2

เดินตรงไป…ผ่านพระปฏิมา ๒ องค์ประดิษฐานอยู่ทางซ้าย

DSC_3356

รู้สึกว่าอุโบสถเก่าแก่เริ่มมีการบูรณะปฏิสังขรณ์กันบ้างแล้ว ผมเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ

DSC_3357

DSC_3362

DSC_3363

DSC_3363w

DSC_3364

DSC_3365

DSC_3367

ใบเสมาดูไม่เหมือนใคร…

DSC_3366

DSC_3367ww

DSC_3368

DSC_3369

DSC_3370

DSC_3389w

DSC_3390

อนุโมทนาสาธุ…ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบูรณะปฏิสังขรณ์พระอุโบสถหลังนี้ คงจะรักษาไว้ซึ่งคุณค่าในความเป็นโบราณสถานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

วัดจองคำ ต.พระบาท ลำปาง

DSC_3444

เมื่อวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ ผมเขียนเรื่องวัดจองคำที่อำเภองาว แล้วยังบอกว่ายังมี “วัดจองคำ” อีกแห่งหนึ่งที่แม่ฮ่องสอนซึ่งได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะหาโอกาสไปเยือน  วันนี้มีโอกาสผ่านไปทางบ้านพระบาท…ผมได้ค้นพบ “วัดจองคำ” อีกวัดหนึ่งของจังหวัดลำปาง!! 

2watjongkum2

จากสี่แยกสนามบินบนถนนพหลโยธินสามารถเดินทางไปยัง “วัดจองคำ” ได้ทั้งทางถนนวชิราวุธดำเนินและถนนบ้านพระบาท…

2watjongkum3

จากถนนเลียบคลองชลประทาน… เลี้ยวลงไปนิดเดียวก็ถึงซุ้มประตูทางเข้า

DSC_3448

ผมถ่ายภาพด้านหลังซุ้มประตูมาให้ดูด้วย…

DSC_3445

เข้าไปแล้วเห็นอาคารและศาลาจันทร์-โกศลฯ ตั้งอยู่ทางด้านขวามือ…

DSC_3439

DSC_3442

DSC_3446

ทางด้านซ้ายมีสนามหญ้า…

DSC_3440

และอาคารอีก ๑ หลัง…

DSC_3425

อ้อมไปเจอกับต้นโพธิ์และศาลเรียงรายอยู่ริมรั้ว…

DSC_3424

DSC_3427

พระเจดีย์เป็นหนึ่งเดียวในลำปาง… ผมเน้นเก็บภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูเป็นพิเศษ!

DSC_3428

DSC_3435

DSC_3430

DSC_3431

DSC_3431W

DSC_3429

DSC_3432

DSC_3436W

แม้มิได้เป็นวัดใหญ่โตและมีชื่อเสียงเหมือนวัดจองคำที่อำเภองาว…แต่ก็น่าไปเยือนครับ!

วัดกาศโป่ง ต.ปงแสนทอง ลำปาง

DSC_3457

อาศัยอยู่ตำบลปงแสนทองมานับ ๑๐ ปี…ผมก็ยังไม่เคยได้ไปเยือน “วัดกาศโป่ง”  วันนี้ย้ายไปเป็นคนห้างฉัตรแล้ว…พอดีมีเวลาก็เลยอยากพาเพื่อน ๆ ไปเยือนซะหน่อย!

2watkadpong0

จากสะพานนาก่วม ขับรถมุ่งหน้าไปยังห้างฉัตร หลังจากผ่านทุ่งกู่ด้ายมาได้ไม่นาน ก่อนถึงบริษัทควอลิตี้ เซรามิก มีทางเลี้ยวซ้ายให้เลือกที่จะขับรถไปยังวัดกาศโป่ง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรครึ่งพอ ๆ กัน…

2watkadpong3

วัดกาศโป่ง อยู่หมู่ ๗ ตำบลปงแสนทอง อำเภอเมือง จังหวัด ลำปาง สังกัดมหานิกาย…

2watkadpong1

ต้นโพธิ์สูงใหญ่ (1) ขวางอยู่หน้าประตูทางเข้า (2) พอเดินผ่านเข้าไป ผมก็เผชิญหน้ากับพระอุโบสถงดงาม…

DSC_3458

ศาลาอเนกประสงค์ (6) ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีภาพจิตรกรรมที่หน้าบัน…

DSC_3475

DSC_3477

ถัดไปเป็นหอระฆังสวยงาม…

DSC_3459

DSC_3461

อดีตคนบ้านปงเดินเก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ

DSC_3463

DSC_3462

DSC_3464

DSC_3466

DSC_3465

DSC_3468

DSC_3470

DSC_3471W

DSC_3471WW

เดินไปหลังโบสถ์ ผมเห็นได้ว่าวัดนี้ไม่มีเจดีย์….

