ปั่นจักรยานในเสียมเรียบ – ชุมชนช่องคะเนีย (Chong Khneas Community)

ปั่นจักรยานออกจากเสียมเรียบ ๑๒ กิโลเมตร…ใช้เวลากว่า ๒ ชั่วโมงเพราะแวะดูสิ่งน่าสนใจมาตลอดทาง!  จากสามแยกเข้าหมู่บ้านซูวอน ผมมุ่งไปยังท่าเรือระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร…

chong-khneas1

ต้องผ่านชุมชนช่องคะเนีย (Chong Khneas Community)

chong-khneas3

823

เป็นหมู่บ้านที่น่าสนใจมาก สำหรับผมแล้วชอบดูอย่างเนี้ยมากกว่าไปเดินเที่ยว pub street

824

820

822

เห็นงานช่างที่ไหนเป็นต้องหยุดดู ด้วยอยากรู้ว่าเค้าทำกันอย่างไร (น่าจะไม่มีใครเป็นช่างเหอะ!)

827

ศาสนสถานที่มีให้เห็น เค้าอยู่กันได้อย่างสันติ ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก…

828

854

857

830

833 834

มองเห็นเนินเขาปราสาท Phnom Krom อยู่ไกล ๆ

836

837

ดีใจที่ได้มาเห็นโรงเรียนในชุมชน Chong Khneas…

840

839

841

843

มีห้องเรียนลอยน้ำ…

842

844

845

ที่สร้างใหม่ก็ใช้ตอม่อคอนกรีตสูง ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา…

835

สถานีตำรวจช่องคะเนีย…

850

852

853

พอดียังไม่หิว ก็เลยไม่ได้เข้าไปดูว่าแม่ค้าขายอะไร…

846

ผมเดินทางมุ่งหน้าต่อไป…

849

ท่าเรืออยู่ไม่ไกลแล้วครับ!

ปั่นจักรยานในเสียมเรียบ – หมู่บ้านซูวอน

suwon2

เปลี่ยนใจไม่เดินขึ้นเขาเพื่อไปดูปราสาท Phnom Krom…  ผมปั่นจักรยานผ่านซุ้มประตูตรงทางแยก (E) เข้าไปยังหมู่บ้านซูวอน (Suwon Village)

794

เว็บมีทวีทัวร์เขียนถึง “หมู่บ้านวัฒนธรรมซูวอน” ในเกาหลีไว้ว่า….

หมู่บ้านวัฒนธรรมซูวอน ( Suwon Folk Village ) 수원 민속촌 ตั้งอยู่ที่เมืองซูวอน ในจังหวัดเคียงกิโด ห่างจากกรุงโซลไปทางทิศไต้ประมาณ ๑ ชั่วโมง ถือเป็นหมู่บ้านจำลองและพิพิธภัณฑ์ที่จำลองและแสดงถึงวิถีชีวิตของคนเกาหลี ภายในประกอบด้วยบ้านสไตล์ดั้งเดิมต่าง ๆ กว่า ๒๔๐ หลัง เครื่องใช้ไม้สอยที่ใช้ บ้านข้าราชการ ลานกว้างสำหรับแสดงศิลปพื้นบ้านของชาวเกาหลีในเทศกาลต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงตลาดพื้นเมืองและอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อให้ผู้มาเยือนสัมผัสถึงวัฒนธรรมของชาวเกาหลี….

790

ประเทศเกาหลียังไม่เคยไปเยือน…ผมคิดว่าถ้ามีโอกาสก็อยากได้เห็นหมู่บ้านซูวอนสักครั้ง พอดีวันนี้ได้ปั่นจักรยานมาถึง “หมู่บ้านซูวอนในเสียมเรียบ” ซึ่งเป็นเมืองน้อง ก็เลยอยากเข้าไปดูซะหน่อย!  จากปากทาง (E) ผมขี่จักรยานเข้าไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ผ่านบ้านเรือนทั้งเก่าและใหม่  บ้านเก่ามีใต้ถุนสูง คิดว่าในอดีตช่วงน้ำหลากคงจะท่วมสูง…

795

ถึงโรงเรียนบ้านซูวอนแล้วครับ อย่างนี้แหละที่ผมอยากเห็น….

