A Frame A Day – มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano)

เมื่อคืนวาน… เห็นรายการที่นี่หมอชิตออกอากาศทางช่อง 7  ผู้ดำเนินรายการไปยืนเจรจาเต๊ะท่าอยู่หน้ามหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ประเทศอิตาลี ผมบอกพี่จ๋าว่าเคยไปที่นั่นมาแล้วเมื่อ ๓๐ ปีก่อน ถ้าไม่เชื่อเดี๋ยวจะหาภาพมายืนยัน!!

ภาพจาก wikipedia

มหาวิหารเมืองมิลาน – ภาพจาก wikipedia

เช้านี้ผมลงมือค้นหาในกล่องฟิล์มสไลด์ที่เก็บไว้นาน ๓ ทศวรรษ… เจอแล้วครับ!  มีอยู่ภาพเดียวเท่านั้น เป็นภาพที่ถ่ายโดยกล้อง Pentax K-1000 ด้วยฟิล์มสไลด์ยี่ห้อ Agfa (ปัจจุบันนี้สีเพี้ยนไปมากแล้ว)

img314

หุหุ… ๓๐ ปีก่อนที่คุณดู๋จะพาคณะไปบันทึกภาพมาออกอากาศ  เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๘ ผมได้บันทึกไว้ว่า…

ทีแรกอยากจะซื้อแผนที่เมืองมิลาน ปรากฏว่าราคา ๔,๐๐๐ ลีร์ แต่มีเงินแค่ ๑๑,๐๐๐ ลีร์ เลยไม่ได้ซื้อ สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าไป Duomo ได้อย่างไร เค้าบอกให้นั่งรถไฟใต้ดินไป ในที่สุดก็มีโอกาสได้ขึ้นรถไฟใต้ดินเป็นครั้งแรกในชีวิต!!
Duomo อยู่ไกลจาก Central FS จึงต้องไปโดยรถไฟใต้ดิน ได้ประสบการณ์ในการซื้อตั๋วจากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ หยอดเหรียญ ๑๐๐ ลีร์ลงไป ๕ เหรียญ แล้วได้ตั๋วออกมา…
ต้องต่อรถไฟใต้ดินอีกสายหนึ่งเพื่อจะไปยัง Duomo (ไม่ต้องซื้อตั๋ว หากยังอยู่ใต้ดินจะไปที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าโผล่ขึ้นบนดินแล้ว จะลงก็ต้องซื้อตั๋วอีก)  ดีใจที่ไม่หลง!  ในที่สุดก็โผล่ยังทางออกสู่ Duomo
ตกตะลึงในความใหญ่โตของมหาวิหาร สถาปัตยกรรม gothic ที่สวยที่สุดในอิตาลีตอนเหนือ เริ่มสร้างเมื่อปี 1386 แล้วเสร็จปี 1813…
ขณะนั้นแดดไม่ร้อน ฝูงนกมาชุมนุมกันเต็มลาน นักท่องเที่ยวก็ไม่มากนัก ถ่ายภาพมหาวิหารไว้ แต่ไม่สามารถเก็บภาพได้เต็ม ๆ ทั้งหลัง!
เดินเข้าไปชมข้างใน กำลังมีนมัสการเช้าวันอาทิตย์พอดี (มีคนไปนมัสการน้อย) ภายในค่อนข้างมืดและดูศักดิ์สิทธิ์ ผู้คนจุดธูปเทียนบูชาพระคริสต์และพระแม่มารี พร้อม ๆ กับเสียงสวดทำให้บรรยากาศเพิ่มความขลังขึ้นอีก
อยู่ในวิหารได้พักใหญ่ก็ออกไปทาง opera house ซึ่งอยู่บริเวณ La Scala….

พอดีค้นเจอภาพสไลด์อีก ๑ บาน เป็น Stained glass ภายในมหาวิหารที่ผมได้บันทึกมาเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๘…

stained-glass

วันนี้เล่าเรื่องเก่าหน่อยน้าาาาา….

