FB Trip ไปเชียงใหม่ – ถนนท่าแพ

เมื่อ ๕๐ ปีก่อน “ถนนเจริญเมือง” คือเส้นทางที่ผมปั่นจักรยานไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย ทุกเช้าจะต้องข้ามสะพานนวรัฐแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนเจริญประเทศ ผมได้เห็น “สะพานนวรัฐ” มาตั้งแต่สมัยที่เป็นสะพานเหล็กหรือที่เรียกว่า “ขัวเหล็ก” จนสร้างใหม่เป็นสะพานคอนกรีตอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ผมมีรูปที่ได้บันทึกไว้บนฟิล์มสไลด์เมื่อ ๒๐ กว่าปีก่อนด้วย… 

old-navarat-bridge

เคยเดินเก็บภาพนักท่องเที่ยวที่กำลังนั่งรอชมขบวนแห่อยู่บนทางเท้าของสะพานนวรัฐ…

farangs-on-the-bridge

วันนี้ได้ปั่นจักรยานผ่านมายังจุดที่เคยทิ้งรอยเท้าและรอยล้อจักรยานไว้…

img_3783

เปลี่ยนจากกล้องฟิล์มมาเป็นกล้องดิจิตอล ผมหยุดยืนบันทึกภาพโบสถ์โรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน…

img_3778

กล้องสมัยใหม่สามารถดึงภาพมาได้ใกล้กว่า…

img_3784w

ต้นไม้ใกล้เคียงสูงใหญ่ขึ้น ทำให้ส่วนประกอบของสะพานดูเล็กลง…

img_3779

สามล้อปั่นก็ยังคงมีให้เห็น ในขณะที่เมืองเชียงใหม่มีรถประจำทางให้บริการในราคา ๑๐-๑๕ บาท

img_3781

ทางฝั่งทิศตะวันตก เห็นสี่แยกพุทธสถาน ผมรู้สึกได้ถึงทุก ๆ เช้าที่ปั่นจักรยานไปโรงเรียน

img_3782

ถึงสี่แยกอุปคุต จุดที่คอนแทคเลนส์กระเด็นหลุดออกจากตาของผมในขณะยืนอยู่บนรถกระบะมากับเพื่อน ๆ เทคนิคกรุงเทพฯ (ปี ๒๕๑๓ หรือ ๒๕๑๔ ประมาณนั้น) ผมปั่นจักรยานไปตามถนนท่าแพจนถึงสะพานแม่ข่า…

img_3789

img_3788

img_3787

เก็บภาพคลองแม่ข่า และย่านกำแพงดินซึ่งหนุ่ม ๆ สมัยนั้นรู้จักกันดี  มองทะลุไปถึงโรงแรมแม่ปิงซึ่งเคยนั่งเคาะเปียโนอยู่ที่นั่น…

img_3785

ไม่ยอมให้เสียเวลา…ผมจูงจักรยานข้ามถนนไปยังซุ้มประตูของวัดแสนฝางที่เห็นอยู่ข้างหน้าทันที!

img_3790

เรื่องราวของสะพานแม่ข่า ถนนท่าแพ และกำแพงดินยังคงหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ ถ้าให้เล่าก็คงต้องเปลืองพื้นที่อีกมาก วันนี้ขอเขียนถึงสิ่งที่เห็นในปัจจุบันจะดีกว่า!

Advertisements

FB Trip ไปเชียงใหม่ – “วันนี้ไปไหน…ลุง?”

ตั้งแต่มีจักรยานพับ…การเดินทางไปเชียงใหม่ของผมง่ายขึ้นเยอะ! ไม่ต้องเดินข้ามถนนไปนั่งรอรถเมล์เขียว ซึ่งไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่? หรือจะมีที่นั่งหรือไม่?  แถมยังต้องจ่ายค่าโดยสารอีกกว่า ๕๐ บาท!  ผมหันมาใช้บริการรถไฟฟรี ขบวนท้องถิ่น 407 (นครสวรรค์-เชียงใหม่) ใช้เวลาแค่ ๒ ชั่วโมงเอง!