DSC_3472

DSC_3473

ใบเสมารูปร่างอย่างเนี้ย ผมเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก…

DSC_3474

DSC_3469

ฐานที่ตั้งใบเสมาทำให้ผมอดคิดถึงศิลปะขอมที่ได้ไปเห็นที่เสียมเรียบไม่ได้!

ซ.ต.พ. เรื่องการเดินทางด้วยจักรยานพับ

เรียกการท่องเที่ยวที่มีจักรยานพับติดตัวไปด้วยว่า “FB Trip” หรือ “Folding Bike Trip” … ผมมีความเชื่อมั่นว่ามันจะทำให้การเดินทางคล่องตัว สะดวก และสามารถท่องโลกได้เจาะลึกกว้างไกลยิ่งขึ้น แถมยังช่วยให้ประหยัดเงินค่าโดยสารได้อีกด้วย…

coyote1

เจ้า Coyote เป็นจักรยานพับโครงเหล็กคันแรกที่ผมใช้ มันมีล้อขนาด ๑๖ นิ้ว ซื้อต่อมาอีกทีนึงในราคา ๒,๐๐๐ บาท ผมเริ่มค้นหาข้อดีข้อเสียเกี่ยวกับ FB Trip โดยนำมันขึ้นรถเมล์เขียวจากลำปางไปปั่นที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย…

pom

ตอนแรกยังคงต้องซื้อกระเป๋ามาใส่แล้วหิ้วขึ้นรถไป…

coyote from prayoa

พอถึงจุดหมายจึงค่อยนำจักรยานออกจากกระเป๋า ปัญหาคือเมื่อกางจักรยานออกพร้อมปั่น ยังเหลือกระเป๋าที่ใช้ใส่มา ผมต้องพกไปด้วยพร้อมกับเป้สะพายหลัง มันเกะกะและทำให้การปั่นจักรยานพับคันเล็กไม่สะดวกเท่าที่ควร อย่างใดก็ตามเมื่อได้ที่พักแล้ว การปั่นจักรยานออกเที่ยวก็สามารถทำได้ง่าย มันพาผมไปได้ทุกที่…

502

ต่อมาผมพาเจ้า Coyote ใส่กระเป๋าหิ้วขึ้นรถเมล์เขียวไปเชียงใหม่ จำได้ว่าระหว่างทางพนักงานสาวเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็นพ่อค้า เธอถามว่าจะไปขายอันหยัง?  หุหุ ไม่รู้รึว่ามีจักรยานอยู่ในกระเป๋า?  หนักหน่อยเมื่อผมนำมันใส่รถไฟไปอุตรดิตถ์… เที่ยวเมืองลับแลแล้วปั่นขึ้นไปจนถึงน้ำตกแม่พูล

R0015287w

R0015332w

ผมใช้เจ้า Coyote มาเรื่อย ๆ จนกระทั่งยกให้หลานชายเอาไปใช้ที่เชียงใหม่  ว่างเว้นไปหลายเดือนจนในที่สุดได้ตัดสินใจสั่งซื้อจักรยานพับยี่ห้อ ฺBanian รุ่น Haima H9 ราคาไม่ถึงหมื่นมาให้เป็นรางวัลชีวิตแก่ตัวเอง

banian17

จักรยาน ๙ สปีดโครงอลูมิเนียมของจีน คอปรับไม่ได้ บันไดก็พับไม่ได้ ล้อใหญ่กว่าเดิมคือ “๒๐ นิ้ว” มีแกนล้อแบบปลดเร็วทั้งคู่ นอกจากนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรพิเศษ มันไม่แข็งแรงบึกบึนเหมือนรถราคาแพง  แต่สำหรับผมแล้วมีข้อดีคือน้ำหนักเพียง ๙ กิโลกรัม ใช้เวลากางหรือพับเก็บไม่เกิน ๑ นาที!

ผมทดลองนำเจ้า Haima ขึ้นรถไฟขบวนท้องถิ่นไปลงลำพูนและเชียงใหม่ แล้วปั่นด้วยระยะทางประมาณ ๑๐ – ๒๐ กิโลเมตรให้คุ้นเคย จากนั้นก็เริ่มต้นทริปแรกด้วยการนำมันใส่รถไฟไปลงอุตรดิตถ์ ต่อรถยนต์โดยสารไปลงบ้านโคก แล้วปั่นไปด่านภูดู่เพื่อเข้าลาว ดังที่ได้นำประสบการณ์น่าประทับใจมาเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ ได้อ่านแล้ว…

502

ครั้งล่าสุดผมก็ได้อาศัยเจ้าจักรยานพับคันนี้แหละ เดินทางจากบ้านห้างฉัตร ขึ้นรถไฟ ๒ ต่อ ไปลงที่สถานีหลักสี่ กทม. แล้วปั่นไปร่วมงาน wedding concert ของ ดร.หมอน และคุณกระต่ายที่หอประชุมไปรษณีย์ไทย….