วัดช้างสี ลำพูน

จากวัดพระคงฤาษี… ผมเดินผ่านประตูช้างสี  โดยไม่ลืมเก็บภาพคูเมือง (1) และกำแพงเมือง (2)… 

lumpoon-231

lumpoon-230

watchangsee1

ถนนที่อยู่เบื้องหน้าคือถนนลำพูน-เชียงใหม่  ขณะนี้เย็นมากแล้ว…ผมคงต้องกลับไปที่คิวรถตู้ซึ่งจอดอยู่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ขอเก็บภาพซุ้มประตู  (3) ไว้อีก ๑ บาน ก่อนเข้าสู่นครหริภุญชัยชั้นใน!

lumpoon-229

ที่เห็นทางขวามือคือ วัดช้างสี

lumpoon-239

ยังพอมีเวลา… เข้าไปชมด้วยกันนะ

lumpoon-243

lumpoon-256

ซุ้มประตูและบานประตูไม่เหมือนวัดอื่น ดูคล้ายประตูรั้วบ้านเศรษฐีบางคนในภาคเหนือ!

lumpoon-244

ใบเสมาเช่นนี้ก็หาดูได้ยาก…

lumpoon-245

หน้าอุโบสถอยู่เกือบชิดติดรั้ว ผมได้แต่นำภาพกลับมาฝากเพื่อน ๆ

lumpoon-238

lumpoon-247

lumpoon-249

lumpoon-250

lumpoon-251

lumpoon-253lumpoon-252

lumpoon-255

lumpoon-248

มีภาพโบสถ์ด้านข้างอีก ๑ บาน…

lumpoon-254

ตอนเดินเข้าประตู เจ้าดำตัวที่เห็นก็เห่าเสียงดังพร้อมกับพุ่งเข้ามาหา ผมปลอบใจตัวเองว่าหมาเห่าไม่กัดพร้อมกับบอกว่า “มาแอ่ววัด…บ่ดีขบเน้อ”  เจ้าเขี้ยวขาวพูดรู้เรื่อง มันหันกลับไปนอนที่กองทรายเช่นเดิม แต่ก็ยังดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ!!

lumpoon-258

มีเจดีย์ (5) อยู่หลังอุโบสถเหมือนกับวัดในล้านนาทั่ว ๆ ไป  ผมเห็นแล้วล่ะ แต่พอดีมีสุนัขสีขาวอีก ๑ ตัวกำลังนอนหลับขวางทางอยู่ ถ้าจะเดินไปถ่ายภาพ ก็เกรงว่าจะไปปลุกให้มันลุกขึ้นมาไล่งับ เมื่อไม่มีภาพพระเจดีย์ จึงต้องขออนุญาตนำภาพจาก wikimapia.org มาใช้แทนดังนี้…

ภาพจาก wikimapia.org - thanks!

ภาพจาก wikimapia.org – thanks!

วัดช้างสีมีรูปปั้นช้างค่อนข้างเยอะ  ผมเก็บภาพไว้อีก ๑ บาน ก่อนเดินออกจากวัด!

lumpoon-242

ยังมี “วัดช้างรอง” อีกวัดที่ตั้งใจว่าจะไป แต่คงไม่มีเวลาแล้ว!

