การเยือนครั้งสุดท้าย…

ผมเคยเขียนเรื่อง “ใต้ถุนตึก” เพื่อรำลึกถึงความหลังสมัยที่เรียนอยู่เทคนิคกรุงเทพ โดยกล่าวว่า “ได้เห็นใต้ถุนตึกอีเล็คทรอนิคส์สมใจแล้ว ผมเดินจากมาด้วยความรู้สึกอาลัย  มาครั้งนี้แล้วคงไม่ได้กลับมาอีก!…”  แต่แล้ววันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๗…ผมก็ยังคงต้องกลับไปเยือนอีกครั้งจนได้! 

chaiatbti

eenews_p6

bti01

หลังจากไปยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตพม่า  มีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมงก่อนจะกลับไปรับหนังสือเดินทางคืน…ผมนึกอยากจะกลับไปดูตึกอีเล็คโทรนิคส์อีกสักครั้ง  ทั้ง ๆ ที่ไปแล้วก็ไม่มีอะไรให้ดู แค่อาคารที่ผมเคยใช้เรียนมา ๒ ปีเต็ม นักศึกษาที่อยู่แถวนั้นไม่มีใครรู้หรอกว่ามันเคยเป็นแผนกอะไร แลมีความหมายอย่างไร?  คนยุคใหม่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยสนใจในประวัติศาสตร์….ไม่ว่าจะเป็นของโลก ของประเทศตัวเอง หรือแม้แต่ของสถาบันที่ตนกำลังเล่าเรียนอยู่  อย่าว่าแต่คนรุ่นใหม่เลย แม้แต่เพื่อน ๆ ด้วยกัน ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่อยากจะพูดถึงเรื่องความหลัง เขาพยายามที่จะลืมมัน อยากมองไปข้างหน้าอย่างเดียว บ้างก็เป็นใหญ่เป็นโตจนไม่อยากให้ใครมาพูดถึงอดีต ทั้ง ๆ ที่บั้นปลายทุกคนก็กลับคืนสู่ความเป็นเถ้าธุลีเหมือนกันหมด…

ผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะแปลก ชอบคุยเรื่องความหลัง และอยากกลับไปเห็นภาพในอดีตอยู่เสมอ แต่การเยือนครั้งนี้ ผมเชื่อมั่นว่าเป็นครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน

DSC09628w

DSC09630w

ผมนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานีเทคนิคกรุงเทพแล้วเข้าทางประตูหลัง เข้าไปตามหาอดีต ก่อนที่จะเดินออกทางประตูหน้า (ด้านถนนนางลิ้นจี่) ฉากสุดท้ายจบลงตรงที่หน้าตึกอำนวยการ…

DSC09632w

DSC09633w

DSC09634w

จริง ๆ แล้ว ผมมีเรื่องเขียนมากมาย แต่คงไม่มีใครอยากอ่านเรื่องคนแก่คนหนึ่งซึ่งไร้ชื่อเสียง ไม่มียศตำแหน่งหรือเหรียญตรา ผลงานเป็นที่ประจักษ์ก็ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว สถาบันที่ผมเดินผ่านมาจึงเหลือเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของซากแห่งความทรงจำ  อาจมีบางคนที่อยากฟังเรื่องเล่าของผม แต่เขาเหล่านั้นได้จากไปอย่างไม่วันกลับเสียแล้ว…

จากเทคนิคกรุงเทพ ผมเดินออกทางซอยสวนพลู แวะเข้าไปดูที่ตลาด แต่ก่อนเป็นตลาดสดแบกับดิน เดินไปเห็นก็จำได้ถึงวันที่ผมกับเพื่อนชื่อ “อุดม” ไปซื้อผักชีด้วยกัน ผมขอซื้อ ๕๐ สตางค์ แต่เพื่อนบอกให้ซื้อ ๑ บาทเพราะอายแม่ค้า โถ…สมัยนั้นผักชี ๕๐ สตางค์ ใคร ๆ เค้าก็ซื้อกันแค่นั้น!

DSC09636w

DSC09637w

อุดมจากผมไปนานแล้ว ถ้าเพื่อนยังอยู่แล้วได้อ่านเรื่องนี้ อาจจะหัวร่อหรือไม่ก็น้ำตาซึม…

จากตลาดสวนพลู ผมเดินไปยังซอย ๑

DSC09638w

เลี้ยวซ้ายเข้าไปถ่ายภาพข้างทางไว้ ๑ บาน ก่อนจะเดินเข้าไปตามหา “หอพักจำนงค์” หอพักที่ผมกับอุดมเคยเช่าอยู่ด้วยกัน…

DSC09639w

เดินลึกเข้าไป มองหาว่าตรงไหนที่เคยเป็นร้านกาแฟของอาซิ้มและเจ้หมวย?

DSC09640w

คงจะเป็นแถวนี้ ผมเดินเข้าไปซื้อแลคตาซอยที่ร้านขายของชำ  เจ้าของร้านหญิงสูงวัยซึ่งน่าจะคุยกันรู้เรื่องคงจะรู้จัก “หอพักจำนงค์”

DSC09641w

ได้คำตอบว่า หอพักจำนงค์เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว  คุณจำนงค์ตายไปเมื่อหลายปีก่อน ส่วนภรรยาก็เพิ่งจะเสียไป ถ้าอยากจะไปดูบริเวณที่ตั้งของหอพักจำนงค์ก็ต้องเดินเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างหน้า…

DSC09642w

แต่ก่อนเป็นทางเล็ก ๆ เข้าในสวน… ปัจจุบันมีแต่ถนนคอนกรีต!