796

ถัดมาก็เป็นวัดบนเนื้อที่กว้างใหญ่ มีรั้วสวยยาวกว่า ๒๐๐ เมตร…

800

799

ซุ้มประตู (1) ก็สวย…

798

797

801

อุโบสถ (3) เสาสูง มีระเบียงและบันไดนาค ๕ เศียร ตามรูปแบบที่เคยเห็นมาหลายวัดในเขมร…

802

815

suwon3

ผมจอดจักรยานไว้หน้าโบสถ์ (2) แล้วเดินตามเด็ก ๆ เข้าไป…

803

เห็นบันไดนาคข้างอุโบสถลวดลายวิจิตร…

811

พระเจดีย์ที่มีบันไดจตุรทิศ…

812

808

เจดีย์อีกองค์ (5) กำลังก่อสร้างอยู่กลางลาน หน้าศาลาการเปรียญ (6) (เดาเอาว่าเป็นเช่นนั้น)

805
806
807

อาคารถาวรวัตถุ (4) ล้วนใหญ่โต คงมีงบประมาณการก่อสร้างเยอะ  (เหมือนวัดใหญ่ ๆ ในเมืองไทย)

804

814

ส่วนลูกหลานชาวบ้านก็ยังคงเท้าเหยียบดิน มีความสุขกับการเล่นบนพื้นดินพื้นทราย (มิได้นั่งก้มหน้าอยู่กับแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเหมือนที่เห็นในบ้านเรา)

810

ผมชอบที่จะเห็นภาพอย่างนี้ครับ…

809

813

ขากลับ…ถ่ายภาพด้านหลังซุ้มตรงปากทางไว้อีก ๑ บาน

819

ผมปั่นจักรยานออกสู่ถนนใหญ่ เลี้ยวขวาแล้วปั่นตรงไปยังท่าเรือซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๒ กิโลเมตร…

ปั่นจักรยานในเสียมเรียบ – ไป Phnom Krom

วันที่สามของการขี่จักรยานเที่ยวเสียมเรียบ…ผมเลือกที่จะปั่นแบบสบาย ๆ จากเสียมเรียบไป Phnom Krom ด้วยระยะทางแค่สิบกว่ากิโลเมตร ออกเดินทางแต่เช้าหน่อย ตั้งใจว่าจะแวะเที่ยววัดหรือสถานที่น่าสนใจตามสองข้างทาง ส่วนที่ว่าจะลงเรือไปเที่ยวโตนเลสาบหรือไม่นั้น…ขอให้ไปถึงท่าเรือแล้วค่อยว่ากัน  

suwon1

กังวลใจอยู่เรื่องเดียวเท่านั้นคือ ยางล้อจักรยานค่อนข้างอ่อน ยิ่งขี่ออกไปไกลตามถนนขรุขระ ก็ยิ่งต้องลุ้นว่าวันนี้จะกลับเสียมเรียบโดยยางไม่แบนได้หรือเปล่า?

775

ถนนช่วงที่ก่อสร้าง ล้อรถตกหลุมทีใด เป็นต้องเสียวเข้าไปถึงกึ๋น!…

776

พ้นจุดอันตรายมาแล้วถึงได้ปั่นไปตามถนนลาดยาง…

779

ผ่านบ้านเรือน หนองน้ำ แลทุ่งนา…

777

780

781

926

มีร้านอาหารเปลญวน (hammock restaurant) ให้เห็นตามสองข้างทาง…

782

785

924

ระหว่างทางมีรถบัสขนนักท่องเที่ยวผ่านไปคันแล้วคันเล่า….

783

สองขาค่อย ๆ ปั่นไปเรื่อย ๆ  เห็นภาพแปลกตาที่ไหน ก็หยุดแวะกดชัตเตอร์บันทึกไว้…

784

786

918

921

922

จะเห็นได้ว่าการปั่นจักรยานเที่ยวกัมพูชาเป็นเรื่องที่ทำได้ง่าย ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะนำจักรยานมาเอง หรือมาเช่าเอาตามหัวเมืองใหญ่

787

ในที่สุดผมก็ปั่นถึงสามแยก…

788

920

คงเป็นเพราะมีนักท่องเที่ยวมาเป็นประจำ ที่ปั่นจักรยานมาก็คงมีไม่น้อย ชาวบ้านมองเห็นเป็นเรื่องปกติ นับว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้ผมเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย

791

นึกจะแวะถ่ายภาพตรงไหน…ก็ทำได้หมด!

792

793

ตลาดสดที่นี่เหมือนตลาดสันป่าข่อยเมื่อ ๕๐-๖๐ ปีที่แล้วเลย….