2hangchat-train-station

๑๒.๑๕ น. คือเวลาที่ผมออกจากบ้านแล้วปั่นจักรยานระยะทาง ๓ กิโลเมตรไปยังสถานีรถไฟห้างฉัตร เจ้าหน้าที่รถไฟเห็นตาแก่สวมกางเกงสะดอกับจักรยานสีเขียวมักจะถามว่า “วันนี้ไปไหน…ลุง?”

img_3736

กำหนดเวลารถเข้าสถานีห้างฉัตรคือ ๑๒.๔๖ น.  ถึงเชียงใหม่ ๑๔.๓๕ น.  ถ้าจะเสียเวลาบ้างก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา

img_3727

มิได้อาทรแม้แต่น้อย…ผมเปลี่ยนการรอคอยให้เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขด้วยการถ่ายภาพ…

img_3737

img_3735

img_3746

img_3743

img_3742

นั่งสบาย ๆ ไปกับรถดีเซลราง ผมจำสถานีที่จอดได้หมด จุดหมายปลายทางคือสถานีเชียงใหม่…

img_3761

img_3763

คราวนี้ผมไม่หิ้วมันออกไปกางที่หน้าสถานี…แต่เริ่มกันตรงนี้เลย

img_3764

img_3766

ใช้เวลาไม่เกิน ๓๐ วินาที… เจ้าเพื่อนยากก็พร้อมที่จะเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน

img_3768

จูงจักรยานบนชานชาลาไม่มีใครว่า เดินออกไปได้เลยครับ

img_3767

img_3773

มีบ้านอยู่ติดกับลาน ร.ส.พ. ตรงข้ามกับโรงแรมรถไฟ…ผมเห็นถังเก็บน้ำสีดำมาตั้งแต่เด็ก!

img_3769

img_3772

มาถึงที่นี่แล้วไม่มีเบื่อ! ถ่ายภาพพระเอกไว้อีก ๑ บาน…

img_3770

วันนี้ “FB Trip ไปเชียงใหม่” จะไปไหนดีครับ?

ภาพเก็บตกวัดป่าฝาง

ขอเรื่อง “วัดศาสนโชติการาม” หรือ “วัดป่าฝาง” อีกซักวันนะครับ  เพื่อน ๆ อย่างเพิ่งเบื่อก็แล้วกัน!

img_4377

ขึ้นชื่อว่า “วัดพม่า” เท่าที่เห็นก็จะมีวิหารรูปแบบคล้าย ๆ กันคือ เริ่มต้นจากอาคารไม้สัก หลังคาหน้าจั่วมุงสังกะสีซ้อนกันขึ้นไป ด้านหน้ามีบันได ขึ้นไปพบกับพื้นไม้สักขัดเป็นเงา มียกพื้นเข้าไปยังภายในซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปลักษณะพม่า ไปจังหวัดไหนถ้าได้พบวิหารหลังคาจั่วอย่างที่เห็นในภาพ ก็อาจบอกได้ว่าเป็นอิทธิพลของสถาปัตยกรรมแบบพม่าซึ่งนำไปใช้ในการสร้างวัดหลาย ๆ วัด ทั้งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนลงไปถึงจังหวัดแพร่ หรือแม้แต่วัดในเมือง Cox’s Bazar ประเทศบังกลาเทศที่มีข่าวว่าถูกเผาทำลายโดยชาวมุสลิมเมื่อปี ๒๕๕๕

ภาพถ่ายเมื่อปี ๒๕๒๖
ภาพวัดใน Cox’s Bazar ถ่ายเมื่อปี ๒๕๒๖

ผมนำภาพวัดพม่ามาลงค่อนข้างมาก ด้วยความตั้งใจว่าก่อนตายขอได้เก็บภาพเหล่านั้นไว้ใน cyber world ให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้  เพราะวันข้างหน้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง เกิดการรื้อถอนและก่อสร้างเสริม ยิ่งกาลเวลาผ่านไปภาพเก่า ๆ ก็จะยิ่งหายาก คิดว่าสิ่งที่ผมฝากไว้น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้างสำหรับเยาวชนรุ่นหลัง ในฐานะที่ไม่ใช่นักเขียน ช่างภาพ นักวิชาการ สถาปนิก หรือผู้เชี่ยวชาญใด ๆ บล็อกที่เขียนจึงค่อนข้างน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง มีรูปค่อนข้างเยอะแต่หลักวิชาน้อย ผมหวังว่าเพื่อน ๆ คงให้อภัย มาดูภาพเก็บตกที่วัดป่าฝางกันนะครับ เริ่มต้นที่หอระฆังก่อนเลย…