DSC09643w

แวะถามคนแถวนั้น แม้ไม่ได้คำตอบที่น่าประทับใจ แต่ผมก็พอได้ความว่าที่ทางของคุณจำนงค์ถูกขายไปแล้ว…

DSC09644w

ไม่รู้ว่า “หอพักจำนงค์” อยู่ตรงไหนแน่  ผมได้แต่ถ่ายภาพบริเวณที่ชาวบ้านชี้ให้ดู…

DSC09645w
DSC09646w

ถ้ามีใครที่รู้จัก “หอพักจำนงค์” แล้วได้เห็นภาพเหล่านี้  ผมหวังว่ามันคงจะช่วยเรียกความจำในอดีตเมื่อ ๔๐ กว่าปีที่แล้วให้กลับคืนมาได้บ้าง…

ลาก่อน “หอพักจำนงค์” 

Published in: on มิถุนายน 14, 2014 at 11:09 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – ขึ้นฝั่งที่พะโคะคุ

เคยเขียนบอกเพื่อน ๆ ว่า ผมชอบ improvise การเดินทางในรูปแบบไปตายเอาดาบหน้า  ไม่เคยจองที่พักไว้ล่วงหน้า ไปถึงแล้วค่อยเดินหาเอา เส้นทางหรือจุดมุ่งหมายก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์  สำหรับการเดินทางถึงพะโคะคุเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๗ นั้น ผมไม่ได้เตรียมใจไว้ก่อนว่าจะต้องพบกับความตื่นเต้น ได้แต่คาดหวังว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนกับเมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว…

ทำใจสบาย ๆ คิดว่าเมื่อเรือเข้าเทียบท่า ผมคงจะเดินลงไปพบกับความสว่างไสว  ได้เห็นผู้คนมากมาย และอาจจะมีคนจาก Mya Yatanar Inn มายืนรอเรียกแขกเหมือนในอดีต  ผมก็จะเดินตามเค้าไปยังที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วก็คงจะได้พบกับ San Win เพื่อนชาวพม่าตามที่ได้คิดไว้…

๒ ทุ่มกว่า เรือลอดใต้สะพานพะโคะคุ ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำอิรวดีซึ่งยาวที่สุดในประเทศพม่า!

R0012637

ผมยังรู้สึกเฉย ๆ สะพายเป้ หิ้วถุงผ้า เดินลงมายืนรอข้างล่าง…เตรียมขึ้นฝั่ง!

R0012640

เวลาเรือเข้าเทียบท่า ถ้าเป็นค่ำคืนเช่นนี้ ก็ยากที่จะรู้ทิศทางว่าท่าอยู่ทางด้านซ้ายหรือขวา  คนขับเรือจะเบาเครื่องแล้วบังคับเรือให้ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าเทียบอย่างเชี่ยวชาญ… R0012639

บอกแล้วไงว่า นอกจากผมแล้ว ไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นลงที่พะโคะคุ  ผมหัวเดียวกระเทียมลีบแท้ ๆ  สาว ๆ พม่าที่เห็นก็ไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย มองออกไปมีแต่ความมืดและความอ้างว้าง!

เหมือนนักมวยกระโดดข้ามเชือก…ผมต้องข้ามไปยืนที่กราบเรือ รอให้เรือเข้าเทียบ พอได้จังหวะก็กระโดดข้าม ลงไปยืนตั้งตัวอยู่บนท่า

บนท่าเทียบเรือไม่มีวี่แววของคนจาก Mya Yatanar Inn   ทั่วทั้งบริเวณอาศัยแสงจากหลอดไฟพอช่วยให้เห็น  จากท่าผมจะต้องเดินข้ามไปบนแผ่นไม้กระดานซึ่งทอดไปยังฝั่งอีกที  ความมืดเข้าโอบกอด…เบื้องล่างคือผืนน้ำที่เฝ้ารอให้มีคนตกลงไป  ลูกน้ำคลองผู้เคยกระโดดข้ามคลองไปโรงเรียนมาตั้งแต่เด็กสลัดความกลัวทิ้งไป  ตั้งสติมั่น ก่อนที่จะเดินข้ามไปยังฝั่งซึ่งอยู่เบื้องหน้า!

ไม่เห็นมีใครเลย ผู้โดยสารหายไปไหนหมด? ผมขึ้นไปยืนโดดเดี่ยวอยู่ริมถนน!

มันไม่ใช่ท่าเรือพะโคะคุอย่างที่ผมเคยมาเมื่อปี ๒๕๒๖ นี่นา!

ผมรู้สึกคล้ายกับถูกจับไปปล่อยในป่าช้ากลางดึก!

Published in: on มิถุนายน 13, 2014 at 8:37 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – ความตื่นเต้นรออยู่ที่พะโคะคุ

การเดินทางสไตล์ลุงน้ำชาต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง บางครั้งต้องเดินระยะทางไกล หรือปั่นจักรยานฝ่าเปลวแดดร้อนเปรี้ยง ต้องพักโรงแรมที่มีแมลงสาบวิ่งออกมาทักทาย กินอาหารราคาถูก นั่งรถหรือลงเรือแบบที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เค้าทำกัน และที่มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “การรอคอยที่ยาวนาน”!  วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๗ ผมต้องนั่งเรือช้า ๑๔ ชั่วโมงจากมัณฑะเลย์ไปยังพะโคะคุ

R0012473

รอรถ…บางครั้งผมต้องใช้เวลานานถึงครึ่งค่อนวัน อย่างเช่นตอนรอรถจากหลวงน้ำทาไปเวียงภูคา แต่ผมก็รอได้  ไม่รู้สึกร้อนรนแต่ประการใด!  นั่งเรือช้าลำนี้ก็เช่นกัน ต้องใช้เวลาสิบกว่าชั่วโมงกว่าจะถึงจุดหมาย คนแก่บางคนนอนหลับ เด็กหลับคาอกแม่ ฝรั่งนักปั่นจักรยานรอบโลกถึงกับเอาผ้ามาคลุมกายนอนหลับ หุหุ เค้าคงจะเห็นโลกมามากเกินความต้องการแล้วล่ะ!