816

818

ผมไม่แปลกใจที่เห็นว่ามีคนเกาหลีแห่มาเที่ยวเขมร ดูปริมาณรถโดยสารนักท่องเที่ยวเมืองโสมก็รู้ครับ…

895

หมู่บ้าน Suwon ของเกาหลียกมาอยู่ที่นี่ ถึงกับตั้งป้ายให้เห็นชัดพร้อมทั้งอักษรขะแมร์และเกาหลี  ที่เมืองไทยยังไม่มีอย่างเนี้ยใช่มั้ย? ผมเกรงเหลือเกินว่าอีกหน่อยในเมืองเชียงใหม่อาจมีหมู่บ้านชาวญี่ปุ่นตั้งป่าย (nihon go) แล้วบอกว่าคนไทยห้ามเข้า เห็นแล้วคงจะเจ็บปวดน่าดู!  ยิ่งตอนนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษทำท่าจะบูม อีกไม่นานอาจได้เห็น!

790

พูดไปก็ไลฟบอย ปวดหัวเปล่า ๆ หันไปดูทางขึ้นวัดปราสาท Phom Krom กันดีกว่า…

uphill

มีบันไดขึ้นไปยังยอดเขา (P) ถ้าขึ้นไปถึงข้างบนก็จะพบกับพระปรางค์ ๓ ยอด และหากอยู่ถึงเย็นก็จะได้ชมพระอาทิตย์ตก (sunset) ทางด้านโตนเลสาบซึ่งกล่าวว่างดงามที่สุด ผมต้องชั่งใจว่าจะเดินขึ้นบันไดไปปราสาทดีหรือไม่?  เมื่อวานนี้ก็ไปเห็นปราสาทมาทั้งวันแล้วนะ หลับตาก็ยังเห็นภาพอยู่เลย แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ตอนนี้แดดจัดมาก ถ้าจะขึ้นไปข้างบนก็ต้องทิ้งรถจักรยานไว้แล้วเดินขึ้นบันไดนั่นไป…

789

919

ตัดสินใจปั่นจักรยานเข้าไปเที่ยววัด (T) ในหมู่บ้าน Suwon ดีกว่า…

794

ปราสาท Phnom Krom ขอเอาไว้ไปเที่ยวพระปรางค์สามยอดจังหวัดลพบุรีแทนละกัน (ฮา) 

วัดไผ่ล้อม ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

“วัดไผ่ล้อม” วัดชื่อนี้มีอยู่ในหลายจังหวัด บางจังหวัดอาจมีมากกว่า ๑ วัด แต่วันนี้ผมขอพาเพื่อน ๆ ไปดู “วัดไผ่ล้อม” ที่ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ก่อนนะครับ…

watpailom3

จากในเมืองถ้าเพื่อน ๆ ขับรถไปตามเส้นทางหมายเลข 102 (มุ่งหน้าไปยังพระแทนศิลาอาสน์) ก่อนถึงวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งจะพบกับสามแยก (1) หากเลี้ยวซ้ายออกไปตามเส้นทาง 1406 ระยะประมาณ ๑ กิโลเมตรกว่า ๆ ถึงทางแยก สามารถมองเห็นป้ายวัดไผ่ล้อม (2) ได้แต่ไกล วัดนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่รูปร่างคล้ายเมล็ดข้าวเปลือก มีถนนล้อมรอบ…

watpailom1

1078

1066

รั้วสีฟ้า-แสด…สวยครับ!!

1079

เข้าออกได้หลายทาง เนื้อที่เกือบ ๒ ใน ๓ สร้างด้วยถาวรวัตถุเทเต็มด้วยพื้นคอนกรีต ดีหน่อยที่ยังเหลือดินและต้นไม้ใหญ่ไว้ให้ความร่มรื่น…

watpailom2

พระอุโบสถงดงาม (3)…

1068

ใบเสมาตั้งสูงอยู่บนแท่น…

1069

1070

1073

1077

1072

มณฑปพระนอน…

1081

1082

1083

1084

ที่เห็นคงเป็นหอระฆังเก่า…

1080

ของใหม่อยู่ตรงนี้…

1071

ศาลาการเปรียญ (6) ใหญ่มากกกก…

1074

ด้านข้างอุโบนถ กำลังสร้างเจดีย์รูปทรงแปลกตา…

1067

อาคารโบราณเหมือนที่ศูนย์วัฒนธรรมอุตรดิตถ์ ถ้าเข้าใจไม่ผิด…คิดว่าน่าจะเป็นกุฏิสงฆ์

1076

ผมเก็บภาพหลังซุ้มประตูทิศตะวันออกไว้อีก ๑ บาน…

1075

เที่ยวไล่เก็บภาพไปเรื่อย ๆ ครับ เหนื่อยก็พัก ตายเมื่อไหร่ก็คงจะทิ้งรูปทั้งหมดไว้ให้ดูบนอินเทอร์เน็ต…ไม่มากก็น้อย!!