วัดพระคงฤาษี ลำพูน

เมื่อพระนางจามเทวีได้เสวยราชเป็นองค์ปฐมกษัตริย์ของนครหริภุญชัย พระองค์ทรงโปรดให้สร้างมหาวิหารประจำทิศต่าง ๆ ของเมืองไว้ ๕ วัดด้วยกันคือ วัดอาพัทธาราม (วัดพระคงฤาษี), วัดมหาลดาราม (วัดประตูลี้) , วัดมหาวราราม (วัดมหาวัน), วัดอรัญญิกรัมมาราม (วัดดอนแก้ว)  และวัดมูลการาม (วัดมณียราม)  ผมเคยเขียนและโพสต์ภาพวัดประตูลี้หรือวัดสังฆารามไว้แล้ว วันนี้ขอนำภาพวัดพระคงฤาษีมาให้เพื่อน ๆ ได้ชมอีกวัดครับ…

lumpoon-221

วัดนี้อยู่ใกล้ ๆ กับสถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน (2) ซึ่งถูกขนาบด้วยถนนลำพูน-เชียงใหม่ (1) และถนนพระคงฤาษี…

lumpoon-226

watprakong

lumpoon-194

อ่านประวัติ วัดพระคงฤาษี (อาพัทธาราม) ก่อนนะ…

๑. วัดพระคงฤาษี (วัดอาพัทธาราม) ตั้งอยู่เลขที่ ๗๑ ถนนพระคงฤาษี ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินวัดมีเนื้อที่ ๒ ไร่ ๑ งาน ๒ ๒/๑๐ ตารางวา หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน คือ ๒๗๕๐ เลขที่ ๒๘ อาณาเขตทิศเหนือประมาณ ๓๐ เมตร จดซอยพระคงฤาษี ทิศใต้ประมาณ ๓๐ เมตร ทิศตะวันออกประมาณ ๖๐ เมตร ทิศตะวันตกประมาณ ๖๐ เมตร
๒. วัดพระคงฤาษี ตามตำนานนั้นมีชื่อว่า “อาพัทธาราม” เป็นวัดพระนางจามเทวีโปรดให้สร้างขึ้น เป็นหนึ่งในจำนวน ๔ วัดเพื่อเป็นจตุรพุทธปราการ เมื่อปี พ.ศ. ๑๒๒๓ ประจวบกับก่อนหน้านี้ พระฤาษีสองคนคือ พระวาสุเทพฤาษี และพระสุกกทันตฤาษีได้มาพบกัน ณ ตรงจุดวัดพระคงนี้ เพื่อปรึกษาหารือกันในการที่จะสร้างหริภุญชัยนครขึ้นมา เนื่องจากมีผู้พบพระพิมพ์เนื้อดินเผา เรียกว่า “พระคง” ที่วัดนี้เป็นจำนวนมาก และเชื่อกันว่าเป็นพระคงที่พระวาสุเทพฤาษี และพระสุกกทันตฤาษีสร้างไว้ จึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดพระคงฤาษี” นับตั้งแต่นั้นมา
๓. วัดพระคงฤาษีได้รับพระราชทานพัทธสีมา เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓

lumpoon-158

อุโบสถ (4) งดงามยิ่ง…

lumpoon-159

lumpoon-160

lumpoon-161

lumpoon-193

lumpoon-192

โชคดีประตูเปิดให้ผมได้เห็นภายใน…

lumpoon-168

lumpoon-169

lumpoon-170

lumpoon-179

ด้านหน้ามีฆ้องและกลองปูจาตั้งอยู่…

lumpoon-187

lumpoon-189

ซุ้มหน้าต่างก็สวย…

lumpoon-190

lumpoon-191

lumpoon-220

ตามตำนานกล่าวว่า วาสุเทพฤาษีได้ใช้ไม้เท้ากรีดพื้นเพื่อเขียนแผนผังเมืองลำพูน ณ เจดีย์ (5) แห่งนี้…

lumpoon-198

lumpoon-208

lumpoon-218

lumpoon-209

lumpoon-202

lumpoon-210

lumpoon-204

แล้วผมจะตามเก็บภาพอีก ๓ วัดที่ยังเหลืออยู่มาให้เพื่อน ๆ ดูนะครับ!