R0012541

สำหรับผม แต่ละนาทีมีค่ายิ่ง ทุกสถานที่ ๆ ผ่านไปล้วนมีความน่าสนใจ หากไม่อ่อนเพลียจริง ๆ ผมจะไม่หลับใหล!  เรือวิ่ง ๆ ไป…เดี๋ยวก็มีเจดีย์สีทองโผล่มาให้เห็น!  เมืองอะไรกันเนี่ย…ถึงได้มีวัดวาอารามมากกว่าร้านเหล้าและคาราโอเกะ!

R0012474

R0012476

ภาพชีวิตจากทั้งบนเรือและชายฝั่งบอกอะไรหลาย ๆ อย่างให้คนคิดเป็นได้คำตอบและบทเรียนซึ่งบางครั้งหาได้ยากในสังคมที่เจริญแล้ว…

R0012477

R0012516

เรือเปิดหวูดเสียงยาวเมื่อกำลังเข้าจอด ชายฉกรรจ์รูปร่างบึกบึนจะคอยช่วยกันประกอบสะพานเชื่อมให้ผู้หญิงและเด็ก ๆ…

R0012523

R0012524

แม่ค้าและผู้โดยสารยืนรออย่างใจเย็น เฝ้าดูไม้กระดานแผ่นใหญ่ถูกลากออกจากเรือ…ทำเป็นสะพานให้เดินข้าม

R0012525

R0012526

R0012527

R0012528

ต้องแข็งแรง อดทน และมีน้ำใจ…

R0012529

ไม่แก่งแย่ง ร้อนรน หรือเอาเปรียบ…

R0012530

R0012531

เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมคิดว่าภาพเหล่านี้สื่อความหมายได้ดี ถ้าเราดูแล้วคิดตาม…

R0012570

R0012590

ในขณะที่นักท่องเที่ยวผู้มากับเรือเร็วคงไม่มีโอกาสได้สัมผัสภาพชีวิตได้มากเท่ากับที่ผมเห็น…

R0012625

เข็มสั้นของนาฬิกาหมุนครบ ๑ รอบแล้ว พระอาทิตย์กำลังจะตกน้ำป๋อมแป๋ม… ผมพยายามหาคนพม่าที่พูดภาษาอังกฤษได้เพื่อถามถึงพะโคะคุ มีอยู่คนนึงบอกว่ากว่าจะถึงก็คงประมาณ ๒ ทุ่ม!!

R0012630

เมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว เรือจะจอดที่ท่าพะโคะคุแล้วปล่อยให้ผู้โดยสารที่เป็นนักท่องเที่ยวพักค้างที่ Mya Yatanar Inn ๑ คืน เช้ามืดวันรุ่งขึ้นจึงค่อยเดินทางต่อ แต่ปัจจุบันนี้เรือเดินทางรวดเดียวไปถึงพุกามเลย

R0012635

คืนนี้คงมีผมคนเดียวเท่านั้นที่จะลงที่พะโคะคุ! เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อความมืดค่อย ๆ คืบคลานมา!

Published in: on มิถุนายน 12, 2014 at 11:59 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – เสือปืนไว

Travel light เป็นการเดินทางที่ผมพยายามให้คล่องตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  คือมีแค่ backpack ใบเล็กใบเดียว กับถุงผ้าไว้ใส่เสบียงหรือของที่ต้องใช้ระหว่างเดินทาง นอกนั้นก็เป็นกล้องถ่ายรูปแบบคอมแพ็ค ๒ ตัว เอาใส่กระเป๋ากางเกงและกระเป๋าเสื้อ สามารถล้วงออกมาใช้งานได้ทันที…

dueling

ถ้าเป็นหนังคาวบอยก็เหมือนสวมเข็มขัดปืนที่มีปืนพกอยู่ ๒ กระบอกซ้ายขวา…ผมต้องพยายามฝึกเป็นเสือปืนไวให้ได้!

R0012517

หมายถึงการถ่ายภาพนะ ไม่ใช่การยิงกันโป้งป้าง!!!  ทั้งนี้เพราะว่าตามเส้นทางที่ผ่านไป ภาพและเหตุการณ์ต่าง ๆ มิได้รอให้เราเปิดกล่องบรรจงหยิบกล้อง DSLR ออกมาเปิดฝาครอบเลนส์ เปิดสวิช ปรับค่า เล็งแล้วกดชัตเตอร์  มันมักจะผ่านไปรวดเร็วมาก ยิ่งระหว่างนั่งเรือจากมัณฑะเลย์ไปพะโคะคุ สองฟากฝั่งแม่น้ำอิรวดีมีภาพที่น่าสนใจให้บันทึกเก็บไว้มากมายเหลือเกิน… ชักช้าไม่ได้!  ในช่วงของการเดินทางตั้งแต่ sunrise ถึง sunset  ขนาดกดชัตเตอร์แบบยั้งมือไว้บ้าง ผมยังได้ภาพถ่ายถึง ๒๐๐ กว่าบาน เรียกว่าถ่ายจนแบตหมดนั่นแหละ…