วัดทองเหลือ ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์

1065W

ท่องเขมร ๒ ครั้ง ครั้งแรกไปพนมเปญ-พระตะบอง-ศรีโสภณ (ยังไม่ได้เขียน) ครั้งที่สองไปอยู่เสียมเรียบ ๔ วัน ๔ คืน (กำลังเขียน) อันที่จริงเขมรยังมีที่เที่ยวอีกมากมายหลายแห่ง แต่ผมก็แสดงเจตจำนงแล้วว่าจะไม่มีครั้งที่ ๓

ผมรังเกียจพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ ตม. เขมร อย่างที่ได้เล่าไว้ในเรื่อง ช่องจอม – โอเสม็ด ว่า…

ผมขอการ์ดมากรอกแล้วยืนให้เจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งอยู่ ๒ คน คนหนึ่งรับหนังสือเดินทางของผมไปเปิดดูตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้ายด้วยท่าทางพิลึก ๆ ถามเป็นภาษาไทยว่า “ไปไหน?” ผมตอบว่า “ไปเสียมเรียบ” เค้าพลิกดูตราประทับประเทศต่าง ๆ บนหนังสือเดินทางของผม ดูเหมือนจะทำให้ช้าเข้าไว้ ต่างกับการประทับตราอย่างรวดเร็วให้หญิงขแมร์ก่อนหน้าผม…

“๑๐๐ บาท” เจ้าหน้าที่ ตม. เขมรออกปากเรียกเก็บเงิน! ผมเป็นงงเหมือนกันนะ เพราะตั้งแต่เดินทางผ่านแดนมาหลายต่อหลายด่านก็ยังไม่เคยโดนเรียกเก็บเงินอย่างเนี้ย อ่อ…เคยมี ๒ ครั้งที่ สปป.ลาว เป็นเงินค่าเหยียบแผ่นดินตอนเข้ามาจากเวียดนาม และค่าทำงานล่วงเวลาที่ด่านบ้านห้วยทราย แต่เค้าก็เรียกเป็นเงินกีบ และมีใบเสร็จออกให้ แต่ที่นี่ดูแปลก เรียกเป็นเงินบาทและไม่มีอะไรให้เป็นหลักฐาน คงไม่ใช่ค่าธรรมเนียมมั้ง!! หรืออาจเป็นค่าอำนวยความสะดวกก็ได้!

ไม่ใช่ผมโดนคนเดียว บล็อกสองแรงน่อง ท่องโลกกว้าง ก็เล่าไว้ว่า…

เอาบัตรเข้าเมืองมากรอกแล้วไปยื่น ต.ม. ถาม Thailandia บอกเยส เค้าบอกว่า Thailandia จ่ายมา สองร้อยบาท จะบ้าเหรอ ฝรั่งไม่เห็นเห็นต้องจ่าย ถามไปว่าเป็นค่าอะไรก็ตอบไม่ได้แถมเนียนทำเป็นพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ซักไปซักมาเค้าบอกร้อยหนึ่งก็ได้ ค้นกระเป๋ามีเงินไทยอยู่ ๗๐ บาท ขอต่อเหลือ ๗๐ บาท จนท. ส่ายหัวดิก ไม่ได้ร้อยบาทไม่ให้เข้า เฮ้อ…ผีถึงป่าช้าแล้ว ไม่จ่ายก็ต้องดันเนินกลับตราด ก็เลยควักให้ไป ๑๐ เหรียญ จนท. ทอนให้ สองร้อยบาท คิดผิดนะนี่ที่ผ่านเขมร ครั้งแรกในชีวิตที่เดินทางเข้าเขมรก็เจอแบบนี้เลย…