133

154

DSC09948

จักรยานพับคันนี้สามารถพาผมเดินทางจากบ้านห้างฉัตรไปถึงหน้างานได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

158

ผมได้แสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ฟังเพลงเพราะ ๆ และสัมผัสชีวิตของคนกรุงเทพ…

DSC09931

232

269

จากนั้นก็ปั่นจักรยานกลับไปสถานีหลักสี่…

275

278

ซื้อตั๋วรถด่วนขบวนสุดท้าย (กรุงเทพ – เชียงใหม่) ต้องนำจักรยานขึ้นรถด่วนเป็นครั้งแรก ผมไม่มั่นใจว่าจะมีที่ให้ไว้จักรยานหรือเปล่า?  รู้แต่ว่ามีพื้นที่ว่างระหว่างที่นั่งน้อยมาก  ระหว่างรอรถรู้สึกหนักใจอยู่ไม่น้อย!

142

ในที่สุดก็ยิ้มออก เมื่อเจ้าจักรยานน้ำหนักแค่ ๙ กิโลกรัมสามารถนำขึ้นไปเก็บไว้บนชั้นวางสัมภาระเหนือหัวได้อย่างสบาย ๆ…

281

ล็อคไว้อย่างแน่นหนา…

284

พาลงที่สถานีนครลำปาง…

339

แล้วปั่น ๑๔ กิโลเมตรกลับบ้านที่ห้างฉัตรได้โดยไม่ต้องใช้บริการรถยนต์สาธารณะเหมือนทุกครั้ง!

345

ถึงวินาทีนี้ผมยืนยันได้แล้วว่าจักรยานพับที่สามารถหนีบเข้ารักแร้พาขึ้นรถไฟหรือใส่รถทัวร์ จะพาเพื่อน ๆ ท่องโลกได้อย่างสบาย… ไปที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าในเมืองไทยหรือต่างแดน! 

วัดต้นเหียว อ.สารภี

เพื่อน ๆ ที่รักครับ คอมพ์เสียอีกแล้ว แต่ยังซ่อมได้ ผมต้องเอาเมนบอร์ดเก่ากลับมาใช้ พร้อมทั้งใช้โปรแกรมแก้ไขเรื่องฮาร์ดดิสก์ ซึ่งต้องใช้เวลาเป็นวัน ๆ นอกจากนั้นเมื่อวันที่ ๓-๔ ผมยังมีโอกาสนำจักรยานพับขึ้นรถไฟไปลงที่สถานีหลักสี่ แล้วปั่นไปร่วมงานคอนเสิร์ทของ ดร.หมอน นักวิทยาศาสตร์  นักเปียโน และนักแต่งเพลงผู้มีความสามารถ ได้แสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวและฟังเพลงเพราะ ๆ ก่อนที่จะปั่นจักรยานรถไฟหลักสี่เพื่อจับรถด่วนขบวนสุดท้ายกลับลำปาง นับได้ว่าเป็นทริปจักรยานพับช่วงสั้น ๆ ที่สามารถนำเรื่องมาเขียนให้เพื่อน ๆ ได้อ่านอีกอย่างน้อยก็อีก ๒-๓ วัน

ส่วน “FB Trip ไปลำพูน” ยังคงเหลือ “วัดต้นเหียว” อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโบนัสสำหรับทริปนี้อีกวัดนึง ่ได้แวะไปเยี่ยมชมก็เมื่ออาทิตย์ใกล้ลับลา จากวัดช่างเคิ่งผมปั่นจักรยานประมาณ ๑ กิโลเมตรครึ่งถึงทางเข้าวัดต้นเหียวซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ…

416

411

วัดต้นเหียว สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๘๕ ตั้งชื่อวัดโดยใช้ชื่อต้นไม้ที่ขึ้นอยู่หน้าบริเวณวัด ซึ่งก็คือ “ต้นไม้เหียว” ซึ่งปัจจุบันยังคงเหลืออยู่ราว  ๗ ไร่ภายในวัดปรากฏหลักฐานทางโบราณวัตถุสำคัญ คือหอพระไตรปิฏก หอธรรม อันเป็นที่เก็บคัมภีร์ธรรมใบลาน หนังสือประวัติคำสอนและพระไตรปิฎก ซึ่งสันนิษฐานว่าหอพระไตรปิฏกหลังนี้สร้างขี้นพร้อมกับวัดต้นเหียว นอกจากนี้ทางวัดต้นเหียวยังเก็บหลักฐานทางโบราณวัตถุอย่างอื่น ได้แก่ ของเก่าของวิหารหลังเก่า เช่น หน้าจั่ว กลองหลวง นาคกระตัน เป็นต้น