กล้องคอมแพ็คเลนส์เล็ก ๆ คงสู้กล้องตัวใหญ่เลนส์ยาวไม่ได้ในเรื่องแสงสีและความคมชัด แต่เรื่องความรวดเร็วและบันทึกเหตุการณ์ได้ทันก่อนที่จะผ่านเลยไป ผมว่าเจ้าคอมแพ็คของผมกินขาด (หมายถึงเริ่มจากภาวะที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน)  

R0012518

R0012521

R0012548

R0012551

R0012572

R0012582

R0012593

R0012594

R0012616

R0012573

R0012583

R0012584

ในขณะที่เรือเคลื่อนผ่านไป พอนึกที่จะถ่ายภาพสิ่งที่เห็นเบื้องหน้า บางครั้งกว่าจะล้วงเอากล้องออกมาเปิดสวิช มันก็เลยไปแล้ว ดังนั้นผมจึงต้องอาศัยความเป็นเสือปืนไว คิดเร็วและกดชัตเตอร์ไว นำภาพต่าง ๆ กลับมาฝากเพื่อน ๆ…

R0012621

R0012622

R0012623

R0012626

R0012627

ดีอยู่อย่างนึงคือ การถ่ายภาพแม้จะกดชัตเตอร์ไม่ทัน ก็ไม่โดนกระสุนของฝ่ายตรงข้ามเหมือนกับการดวลปืนแบบในหนังคาวบอย…

มาหัดเป็นเสือปืนไวกันเหอะ..

Published in: on มิถุนายน 11, 2014 at 11:19 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – slow boat

ไหน ๆ ผมก็แอบเข้าไปถ่ายภาพในเคบินหัวเรือให้เพื่อน ๆ ได้ดูแล้ว ก็เลยอยากจะสำรวจบนเรือโดยสารซึ่งหนังสือท่องเที่ยวอย่าง Lonely Planet เรียกว่า slow boat ให้ทั่ว ๆ หน่อย…

เรือมี ๒ ชั้น ห้องเครื่องอยู่ข้างล่าง (ตรงกลาง) พื้นที่โดยรอบส่วนใหญ่ใช้บรรทุกสินค้า…

R0012602

จักรยานของนักปั่นท่องโลกก็ถูกเก็บไว้ข้างล่าง…

R0012604

มีห้องสุขาอยู่ท้ายเรือ…

R0012605

อย่างเนี้ยไหวมั้ยครับ?…

R0012606

ปล่อยลงแม่น้ำอิรวดีเลยล่ะ…

R0012607

ขึ้นบันไดไปชั้นบนดีกว่า…

R0012599

ข้างบนเป็นที่นั่งและที่นอนของผู้โดยสาร…R0012510

R0012511

R0012534

R0012601

R0012500

R0012502

R0012515

ด้านข้างที่ติดกับห้องเคบินหัวเรือทั้ง ๒ ด้านถูกจัดให้เป็นโซนสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ  มีเก้าอี้พลาสติกให้นั่ง…

R0012537

R0012611

เก้าอี้สีเขียวอยู่ใกล้ประตูเคบินนั่น…ผมจองแล้วครับ!

R0012609

ฝรั่งบางคนก็อยากนอนมากกว่านั่ง….

R0012504

เด็ก ๆ บนเรือหน้าเปื้อนยิ้มกันแทบทุกคน…

R0012512

R0012603

ครัวอยู่ข้างบน ตรงท้ายเรือ…

R0012507

จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ให้ทั้งผู้โดยสารชาวพม่าและนักท่องเที่ยว…

R0012508

สนนราคาอาจแพงกว่าปกติ อย่างกาแฟ 3 in 1 ถ้วยนี้ก็ ๕๐๐ จ๊าด คิดเป็นเงินไทย ๑๘ บาท…

R0012506
จากท้ายเรือมาหัวเรือ เข้าไปดูห้องเคบินให้เต็มตาอีกที…

R0012614

ห้องน้ำในเคบินก็มีนะ…

R0012613

ผมเปิดประตูเข้าไปถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วย รู้สึกว่าจะดีกว่าห้องน้ำข้างล่าง!

R0012612

เห็นอย่างนี้แล้ว เพื่อน ๆ ยังอยากจะนั่ง slow boat อยู่มั้ยครับ?

Published in: on มิถุนายน 10, 2014 at 11:43 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – ฝันที่เป็นจริง

มีอยู่ ๒-๓ อย่างที่ผมตั้งใจจะกลับมาดูให้ได้ ในระหว่างเดินทางด้วย slow boat จากมัณฑะเลย์สู่พะโคะคุ  สิ่งแรกคือพระอาทิตย์ขึ้น สอง..สะพานข้ามแม่น้ำอิรวดี และ สาม…ห้องเคบินหัวเรือ

เรือออกจากท่าเมื่อเวลา ๕.๔๕ น. ผมได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังแต่เพียงเบา ๆ จากห้องเครื่องซึ่งอยู่ข้างล่าง ได้เห็นภาพแผ่นดินชายฝั่งเคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ ในขณะที่แสงทองส่องประกายบนนภาและผืนน้ำ…

R0012497

นี่คือภาพหนึ่งที่ผมฝันอยากมาเห็นอีกครั้ง….