เดินทางออกจากเขมรก็โดนอีก เจ้าหน้าที่ ตม. ด่านปอยเปตขอเงิน ๒๐๐ บาท…แต่ผมไม่ให้

ไปมาไม่รู้กี่ประเทศ ก็ยังไม่เคยโดนเจ้าหน้าที่ ตม. เรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ  ทุกวันนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่อยากไป แล้วใยจะต้องกลับไปกัมพูชาอีกล่ะ? วันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศจากเขมรมาเป็นเมืองไทยสักหน่อย อยากพาเพื่อน ๆ ไปดู “วัดทองเหลือ”  ที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์โน่น…

watthonglour1

จากเทสโกโลตัส (1) ไปตามเส้นทางสู่วัดพระธาตุทุ่งยั้ง ประมาณ ๑ กิโลเมตรครึ่ง จะเห็นป้ายวัดทองเหลือ (3) อยู่ทางด้านซ้ายมือ…

1065

มีทางเข้าอีกแห่งหนึ่ง (4) ตรงริมถนนด้านข้าง…

1064

หนังสือพิมพ์คมชัดลึกได้เขียนไว้ว่า…

วัดทองเหลือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปทางทิศตะวันตก บนถนนสายที่จะไปวัดพระแท่นศิลาอาสน์ มีหลักฐานถูกค้นพบว่า สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัยคือ ประมาณกว่า ๖๐๐ปี มาแล้ว ทั้งนี้ได้ค้นพบซากศิลาแลงเป็นฐานสี่เหลี่ยมซ้อนกัน ๔ ชั้น ขุดพบโบราณวัตถุหลายชิ้นภายในวัดทองเหลือเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา….

1058

1062

watthonglour2

ผมต้องขออภัยที่ไม่สามารถเดินเก็บภาพได้อย่างถ้วนทั่ว เพราะเจ้า รปภ. ๔ ขาที่คอยปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่กำลังจ้องมองอยู่…

1059

ได้แต่ซูมภาพด้านข้างพระอุโบสถมาพอให้เห็น…

1057

1061

ซุ้มไบเสมาสวยงามยิ่ง…

1060

1063

1059w

เท่าที่ผ่านมายังไม่เคยโดนหมาวัดกัด แต่ก็เสียวอยู่เหมือนกัน ต้องเซย์บ้ายบาย เอาไว้รอให้เพื่อน ๆ เป็นตัวแทนไปเก็บภาพเพิ่มเติมดีกว่า!

ปั่นจักรยานในเสียมเรียบ – หัวกะโหลกที่วัดใหม่ (ทุ่งสังหาร)

4-years

คว้าหนังสือ “๔ ปี นรกในเขมร” เขียนโดย “ยาสึโกะ นะอิโต” แปลโดย “ผุสดี นาวาวิจิต” ขึ้นมาเปิดหน้า ๒๒๖-๒๒๘ แล้วพิมพ์ข้อความต่อไปนี้มาให้เพื่อน ๆ อ่าน…

ทหารพอลพอตเอาจอบ เสียม และพลั่วมาคืน มีรอยเลือดและเส้นผมติดเป็นกระจุกทุกอัน!
ตอนบ่าย พวกทหารกลับออกจากหมู่บ้าน… ไม่นานนักชาวบ้านที่ออกไปก็หอบเสื้อผ้าเปื้อนดินกลับมา พวกเขาบอกว่า เสื้อผ้าเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ใกล้เนินดินใหญ่สามเนินรอยขุดและฝังกลบใหม่ ๆ ผู้หญิงที่อยู่หลังบ้านร้องไห้จนตาบวม ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาปลอบว่า “รอไปก่อน— อย่าเพิ่งไปขุดดูอะไรเลย—เดี๋ยวจะโดนข้อหาขบฏ”
สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ มีข่าวลือว่า การประหารชีวิตครั้งทึ่ ๒ ผู้จะถูกประหาร คือ พวกที่เคยเป็นข้าราชการของรัฐบาลเก่า พวกหมอ และครู ส่วนครั้งที่ ๓ ก็คือ คนที่มีอายุ ๓๐ ปีขึ้นไปทั้งหมด ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คงจะไม่มีใครเหลือรอดชีวิตอยู่เลย