ขนมจีนโรยสด ณ ลำพูน

มาเยือนนครหริภุญชัยคราวนี้ มื้อกลางวันผมตั้งใจมาจากบ้านแล้วว่าจะต้องหาอะไรอร่อย ๆ กิน! จำได้ว่าเคยไปกินอาหารตามสั่งที่ร้าน ๆ หนึ่งบนถนนลำพูน-เชียงใหม่ อยากไปกินอีกสักครั้ง แต่หาไม่เจอ คิดว่าคงเลิกกิจการไปแล้ว

ผมเห็นป้ายร้านอาหารเจอยู่ข้างหน้า รีบเดินตรงไป…อ้าว! ไม่เปิด! เห็นป้ายโฆษณาร้านอาหารอีกร้านก็ตามไปจนถึงหน้าร้าน…แต่ก็ไม่เห็นมีใครอยู่ เข้าใจว่าคงทิ้งหน้าร้านไปทำธุระด้านหลัง  อืมมม์… สงกะสัยว่าเที่ยวนี้คงจะอดกิน “ของลำ” ซะแล้ว!  ที่หน้าจวนผู้ว่าฯ  เห็นป้ายร้านสเต็ก”น่าจวน” สำหรับผมแล้วไม่ชวนกินเพราะไม่ชอบสเต็ก…

lumpoon-267

lumpoon-268

ยิ่งเป็นบะหมี่-เกี๊ยวหมูแดง ยิ่งต้องถอยกลับ…

lumpoon-312

lumpoon-270

ถ้าเป็นหมู ไม่ว่าจะเด้งหรือไม่เด้ง ผมกินไม่ได้ทั้งนั้น…

lumpoon-313

จากไปรษณีย์ลำพูน (2)…

lumpoon-307

ถ้าเดินย้อนลงมาทางศาลากลาง (1) ทางขวามือจะมีถนนเล็ก ๆ คือ “ซอยราชวงศ์”

soipsn

ตรงปากซอย (3) ผมเห็นป้ายเตะตาว่า “ขนมจีนโรยสด” มีลูกศรชี้ให้เดินเข้าไป….

lumpoon-309

น่าสนใจแฮะ! ผมเข้าไปไม่ไกล ก็พบกับศาลากาแฟ (4) อยู่ใต้ต้นไม้ร่มรื่น ตกแต่งด้วยสีสันแปลกตา…

lumpoon-126

lumpoon-136

ขนมจีนน้ำยาเป็นอาหารที่ทานได้ ยิ่งถ้ามีผักเยอะ ๆ ก็โอเลยล่ะ งั้นขอฝากท้องไว้ที่ร้านนี้ละกัน…

lumpoon-145

คุณเอ็ม หนุ่มนักดนตรีจากดินแดง กทม. เจ้าของร้านเข้ามาทักทายให้การต้อนรับเป็นอย่างดี…

lumpoon-152

ผมสั่งน้ำผลไม้มาดับกระหายก่อน…

lumpoon-127

ตามด้วยขนมจีนโรยสด น่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมได้ลิ้มรส อยู่ลำปางก็กินขนมจีนอยู่บ่อย ๆ แต่เป็นขนมจีนจากโรงงานผลิตที่จำหน่ายกิโลกรัมละ ๒๐ บาท แต่เนี่ยเป็นขนมจีนทำเองที่เส้นเล็กกว่าและดูน่ากิน!!

lumpoon-119

มีทั้งน้ำยากุ้ง น้ำยาปู ฯลฯ แต่ผมสั่งน้ำยากระทิซึ่งคงจะใส่ปลา…

lumpoon-122

คุณเอ็มยกมาให้พร้อมกับผักใส่ถ้วยมา ๕ อย่าง…

lumpoon-118

เจ้าของร้านบอกว่าผักยังมีให้ตักเพิ่มอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า…

lumpoon-128

มีแคบหมูและไข่ต้มขายด้วย…

lumpoon-133

lumpoon-132

ผลไม้กินฟรี…

lumpoon-134

นอกจากลิ้มรสอาหารอร่อยแล้ว ตาแก่จากเมืองรถม้าผู้ทำร้านเปียโนมาได้ ๒ ปีแต่ยังไม่เสร็จซักกะทียังได้คุยกับคุณเอ็มหนุ่มไฟแรงอย่างออกรสออกชาติ มิตรภาพของชายต่างวัย ๒ คนเริ่มต้นจากความคิดเห็นและทัศนะที่ตรงกันหลายอย่าง…