R0012498

ครั้งก่อนจำได้ว่าหลังจากออกจากท่าที่มัณฑะเลย์ได้ไม่นาน เรือจะต้องลอดใต้สะพานข้ามแม่น้ำ ผมมีภาพสะพานดังกล่าวมาให้เพื่อน ๆ ดูด้วย…

old-burma-54

ยิ่งดวงอาทิตย์ขยับขึ้นสูง ผมยิ่งเบิกตากว้าง รอเวลาที่จะเห็นภาพสะพานซึ่งเคยลอดเมื่อ ๓๑ ปีก่อน…

R0012499

แสงทองค่อย ๆ จางหาย เมื่อท้องฟ้าสว่างขึ้น  ผมมองภาพผู้โดยสารด้วยหัวใจเป็นปลื้ม ฝันอันยาวนานที่จะได้เห็นภาพเช่นนี้อีก บัดนี้ได้เป็นจริงแล้ว…

R0012505

เห็นหม้อน้ำที่อยู่ท้ายเรือ  จำได้ว่าในอดีตเดินทางด้วยเรือแบบเดียวกันนี้ ผมอดทั้งน้ำทั้งข้าว เพราะไม่ได้พกน้ำดื่มมาด้วย จะซื้ออะไรกินก็ไม่ได้เพราะไม่มีเงินปลีก…

R0012509

เวลาผ่านไป ๑ ชั่วโมงเต็ม ผมก็ได้เห็นสะพานที่รอคอยปรากฏอยู่ข้างหน้า…

R0012483

แต่ก่อนจะถึงสะพานเก่า (2)   ผมเห็นสะพานรูปทรงสวยงามอีกสะพานหนึ่ง  เค้าเพิ่งสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๑ เพื่อเพิ่มหนทางเชื่อมต่อระหว่าง Sagaing  และ Mandalay  สะพานใหม่นี้มีชื่อว่า “Yadanabon” (1)  แต่ผู้คนเรียกกันหลายชื่อจนจำไม่ไหว ผมเลยอยากจะเรียกว่า “ขั๋วใหม่”  

bridge-in-mandalay1

R0012485

R0012488

R0012487

ลอดผ่าน “ขั๋วใหม่” มาแล้ว…

R0012490

bridge-in-mandalay2

ต่อจากนี้ก็จะต้องลอด “ขั๋วเก่า” ที่เห็นอยู่ข้างหน้า…

R0012491

 

สะพานนี้แหละที่ผมอยากกลับมาเห็น…

R0012492

ตื่นตาตื่นใจจริง ๆ เมื่อได้เห็น ในขณะที่เรือกำลังจะลอดใต้สะพาน…

R0012493

กลับมาครั้งนี้ ผมถ่ายภาพได้เต็มที่…

R0012489

ผ่านสะพานในฝันมาแย้ว…

R0012495

เหลืออีกอย่างนึง คือ “ห้องเคบิน” ผมแอบเข้าไปดู แล้วถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ  หน้าต่างอย่างนี้แหละที่ผมเคยมองออกไปเห็นพระเจดีย์สีทอง ขณะเดินทางถึงพุกาม เมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๖…  

R0012563

เตียงอย่างนี้แหละที่เคยนอนตอนเดินทางมาจากพะโคะคุ…

R0012564

ได้เห็นภาพเคบินสมใจ…. ผมแอบถ่ายภาพอ่างล้างหน้า และผู้โดยสาร VIP ที่กำลังหลับอยู่บนเก้าอี้เขียวมาให้ดูด้วย!

R0012565

R0012566

ฝันที่เป็นจริงครั้งนี้ ผมต้องรอมานานถึง ๓๑ ปี!

Published in: on มิถุนายน 9, 2014 at 11:21 pm  Comments (2)  

Travellin’ light ไปพม่า – ลงเรือไปพะโคะคุ

old-burma-54

ผมเคยเขียนเล่าว่า…

๙ กรกฎาคม ๒๕๒๖  ผมตื่นนอนประมาณตีสาม อาบน้ำสระผม เช็คเอ้าท์ แล้วนั่งรถสามล้อปั่นฝ่าความมืดไปยังท่าเรือ  ค่ารถสามล้อ ๑๒ จ๊าด  มาถึงก่อนเวลาดีกว่ามาไม่ทัน ผมนอนรอที่ท่าเรือ จนมีฝรั่งนักท่องเที่ยวมาเพิ่ม จึงได้ชวนกันไปขึ้นเรือ โห…มีผู้โดยสารพม่าบนเรืออยู่แล้วจำนวนไม่น้อยเลย สงสัยคงมานอนรอกันตั้งแต่เมื่อคืน!  พอแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า อีกไม่นาน…เรือก็ออกจากท่า ล่องไปตามแม่น้ำอิระวดี

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว  พอถึงวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๗ จะได้ย้อนรอยอดีตอีกครั้ง ผมรู้สึกตื่นเต้นเป็นกำลัง เมื่อวานนี้ถามพนักงาน Royal Guest House เธอบอกว่าจะไปท่าเรือตอนเช้ามืดต้องติดต่อล่วงหน้าให้ taxi มารับ ค่าโดยสาร ๔,๐๐๐ จ๊าด ผมไม่สนเพราะเชื่อมั่นว่าสามารถหารถไปท่าเรือได้เอง ขอให้ตื่นนอนทันเวลาเท่านั้น…