img_4272

แตกต่างกับวัดไทยที่เน้นสร้างหอระฆังสูงใหญ่ตกแต่งลวดลายวิจิตร…

img_4274

ไม่ว่าจะอยู่สูงหรือต่ำก็ด้วยจุดประสงค์เดียวกันคือใช้เคาะส่งสัญญาณ…

img_4275

มีศาลาบำเพ็ญบุญหรือศาลาอเนกประสงค์อยู่ด้านหน้า…

img_4254

ติดรั้วด้านเหนือมีวิหารเปิดโล่งพร้อมป้ายเขียนบอกไว้ว่าเป็นสถานที่สำหรับพิธีทางพุทธศาสนา…ห้ามเข้า

img_4256

img_4257

กุฏิสงฆ์อยู่ทางด้านทิศใต้ เป็นเขตสงฆ์…ห้ามผ่าน

img_4301

img_4258

สุดท้ายขอพาเพื่อน ๆ ไปดูที่วิหาร…

img_4276

img_4277

img_4278

มีการก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์ ซึ่งดูผสมกลมกลืนเป็นอย่างดี

img_4287

img_4288

img_4290

img_4292

img_4303

วิหารถูกปิดกั้น อาจมีการปรับปรุงภายใน หรือบางทีท่านเจ้าอาวาสอาจไม่สบาย ปีนี้ได้ผมไปหลายวัดทั้งในลำพูนและลำปางแล้วทราบข่าวว่าเจ้าอาวาสป่วย ที่นี่ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย…

img_4268

ภิกษุไม่สามารถเลือกฉันภัตตาหารได้ตามใจชอบ อาจนำมาซึ่งสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์!  ผมรู้สึกเป็นห่วงจริง ๆ

พระเจดีย์วัดป่าฝาง จ.ลำปาง

img_4284

บริเวณวัดป่าฝางร่มรื่นด้วยต้นไม้ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี  จากอุโบสถผมเดินไปยังพระเจดีย์ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือ… 

img_4332

ทักทายสิงห์ที่นั่งเฝ้าอยู่โดยรอบทั้งวันทั้งคืนซะหน่อย…

img_4362

ผมแหงนหน้าขึ้นมองพระเจดีย์สีทองแปดเหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศพม่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๔๙

img_4369

รายล้อมด้วยเจดีย์บริวารทรงระฆังคว่ำ…

img_4340

img_4346

ยอดฉัตรสะท้อนแสงอาทิตย์ส่งประกายงดงามยิ่ง…

img_4357

img_4334

img_4360

img_4361

img_4283

img_4341

บนพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาว ๔๕ ม. พระเจดีย์ตั้งอยู่บนฐานซึ่งประกอบด้วยมุขยื่นออกไปทั้งแปดทิศ…

2watpaphang1

ตามรูปแบบเจดีย์ในประเทศพม่า สามารถเข้าไปใต้องค์พระเจดีย์ได้ แต่ปกติจะไม่เปิดให้เข้าครับ…

img_4368

img_4347

มีพระพุทธรูปประจำวัดเกิดประดิษฐานอยู่รายรอบ…

img_4359

img_4363

img_4365

img_4344

img_4355

img_4335

img_4356

โครงสร้างมีแปดทิศ จะให้ครบก็ต้องมีเพิ่มอีก ๑ วันคือ “วันราหู” ซึ่งแยกย่อยจากวันพุธไปเป็นตอนกลางคืน…

img_4350

รูปเยอะหน่อยนะครับ ผมอยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นหลาย ๆ มุม…