dig-the-grave

ภาพจาก .oknation.net

ตอนกลางคืน เป็นยามที่รู้สึกสยองขวัญที่สุด เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองเมื่อไหร่ ตอนกลางคืนที่เงียบอยู่แล้ว พอมีเสียงอะไรดังขึ้นหน่อย ทุกคนก็แทบจะกระโดด…………
การขาดแคลนอาหารดูจะรุนแรงมากขึ้นยิ่งทุกวัน ที่คิดว่าร้ายแรงจนถึงที่สุดแล้วก็ยังมีแย่ไปกว่านั้นอีก จากข้าวต้มกลายเป็นน้ำข้าว ในที่สุดเหลือเพียงน้ำร้อนเฉย ๆ อาหารสำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่มี ๑๖๐ คน แต่ละวันคือข้าว ๑๖ กระป๋องนม เราแบ่งออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ๕ กลุ่ม เอาข้าวสารกระป๋องนมไปต้มในหม้อ เห็นเป็นน้ำใส ๆ มองไม่เห็นเม็ดข้าวเลย ได้กินอย่างนี้วันละ ๒ มื้อ ทุกคนต้องไปล่างูบ้าง กบเขียดบ้าง หนูนาบ้าง มากินเป็นอาหาร ฉันก็พลอยได้รับส่วนแบ่งจากพวกเขาอีกทีหนึ่ง ฉันกินแมงป่องพลางนึกถึงกุ้ง ตอนกินกิ้งกือก็นึกถึงกั้ง ขณะที่กินนั้นรู้สึกว่ารสชาติเหมือนกันจริง ๆ
แมงมุมตัวดำ ขายาว ๆ เอามาเผาแล้วทุบกิน มีกลิ่นเหมือนเม็ดอัลม่อนต์ ฉันหาของพวกนี้กินเองไม่ได้ ต้องคอยอาศัยรับส่วนแบ่งจากคนอื่น……..

หน้าแรกเขียนว่า “ชาวไทยทั้งหลายสมควรอ่านเรื่องนี้อย่างยิ่ง”  ผมก็อยากให้ได้อ่านกันมาก ๆ เช่นกัน… เผื่อว่าภาพเช่นนี้จะมีให้เห็นน้อยลง!

starving-to-death

eating

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ต้องขออภัยที่แทรกความห่วงใยมายังเพื่อนร่วมชาติ ผมแค่อยากเตือนสติให้รู้ว่าหากคนไทยในสังคมก้มหน้ายังคงใช้ชีวิตแบบตัวใครตัวมัน มากด้วยความเกลียดชัง โดยไม่คิดที่จะหันไปศึกษาสิ่งที่เกิดกับเพื่อนบ้านในอดีต  ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าสักวันหนึ่งเราอาจต้องสร้างอนุสรณ์สถานอย่างที่ผมได้ไปเห็นที่วัดทะไมหรือวัดใหม่ขึ้นไว้ในเมืองไทย!

1490

1493

1492

1489

1497

1491

1499

1521

1496

1507

1506

1505

1504

1503

1502

1522

ผมพูดได้แค่นี้แหละ อีกไม่นานก็จะไปแล้ว คงไม่ทันได้เห็น!  

ปั่นจักรยานในเสียมเรียบ – วิหารวัดใหม่ (ทุ่งสังหาร)

wat-thmey

วัดเทพโพธิวงศ์ หรือวัดทะไม (Wat Thmey) (2)  เป็นอีกวัดหนึ่งในเสียมเรียบที่ต้องไปเยือน อยู่ห่างจากวิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสรภาพ (1) แค่เพียง ๗๐๐ เมตร  ปั่นจักรยานไปถึงวัดทะไม ผมเห็นรถบัสนักท่องเที่ยวจอดอยู่ด้านหน้าหลายคัน มีนักท่องเที่ยวมากันเยอะจัง…

1495

มีเพียงชายสูงวัยจากเมืองไทยคนเดียวเท่านั้นที่จูงจักรยานเข้าไปในวัด จอดไว้ใต้ต้นไม้ ใกล้กับป้ายชวนบริจาคทำถนนและซ่อมหลังคา…

1486

ภาษาขแมร์ ทะไม(ថ្មី) แปลว่า “ใหม่” ผมขอเรียกวัดนี้ว่า “วัดใหม่ – ทุ่งสังหาร” ก็แล้วกัน ไปดูที่วิหารหลังใหญ่ (3) ก่อนเลย…

wat-thmei1

1508

1510

1511

1509

1513

1512

1514

1518

1515

1520

1516

1519

1517

นอกจากมีวิหารทรงคุณค่าแล้ว วัดนี้ยังเป็นที่ตั้้งอนุสรณ์สถานแห่งประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อ้นเหี้ยมโหดของชาวเขมร หรือเป็นหนึ่งในทุ่งสังหาร…

1490

อยากให้เพื่อน ๆ ได้มาเห็นด้วยตาจริง ๆ…