ตั้งนาฬิกาให้ปลุกตอนตี ๔  ใช้เวลาเตรียมตัวไม่นานก็พร้อมที่จะออกเดินทาง  ผมออกจากห้อง ลงไปปลุกคนที่นอนเฝ้าให้ช่วยเปิดประตู คืนกุญแจห้องแล้วบอกเช็คเอ้าท์  พอก้าวออกไปยืนอยู่นอกเกสต์เฮ้าส์ มีจักรยานยนต์ผ่านมา  ยกมือบอกว่าให้รอเดี๋ยว  (เห็นมั้ยครับ…ผมบอกแล้วว่าในมัณฑะเลย์ คนขี่แมงกะไซค์สามารถแปลงโฉมเป็น motorbike taxi driver ได้ทุกเมื่อ)  แป๊ปเดียว…หนุ่มมอเตอร์ไซค์ก็กลับมาจริง ๆ ถามว่าจะไปไหน ผมบอกว่าจะไปขึ้น slow boat ที่ jetty  เค้าขอดูตั๋วเรือก่อนเพื่อความแน่ใจ เห็นตั๋วแล้วบอกว่าขอ ๒,๕๐๐ จ๊าด  ผมบอกว่าทำไมแพงจัง มีคนบอกว่าจะมารับแค่ ๑,๐๐๐ เอง  เค้าบอกว่านั่นเป็นราคาค่าโดยสารไปสถานีรถไฟ แต่ท่าเรืออยู่ไกลกว่ามาก ในที่สุดก็ตกลงกันได้ในราคา ๒,๐๐๐ จ๊าด (๗๐ บาท) ก่อนขึ้นนั่งซ้อนท้ายผมย้ำว่าต้องไปส่งให้ขึ้นเรือเลยนะ…

มอเตอร์ไซค์รับจ้างสมัครเล่นพาผมไปยังท่าเรือโดยใช้เวลาไม่นาน  ผมหัวใจพองโต…เมื่อเห็นแสงไฟจากท่าเทียบเรือ ตรงนั้นคือที่ ๆ ผมเคยลงเรือไปพะโคะคุเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๒๖  ต่างกันเพียงว่าวันนั้นผมจ้างสามล้อให้มาส่งในราคา ๑๒ จ๊าด…

DSC00106w

เพิ่งจะ ๔.๔๕ น.เอง!  ยังมีเวลาเหลือ ผมมองผ่านเกาะกลางถนนไป เห็นแสงไฟอยู่ฝั่งถนนด้านโน้น  คิดว่าน่าจะเป็นร้านน้ำชาหรือร้านอาหาร…

DSC00103w

เดินแบกเป้ตรงไป อืมมมม…ร้านอาหารจริง ๆ ด้วย น่าจะมีอะไรให้ผมได้รองท้องก่อนลงเรือ!

DSC00104w

เปิดแต่เช้าเพื่อให้บริการนักเดินทาง ผมเดินตรงเข้าไปทันที!

DSC00102w

มีขายทั้งอาหารและน้ำชา เหมาะเลย!

DSC00098

ผมสั่งชามาดื่ม พร้อมกับเจ้าสามเหลี่ยมที่เค้ากำลังทอดอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้ว่าเรียกอะไร คิดว่าคงไม่มีเนื้อสัตว์  มีกระเทียมและพริกขี้หนูให้มาเป็นเครื่องเคียงด้วย

R0012468

ผมกินเกลี้ยง แถมยังสั่งชามาเพิ่มอีก ๑ ถ้วย…

DSC00097

ดื่มชาหมดแล้วอัดน้ำร้อนตาม ก่อนที่จะเขวี้ยงยา ๔ เม็ดที่เตรียมมาเข้าปาก  คนแก่ที่ยังบ้าเดินทางอยู่ก็ต้องอย่างเนี้ยแหละ!! ผมกินอาหารเช้า(มืด)เรียบร้อยแล้ว ค่าเสียหายทั้งหมดแค่ ๖๕๐ จ๊าดหรือ ๒๓ บาทเอง  ในพม่าผมยังไม่เคยโดนร้านอาหารข้างถนนคิดเงินเพิ่มเลยสักครั้งเดียว ไม่ว่าที่ไหน…

จากนั้นก็กลับมาที่ท่าเรือ…

DSC00105w

เห็นคนนอนขดอยู่บนม้าหินข้าง ๆ ทางลง…

DSC00107w

ต้นโพธิ์ต้นนี้งัย ที่เมื่อสองวันก่อนโดนพายุพัดจนกิ่งก้านแกว่งไกวไปตามลม ตอนที่ผมมาหาซื้อตั๋วเรือ…

DSC00109w

ผู้โดยสารกำลังมา….

DSC00110w

ต้องค่อย ๆ เดินลงบันไดไป…

DSC00111w

รู้แปลกใจที่เห็นคนทำความสะอาดกวาดบันไดแต่เช้ามืด!!

DSC00112w

มีสะพานไม้ทอดไปยังท่าเทียบเรือ…

DSC00115w

DSC00117w

DSC00114w

บนท่าเทียบเรือ ผมเห็นป้ายเรือโดยสารอย่างดีจากมัณฑะเลย์ไปพุกาม คิดในใจว่าเรืออย่างเนี้ยไม่ได้กินเงินผมหรอก!

DSC00118w

จากท่าเทียบ…ผมต้องค่อย ๆ เดินไปตามแผ่นกระดานซึ่งทอดไปยังเรือลำที่จะพาผมเดินทางไปพะโคะคุอีกที

DSC00120w

อี๊บ…ลงเรือได้แล้วจ้า!