ภาพจาก fb คุณ Em

ภาพจาก fb คุณ Em

ก่อนจากมา…. ผมได้ถ่ายภาพความคิดสรรสร้างของคุณเอ็ม เจ้าของร้านขนมจีนโรยสด ณ ลำพูนไว้อีกหลายบาน

lumpoon-137

ชอบใจติ้วเมนูในกระบอกไม้ไผ่…

lumpoon-123

lumpoon-155

lumpoon-156

โต๊ะอาหารมีชื่อว่า ” เมียเด็ก” และ “ถามแม่”

lumpoon-125

lumpoon-135

ห้องครัวดูสะอาดและไม่ปิดบัง ร้านอาหารที่ดีต้องมองเห็นได้อย่างนี้ครับ…

lumpoon-139

lumpoon-148

lumpoon-150

lumpoon-143

lumpoon-151

lumpoon-141

มาเจอร้านขนมจีนโรยสด ณ ลำพูน ผมได้อิ่มท้องและอิ่มใจ หวังว่าคงมีโอกาสได้แวะมาอุดหนุนอีกนะครับ!

พระบรมธาตุหริภุญชัย

ก่อนก้าวเดินผ่านซุ้มประตูโขงไปยังวัดอื่น… ผมขอหยุดอยู่ที่วัดพระธาตุหริภุญชัยอีกสักพัก อยากให้เพื่อน ๆ ได้ดูภาพพระบรมธาตุ หอระฆัง หอไตร และเขาพระสุเมรุจำลอง!

lumpoon-096

พระบรมธาตุหริภุญชัย ตั้งอยู่หลังวิหารหลวง ประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุในโกศทองคำเจดีย์ ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้วย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะใกล้เคียงกับพระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ มีสัตถบัญชร (ระเบียงหอก ซึ่งเป็นรั้วเหล็กและทองเหลือง) ๒ ชั้น สำเภาทองประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือและทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม หอคอยประจำทุกด้านรวม ๔ หอ บรรจุพระพุทธรูปนั่งทุกหอ นอกจากนี้ยังมีโคมประทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป พระบรมธาตุนี้นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งในล้านนามาตั้งแต่สมัยโบราณ ในวันเพ็ญเดือน ๖ จะมีงานนมัสการ และสรงน้ำพระบรมธาตุทุกปี   ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ.๑๔๔๐ พระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์วงศ์รามัญผู้ครองนครลำพูนได้สร้างมณฑปครอบโกศทองคำบรรจุพระบรมธาตุไว้ภายใน และมีการสร้างเสริมกันต่อมาอีกหลายสมัย ต่อมาใน พ.ศ.๑๙๘๖ พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ ได้ปฏิสังขรณ์บูรณะเสริมองค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่เป็นแบบลังกา ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ (ที่มา – madchima.org)

lumpoon-065

lumpoon-032

lumpoon-029

lumpoon-028w

lumpoon-028

lumpoon-039

lumpoon-030

lumpoon-026

lumpoon-027w

หอระฆังงามแท้…

lumpoon-060

lumpoon-061

lumpoon-100

หอไตรหรือหอธรรม…

lumpoon-087

lumpoon-088

เขาพระสุเมรุจำลอง ตั้งอยู่ข้างวิหารหลวง หน้าหอไตร….