อุโบสถวัดป่าฝาง จ.ลำปาง

อุโบสถวัดพม่าเท่าที่ผมเห็น ส่วนใหญ่มีขนาดไม่ใหญ่ไม่โต การตกแต่งก็มิได้อลังการเหมือนอุโบสถวัดไทย ดูอย่างอุโบสถวัดศรีรองเมืองในภาพนี้สิครับ…

ubosod

วันนี้อยากชวนเพื่อน ๆ ไปดูพระอุโบสถ (1) วัดศาสนโชติการาม หรือวัดป่าฝาง ซึ่งอยู่เยื้อง ๆ กับวัดจองคาด้วยกันครับ…

2watpaphang

img_4307

img_4308

img_4309

บานประตูลวดลายสีทอง รูปแบบแตกต่างกับของไทย…

img_4311

แท่นเสมาตั้งอยู่ดั้งอยู่ตรงกลาง…

img_4312

การบันทึกภาพช่วงเย็นทำให้ได้แสงเงาที่มี contrast สูง…

img_4314

img_4318

เสาประดับลวดลายอย่างนี้ ที่วัดจองคาก็มี แต่ที่นี่ดูสมบูรณ์กว่า…

img_4317

img_4316

img_4321

img_4322

img_4323

img_4324

ในรั้วที่ล้อมรอบเหมือนวัดในกัมพูชา มีใบเสมาตั้งอยู่ตามจุดต่าง ๆ เพื่อบอกเขตพัทธสีมา….

img_4325

หน้าต่างและซุ้มดูเรียบง่ายแต่งดงาม…

img_4326

img_4315

img_4324

มีพระเจดีย์ (2) ประดิษฐานอยู่ด้านข้าง… ทางทิศเหนือ

img_4381

เพื่อน ๆ ตามผมไปที่พระเจดีย์นะครับ!

แสงเงาที่วัดพม่า

 

“FB Trip ไปอุบล” เล่าถึงตอนเช้ามืดวันที่ได้ไปยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟที่อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานีแล้ว วันนี้ต้องขอหยุดไว้ก่อน ผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศ พาเพื่อน ๆ ไปชมแสงเงาที่วัดพม่าอีกวัดหนึ่งบนถนนสนามบิน ตำบลหัวเวียง จังหวัดลำปาง

img_4263

พอดี ๒-๓ วันมานี้ ผมต้องไปพบทั้งหมอหัวใจ หมอตา และหมอฟัน ก็เลยตกอยู่ในสภาพเหนื่อยล้าเช่นนี้…

img_4269

ช่วงที่รอพบจักษุแพทย์ ผมมีโอกาสได้เข้าไปเก็บภาพภายใน “วัดศาสนโชติการาม” หรือ “วัดป่าฝาง”  ครึ่งชั่วโมง…ได้มาร้อยกว่าบาน วันนี้ขอนำมาโพสต์ขัดตาทัพไปก่อนเพื่อพักสายตาดังนี้…

img_4280

img_4281

img_4331

img_4279

img_4282

img_4338

img_4310

img_4336

img_4342

img_4343

img_4367

img_4374

img_4379

img_4380

img_4375

img_4349

img_4364

img_4262

เดี๋ยวจะพาไปดูว่ามีอะไรในวัดป่าฝางนะครับ…

FB Trip ไปอุบล – พระนครศรีอยุธยาสู่อุบลราชธานี

จากวัดพนัญเชิงวรวิหาร ผมปั่นจักรยานกลับไปยังสถานีรถไฟ…ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร!