DSC00121w

ขึ้นบันไดไปชั้นบน…ผมหาที่นั่งติดกับ cabin

DSC00122w

๕.๔๕ น. เรือเปิดหวูดเสียงยาว ก่อนที่จะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกห่างจากท่า มีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจตั๋ว ผมนั่งบนเก้าอี้พลาสติก เหยียดขาสบาย ๆ ไปข้างหน้า… มองออกไปยังขอบฟ้าซึ่งเริ่มสว่างขึ้นทีละน้อย!

R0012470

ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพด้านข้างไว้ ๑ บาน…

R0012471

อยากรู้จังว่าบนเรือลำนี้…จะมีใครปิติเท่ากับชายคนที่ได้กลับมาทำในสิ่งที่เคยทำเมื่อ ๓๑ ปีที่แล้วบ้าง?

Published in: on มิถุนายน 8, 2014 at 9:50 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – หนักเอาเบาสู้

วันที่สามที่ได้อยู่ในพม่า ผมจัดให้เป็นวันสบาย ๆ  ไหน ๆ ตั๋วเรือไปพุกามก็ซื้อไว้แล้ว พรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้ามืด ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เมื่อวานนี้ผมปั่นจักรยานไปทั่ว จากวัดกุโสดอร์ทางทิศตะวันออกไปจรดแม่น้ำอิรวดีทางทิศตะวันตก…

การจราจรอันสับสนก็ได้ลุยมาแล้ว…. วันนี้จึงขอเดินเที่ยวดีกว่า!

R0012292

การท่องเที่ยวสไตล์ลุงน้ำชามีความแตกต่างก็ตรงนี้แหละ  การเดินสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ทำให้ผมได้เห็นการประกอบสัมมาอาชีวะของผู้คน ได้เห็นการทำงานที่ชวนให้หยุดมองด้วยความชื่นชม คนที่นีเค้า “หนักเอาเบาสู้” จริง ๆ  บริเวณหัวมุมถนน ผมเห็นช่างไม้กำลังช่วยกันขัดแต่งประกอบโต๊ะ  คนไทยวัยเกษียณอย่างผมไม่ได้เห็นไม้สวย ๆ อย่างเนี้ยมานานแล้ว…

R0012293

จากตลาดเซโจผมเดินข้ามสะพานลอย มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ เลี้ยวซ้ายแล้วเดินไปจนถึงถนน #26  เลี้ยวขวาแล้วข้ามถนนเดินขนานไปกับพระราชวังจนถึงประตูทางเข้า ที่มีป้ายเป็นภาษาอังกฤษตัวใหญ่บอกว่าห้ามคนต่างชาติผ่านเข้าไป  ผมเห็นทหารแบกปืนเดินรักษาการอยู่โดยรอบ  เป็นบรรยากาศที่ไม่น่าอภิรมย์นัก!!  ผมตัดสินใจเดินข้ามถนนลงใต้แล้วเลี้ยวขวาที่ถนน #27  ตั้งใจจะเดินไปสำรวจด้านตะวันตกอีกครั้ง…

ผ่านร้านน้ำชาอยู่ทางด้านซ้ายมือ ผมไม่รีรอที่จะแวะเข้าไปสั่งดื่มเสริมพลัง…

R0012295

ลูกคนขายกาแฟอย่างผมคุ้นเคยดีกับอาชีพนี้ เคยช่วยพ่อแม่ขายชากาแฟตั้งแต่เด็ก วันนี้ได้มาเห็นเด็กชายชาวพม่าช่วยพ่อทำงานก็รู้สึกชื่นชมยิ่งนัก…

R0012298

หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส เด็ก ๅ ทำงานอย่างคล่องแคล่วและอารมณ์ดี…

R0012299

R0012300

ดื่มชาหมดแก้ว  จ่ายเงินแค่ ๒๐๐ จ๊าดเอง คิดเป็นเงินไทยก็ ๗ บาท!

เดินต่อไปจนถึงสี่แยกซึ่งกำลังมีการปรับปรุงผิวถนน  ผมเห็นคนงานหญิงหลายคนกำลังขนหินก้อนใหญ่ ๆ ที่กองอยู่นั่น นำไปโยนเรียงไว้ เพื่อรอให้รถบดมาทำหน้าที่ เธอทำงานหนักยิ่งกว่าชายอก ๓ ศอก…

R0012310

เดินไปจนถึงเขตรถไฟ  รางรถไฟทอดยาวไปจนถึงต้นทางติดกับถนน #26

R0012316

R0012324

บนเส้นทางเล็ก ๆ…ผมเห็นแต่ละชีวิตดำเนินไปแบบหนักเอาเบาสู้!!

R0012311

R0012315

R0012317

R0012325

R0012328

R0012329

R0012331w

R0012331

R0012332

R0012334

R0012340

R0012376

R0012348

R0012365

R0012373

เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมถ่ายภาพไว้มากมาย แต่คงไม่สามารถนำเสนอได้ทั้งหมด และถ้าให้เล่าอย่างครบถ้วนก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน ผมขออนุญาตข้ามช่วงเวลาของการเดินชมเมืองมัณฑะเลย์ในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๗ ไปดีกว่า…

ภาพจำนวนมากมายที่ผมนำมาลง แม้จะไม่คมชัด แต่คงสื่อความหมายอะไรให้เพื่อน ๆ ได้ทราบ อยากให้ได้ดูภาพแล้วหันกลับมาดูตัวเอง เปรียบเทียบกับสภาพของสังคมเมืองไทยที่เปลี่ยนไป…

แต่ก่อนคนไทยก็เหมือนกับคนพม่าคือ “หนักเอาเบาสู้” แต่เดี๋ยวนี้คงไม่ใช่แล้ว!