lumpoon-025

lumpoon-067

อ่านป้ายกันหน่อยนะ…

เขาพระสุเมรุ
ไม่ปรากฏประวัติการก่อสร้างชัดเจน แต่พบหลักฐานจากภาพถ่ายเก่าว่า ตั้งอยู่หน้าหอพระไตรปิฎก ของวัดพระธาตุหริภุญชัยฯ มาแต่โบราณ
รูปแบบสถาปัตยกรรมประกอบด้วยฐานเขียงกลมซ้อนกัน ๓ ชั้น รองรับท้องไม้ประดับด้วยลูกแก้วอกไก่และกรอบช่องกระจก เหนือขึ้นไปเป็นบัวหงายขึ้นรับเขาพระสุเมรุ ซึ่งประกอบด้วยสัตตบริภัณฑ์คีรี และมหานทีสีทันดร จำลองด้วยแผ่นทองสำริดดุนนูนศิลปะหริภุญไชยเป็นลวดลายต้นไม้ เทพยดา สัตว์ป่า และเหล่าอสูรซ้อนเหลี่ยมกัน ๗ ชั้น ชั้นบนสุดประดับด้วยไพชยนต์มหาปราสาทซึ่งเปรียบเสมือนที่ประทับของพระอินทร์
เขาพระสุเมรุนี้สร้างขึ้นตามคติความเชื่อเรื่องแกนกลางของโลกและจักรวาล ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียในยุคพระเวทย์ ต่อมาได้แพร่หลายเข้ามาในกลุ่มประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นับถือพุทธศาสนาและเชื่อว่าน่าจะแผ่เข้ามายังอาณาจักรล้านนาพร้อมพุทธศาสนาลังกาวงศ์ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑

lumpoon-095

lumpoon-092

lumpoon-093

ยังมีเจดีย์อีกองค์ที่น่าสนใจคือ สุวรรณเจดีย์ หรือ เจดีย์ปทุมวิดี  ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวไว้ว่า…

สร้างโดยพระนางปทุมวดีอัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช พร้อมกับพระเจ้าอาทิตยราชทรงสร้างพระธาตุหริภุญชัยในราว พ.ศ. ๑๖๐๗ ส่วนตำนานมุูลศาสนาระบุเพิ่มเติมว่าในครั้งนั้นทรงโปรด ฯ ให้ประดับทองคำบริเวณส่วนยอดของเจดีย์ จึงได้ชื่อว่าสุวรรณเจดีย์… เป็นเจดีย์ก่ออิฐแต่ฐานก่อด้วยศิลาแลง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมซ้อนเหลื่อมกัน ๓ ชั้น รองรับเรือนธาตุที่มีซุ้มจระนำซ้อนลดหลั่นกัน ๔ ชั้น ภายในซุ้มจระนำประดิษฐานพระพุทธรูป ปูนปั้นประทับยืนแสดงปางประทานอภัย ศิลปะหริภุญไชยอายุราวพุทธสตวรรษที่ ๑๗-๑๘ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เมืองหริภุญไชยมีความเจริญอย่างสูงสุดทั้งด้านการค้า ศาสนา และศิลปะวิทยาการ

lumpoon-318

lumpoon-319

lumpoon-330

lumpoon-329

ชักจะหิวซะแล้ว… ผมคงต้องหาอะไรใส่ท้องก่อนที่จะสำรวจนครหริภุญชัยต่อไป!

วิหารวัดพระธาตุหริภุญชัย

lumpoon-334

วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหารหรือวัดหลวงเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ตั้งอยู่กลางเมืองลำพูนบนเนื้อที่ประมาณ ๒๗ ไร่เศษ มีวิหารอยู่หลายแห่งทั้งตรงกลางและรายรอบดังนี้…