405

ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของหอธรรมวัดต้นเหียวนั้นมีความพิเศษกว่าวัดทั่วไปในล้านนา เพราะวัดทั่วไปส่วนใหญ่นิยมสร้างหอธรรมเป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนเพื่อความแข็งแรง ส่วนชั้นบนนิยมสร้างด้วยไม้ในลักษณะของสถาปัตยกรรมล้านนาย่อส่วน

หอธรรมวัดต้นเหียวเป็นอาคารปูนชั้นเดียว เสาสี่เหลี่ยม ต้นใหญ่และทึบตัน ทางเข้าด้านหน้าเป็นมุขยื่นออกมาเล็กน้อย ประตูโค้ง กรอบประตูประดับด้วยกระจกสีเรียบง่าย คล้ายลักษณะสถาปัตยกรรมยุโรป โครงสร้างหลังคาสร้างด้วยไม้แบบเรียบๆ หน้าบันกรอบกลางประดับกระจกสีเป็นลายเลขาคณิต รอบๆ เป็นไม้แกะสลักลายลายพรรณพฤกษา มองแล้วแปลกตาดี

พระวิหารของวัดต้นเหียวเป็นพระวิหารสร้างใหม่ตามแบบสถาปัตยกรรมล้านนาประยุกต์ ลวดลายวิจิตรงดงาม ตัวอาคารเน้นโทนสีเขียวและทอง บันไดทางขึ้นพระวิหารด้านหน้าขนาบด้วยปูนปั้นพญานาคตามแบบธรรมเนียมนิยม หน้าบันประดับด้วยลวดลายพรรณพฤกษา ฝาผนังเขียนลวดลายจิตรกรรม เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ

(ที่มาข้อมูล : theyang.go.th – tripchiangmai.com – ขอขอบคุณ)

386

389

387

395

390

396

391

388

392

393

398

404

399

418

หอไตรที่ถูกกล่าวถึง…

400

403

402

หอระฆังวัดต้นเหียวสร้างอยู่บนอาคาร ๓ ชั้นซึ่งใช้ประโยชน์ได้มากกว่าหอระฆังที่สร้างกันโดยทั่วไป…

408

ที่เห็นคงจะเป็นศาลาอเนกประสงค์…

410

FB Trip ไปลำพูนจบแล้ว ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่ให้ความสนใจ แล้วผมจะไปแสวงหาเรื่องราวมาฝากอีกนะครับ…

วัดช่างเคิ่ง อ.สารภี

2watchangkaung4

แดดร่มลมตกขณะกำลังอยู่ในเขตอำเภอสารภี… จากวัดปากกอง (1) ผมปั่นจักรยานไปตามทางหลวงหมายเลข 106 ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตรถึงวัดช่างเคิ่ง (2)

378

2watchangkaung-2

ชื่ออาจจะฟังแปลกหู คำว่า “ช่างเคิ่ง เป็นภาษาเหนือหมายถึง “ครึ่ง หรือ กึ่งกลาง”  ก็คือวัดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างกิโลเมตรที่ ๑๓ ของอำเภอเมืองลำพูนและอำเภอเมืองเชียงใหม่ (เว็บ templethailand.org เค้าว่าอย่างงั้น)

381

ต้นโพธิ์สูงใหญ๋ตระหง่านอยู่ด้านหน้า…

374

วัดช่างเคิ่งตั้งอยู่เลขที่ ๑๒๔ บ้านช่างเคิ่ง ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ตำบลสารภี จังหวัดเชียงใหม่ สังกัดมหานิกาย มีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๕๓ ตารางวา สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๓๐๐ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๒๒ เมตร ยาว ๒๙ เมตร…

379

วิหาร (3) ก็วิจิตรงดงามเช่นเดียวกัน…

350

351

354

355

356

353

357

358

359

360

มีอุโบสถ (4) ตั้งอยู่ติด ๆ กัน  (ที่เชื่อว่าเป็นอุโบสถเพราะเห็นป้ายห้ามสตรีขึ้นอยู่ตรงบันได)

361

363

362

364

วัดนี้หาได้มีเจดีย์อยู่หลังวิหารเหมือนวัดส่วนใหญ่ อาจจะมีเนื้อที่ไม่พอ ต้องไปสร้างเอาไว้ตรงมุมด้านโน้น (5)…

352

368

369

370

ปั่นจักรยานออกจากวัดช่างเคิ่งทางประตูด้านเหนือ…

375

ฝนกำลังทำท่าจะเทลงมา… ผมออกแรงปั่นให้เร็วขึ้น!