Published in: on มิถุนายน 7, 2014 at 11:13 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – การจราจรในมัณฑะเลย์

DSC09946w

ในเมืองไทย…ถ้าเป็นตลาดในอาคารใหญ่โตอย่างตลาดเซโจ เมืองมัณฑะเลย์ แล้วเกิดระบบไฟฟ้าข้อง คงจะวุ่นวายกันน่าดู แต่ที่นั่น…เรื่องไฟฟ้าดับคงเป็นเหตุการณ์ปกติธรรมดา ผมเห็นผู้คนยังคงเดินเข้าออกอย่างเคยชิน…

DSC09932w

ร้านค้าโดยรอบก็ยังคงดำเนินการไปตามปกติ…

DSC09939w

ชีวิตของคนพม่ากับความไม่แน่นอนของพลังงานถูกปรับให้เข้ากันได้เป็นอย่างดี….

DSC09938w

เมื่อไม่ต้องอาศัยบันไดเลื่อนหรือลิฟท์ เขาจึงไม่รู้สึกเดือดร้อนที่จะต้องใช้สองขาก้าวเดินขึ้นบันได…

DSC09937w

ใช้แสงสว่างจากหลอดไฟดวงใหญ่บนท้องฟ้า…

DSC09936w

ในขณะที่สาว ๆ ยังคงเดินจับจ่าย แม้จะไม่สว่างไสว….

DSC09935w

DSC09933w

DSC00045

ผมบรรยายไม่เก่ง ต้องขอนำภาพชีวิตชาวพม่ามาลงให้เพื่อน ๆ ได้พิจารณาด้วยตนเองว่าเป็นเช่นไรเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทยของเรา…

DSC09934w

ผมเดินรอบ ๆ ตลาดเซโจ แล้วทะลุออกไปด้านหลัง เห็นลานจอดรถจักรยานและจักรยานยนต์….

DSC09942w

ความหมายของคำว่า “จราจร” คือ การที่ยวดยานพาหนะ คน หรือ สัตว์พาหนะเคลื่อนไปมาตามทาง วันนี้ผมขอนำภาพการจราจรในเมืองมัณฑะเลย์มาให้เพื่อน ๆ ได้ดูพอเป็นที่เข้าใจดังนี้…

DSC00078

DSC00077

DSC00071

DSC00068

DSC00065

DSC00061
DSC00035

DSC00029
DSC00023

DSC00007w

DSC00002

หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้ปั่นจักรยานเที่ยว ๑ วันเต็ม ผมก็เริ่มคุ้นเคยกับสภาพการจราจรในเมืองมัณฑะเลย์!

Published in: on มิถุนายน 6, 2014 at 11:52 pm  ให้ความเห็น  

FB Trip ไปอุตรดิตถ์ – ตามหารอยล้อ

ผมคงไม่อาจกล่าวได้ว่า FB Trip ครั้งนี้ประสบความสำเร็จ ถ้ายังไม่สามารถนำจักรยานพับไปยังที่ ๆ เจ้า “อามุย” เคยยืนอยู่เมื่อ ๓๑ ปีก่อน!

กลับมาพระบรมธาตุทุ่งยั้งในวันนี้  ผมยังสงสัยอยู่ว่าเคยจอดจักรยานอามุยไว้ตรงไหน?  บ้านเมืองมันเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้!  จากด้านหน้าพระวิหารหลวง ผมพาเจ้า Coyote ออกไปยังสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนซึ่งกำลังมีการปรับพื้นผิวจราจรให้กว้างขึ้นอีก…

R0015054w

ผมนำจักรยานอ้อม site งาน…ไปเข้าทางด้านข้างวัด ด้วยความหวังว่าจะเจอจุดที่แสวงหา!

R0015057w

นั่นไง! เจอแล้ว ป้ายพระบรมธาตุ…

R0015058w

R0015059w

ทางด้านขวามือมีแผ่นป้ายบรรยายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ผมไปยืนอ่านเพื่อศึกษาข้อมูล มีความรู้สึกว่าข้อความภาษาอังกฤษน่าจะแปลได้สละสลวยกว่านี้  แม้แต่ภาษาไทยเองก็ตาม การแต่งประโยค การจัดคำ และการเว้นวรรค น่าจะทำได้ดีกว่านี้…

R0015060w

อืมมม… มันทำให้ผมคิดถึงป้ายบอกทางไปน้ำพุร้อนสันกำแพงซึ่งติดตั้งอยู่ตรงมุมถนนทุ่งโฮเต็ลนานเป็นปี ๆ ว่า “Hot Fountain”  อ้าว…เป็นตาแก่ขี้บ่นอีกแล้ว! เข้าไปทัศนาองค์พระเจดีย์กันดีกว่า…

R0015061W

R0015062W

R0015079w

ผมเหลียวซ้ายแลขวา ไม่เห็นคนเฝ้า จึงค่อย ๆ แอบจูงเจ้า Coyote เข้าไปถ่ายภาพ พยายามมองหาจุดที่จะพาไปเหยียบรอยล้อจักรยานรุ่นพี่…

R0015067W

R0015068w

R0015063W

R0015064W

R0015065W

ในที่สุดก็ได้ภาพนี้…

R0015078w

R0015081w

พอนำกลับไปเปรียบกับภาพเก่าเมื่อปี ๒๕๒๖ ผมก็คิดว่า”ใช่เลย”

tungyang10

ผมตามหารอยล้อเจ้าอามุยเจอแล้ว!

Published in: on มิถุนายน 5, 2014 at 3:33 pm  ให้ความเห็น  
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.