2ubon2

บอกตัวเองว่าถ้ายังมีลมหายใจอยู่จะต้องกลับมาเยือนให้ได้อีกครั้ง วันนี้ต้องยุติการปั่นจักรยานเที่ยวเมืองเก่าไว้เพียงแค่นี้ ขอกลับมานั่งรอรถเร็วขบวน 145 ไปยังอุบลราชธานี…

2ubon

วิกิพีเดียกล่าวว่า ตัวอาคารของสถานีรถไฟอยุธยาเป็นอาคารไม้สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๕  ต่อมาในปี ๒๔๖๔ ได้เปลี่ยนเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังจากเปลี่ยนชื่อจาก “สถานีกรุงเก่า” เป็น “สถานีอยุธยา” เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐  ผมเห็นแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานีที่สวยงามและจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือม้านั่งแบบดั้งเดิมสำหรับผู้โดยสาร…

dsc00407

dsc00408

จูงจักรยานขึ้นไปได้ถึงบนชานชาลาแล้วพับไว้…

dsc00406

รับตั๋วฟรีมาแล้ว เป็นตั๋วยืนระบุว่า Standee…

2ubon3

จะต้องยืนจากอยุธยาไปถึงอุบลราชธานีเชียวหรือ? ผมไม่คิดเช่นนั้น เพราะเคยมีประสบการณ์โดยสารรถไฟฟรีจากกรุงเทพฯ ไปสุไหงโก-ลกมาแล้ว ยังไง ๆ ก็ได้นั่ง ยิ่งเป็นสายตะวันออกเฉียงเหนือ เลยสระบุรีไปแล้ว…เดี๋ยวก็ว่าง!

2ubon1

ขบวนรถเร็ว 145 วิ่งเข้าเทียบชานชาลาตรงตามเวลา…

dsc00409

จากตำแหน่งที่ยืนรอ ผมหอบเจ้า Banian ก้าวขึ้นไปบนตู้รถ พบว่ามีผู้โดยสารมากมายจนหาที่ยืน แทบไม่ได้ เดินผ่านกลุ่มเด็กนักเรียนสาวที่ยืนอออยู่ท้ายตู้เข้าไปยังโบกี้ชั้นสอง มองหาที่ว่างให้กับจักรยานเพื่อนยาก โชคดีมีที่ว่างอยู่บนชั้นวางเหนือหัว ผมยกมันขึ้นไปวางไว้ กล่าวขอโทษผู้โดยสารก่อนที่จะล็อคไว้ด้วยสายคล้อง  ระหว่างนั้นนายตรวจเดินมาบอกว่าจักรยานพับไม่เสียตังค์อยู่แล้ว ให้ผมไปหาที่นั่งได้เลย ผมทิ้งมันไว้แล้วเดินไปยังตู้ถัดไป พบม้านั่งชั้นสามยังพอมีที่ให้ได้หย่อนก้น สบายแล้ว…ผมไม่ต้องยืน!  พอถีงสระบุรีมีคนลงเยอะ ยิ่งพ้นโคราชไป…ผู้โดยสารก็ยิ่งบางตา!!

dsc00420

ผู้โดยสารชั้นสองยิ่งสบาย…

dsc00425

ประมาณตีสาม ผมตื่นไปล้างหน้า…

dsc00411

แล้วถ่ายภาพชั้นวางที่ว่างเปล่าไว้หน่อย…

dsc00418

เผลอนั่งหลับต่อ  รู้ตัวอีกทีก็พบว่าจอดอยู่ที่สถานีรถไฟอุบลราชธานีแล้ว!

dsc00718

ปลดล็อคเจ้า Banian แล้วนำลงไปวางข้างม้านั่ง…

dsc00429

รอจนตี ๔ กว่า ผมหิ้วจักรยานไปที่ห้องน้ำ จ่าย ๑๐ บาท..ขออาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันให้สดชื่นก่อนออกลุย!  มอเตอร์ไซค์รับจ้างคนหนึ่งยืนรออยู่หน้าห้องน้ำถามผมว่า “ป๋า…ไปไหน?”  พอเห็นเจ้า Banian ก็พูดว่า “มีจักรยานด้วยเรอะ!”  ผมยิ้มให้!  สัมผัสได้ว่าผู้คนที่นี่ช่างมีอัธยาศัยดีแท้

dsc00415

กางจักรยานแล้วจูงออกไปหน้าสถานี…

dsc00710

เห็นหัวรถจักรไอน้ำของ ร.ฟ.ท. ในอดีตตั้งอยู่…

dsc00709

ยังมืดอยู่…แล้วผมจะไปที่ไหนดี?