๑) วิหารพระเจ้าพันตน
๒) วิหารพระละโว้
๓) วิหารพระพุทธ
๔) วิหารพระบาทสี่รอย
๕) วิหารหลวง
๖) วิหารพระไสยาสน์
๗) วิหารพระกลักเกลือหรือพระเจ้าแดง
๘) วิหารพระทันใจ

watlprathat01

เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ มีโอกาสได้ไปเยือนวัดหลวงอีกครั้ง ผมขออนุญาตนำภาพวิหารเท่าที่บันทึกไว้มาให้เพื่อน ๆ ดู  เริ่มจากวิหารพระเจ้าพันตน

lumpoon-042

lumpoon-046

lumpoon-045

วิหารพระละโว้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่เรียกว่าพระละโว้…

lumpoon-049

lumpoon-050

lumpoon-051

lumpoon-051w

lumpoon-051ww

วิหารพระพุทธ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ขององค์พระธาตุหริภุญชัย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ลงรักปิดทอง…

lumpoon-004

lumpoon-022

lumpoon-009

lumpoon-011

วิหารพระบาทสี่รอย ตั้งอยู่หลังวิหารพระพุทธ ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งนำมาจากอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่…

lumpoon-033

lumpoon-034

วิหารหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกขององค์พระธาตุ สถาปัตยกรรมพื้นเมืองทรงล้านนา ภายในประดิษฐานของพระแก้วขาว พระเสตังคมณีศรีเมืองหริภุญชัย ประทับนั่งอยู่เหนือบุษบกที่แกะสลักลงรักปิดทอง…

lumpoon-059

lumpoon-076

lumpoon-071

lumpoon-073

lumpoon-064

lumpoon-082

lumpoon-077

ผมเก็บภาพวิหารมาไม่ครบ พิพิพิธภัณฑ์ของวัด (ที่เห็นในภาพ) ก็ยังไม่ได้เข้าชม เนื่องจากเป็นวันหยุด….

lumpoon-035

lumpoon-036

คงต้องกลับไปนำภาพวิหารมาให้เพื่อน ๆ ดูอีก…

วัดป่าตันกุมเมือง ลำปาง

เมื่อวานนี้ ผมไปเจอวัดเก่าวัดแก่อีกแห่งหนึ่ง ชื่อว่า “วัดป่าตันกุมเมือง” อยู่หมู่ ๔ ตำบลปงแสนทอง…

8-31-107

ทางเข้าอยู่ด้านหลังวิหารเก่า (2) นำไปยังพระเจดีย์สีทอง…

8-31-108

watpatankm02

เว็บกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า “วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปทองคำสองพี่น้อง และมีเจดีย์เก่าแก่ ซึ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์ชาวบ้านนับถือเคารพบูชา…”  มองดูแล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์ที่ทำให้เจดีย์เก่า (1) ดูใหม่!!

8-31-078

บันทึกภาพมาให้เพื่อน ๆ ได้ดู…

8-31-064

8-31-065

8-31-070

อยากพาเพือน ๆ ชมความงดงามของวิหาร…

8-31-063

พระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลังวิหาร…

8-31-072

8-31-073

8-31-074

8-31-077

8-31-079

8-31-080

หน้าวิหารอยู่ทางนี้ครับ…

8-31-086

8-31-089

8-31-090

หันหน้าสู่ซุ้มประตูซึ่งมีรั้วเหล็กปิดอยู่…

8-31-087

ด้านขวามือมีวิหารหลังเล็ก…

8-31-083

8-31-084

8-31-093

8-31-094

ถัดไปเป็นหอไตรหรือหอธรรม…

8-31-097

8-31-099

หอระฆังสูงใหญ่…

8-31-103

วัดนี้ดูเหมือนว่ามีการก่อสร้างถาวรวัตถุอย่างต่อเนื่อง บนพื้นที่หน้าวัดส่วนซึ่งติดถนน…พระพุทธรูปถูกสร้างเรียงรายไว้ในศาลายาวเหยียด (6)

8-31-110

เดี่ยว ๆ ก็มี…

8-31-114

ศาลาแก้วก็กำลังก่อสร้าง…

8-31-116

สาธุ…ยังดีที่ไม่สร้างรวมไว้กับโบราณสถาน!