FB Trip ไปอุตรดิตถ์ – ม่อนจำศีล เมืองลับแล

เส้นทางไปน้ำตกแม่พูล ๑๐ กว่ากิโลเมตร…ผมตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้จะต้องลุยให้ถึง! 

R0015273w

ผ่านที่บรรจุอัฐิของพระศรีพนมมาศ (ลูกคนจีนผู้สร้างคุณูปการให้กับเมืองลับแล) และภรรยา…

R0015270w

ผมหยุดรถเพื่อคารวะคนดีเมืองลับแล

R0015271w

มีศาลาให้นั่งพักเอาแรงอยู่ตรงข้าม…

R0015272w

ก่อนที่จะปั่นออกถนนใหญ่ เลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปตามเส้นทางถนนเขาน้ำตก ไม่นานนักก็ถึง ” ม่อนจำศีล”  ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ  ผมเห็นคนตั้งโต๊ะขายผักและผลไม้อยู่ริมทาง…

R0015275w

ข้าวโพดหวาน น่ากินจัง   (๓ ฝัก ๒๐ บาท)  ต้องซื้อไว้เป็นอาหารกลางวัน…

R0015274w

บริเวณนั้นคือ “ม่อนจำศีล” เป็นที่บำเพ็ญศีลภาวนาของเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร เจ้าผู้ครองเมืองลับแลองค์แรก เมื่อปี พ.ศ. ๑๕๑๓ และเป็นที่ตั้งพลับพลารับเสด็จ ร.๕  ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๔๔๔

R0015276w

ผมจอดจักรยานไว้ใกล้ ๆ ป้ายประวัติเมืองลับแล แล้วเดินขึ้นบันได พ่อค้าข้าวโพดบอกจำนวนขั้นบันไดให้ทราบแล้ว  แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขึ้น…ผมก็ลืมสนิท!

R0015277w

R0015278w

R0015279w

ถึงข้างบนแล้วครับ…

R0015281w

มีศาลา ๑ หลังอยู่ข้างบน…

R0015284w

R0015285w

ได้ทราบว่านาน ๆ จะมีพระธุดงค์ผ่านมาอาศัยจำวัดที่นี่  ในขณะที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พากันไปเที่ยว “ม่อนลับแล” ซึ่งมีทั้งที่พักอย่างดีและอาหารเครื่องดื่มไว้บริการ   ที่ม่อนจำศีล…ผมเดินขึ้นถึงบนสุด แต่ม่อนลับแลนั้น…ทำได้แค่เพียงให้เจ้า Coyote ไปยืนเต๊ะท่าถ่ายรูปอยู่หน้าแผ่นป้าย!

R0015286w

ได้เวลาเดินทางค่อแล้ว  ผมออกแรงปั่นต่อด้วยพลังข้าวโพด!

Published in: on กรกฎาคม 24, 2014 at 11:44 pm  ให้ความเห็น  

FB Trip ไปอุตรดิตถ์ – เส้นทางจักรยาน

คราวที่แล้วไปเชียงแสน มีเส้นทางจักรยานให้ผมขี่ชมกำแพงเมืองโบราณและปั่นยาวไปจนถึงสามเหลี่ยมทองคำ มาอุตรดิตถ์ครั้งนี้ผมพาเจ้า Coyote ไปอำเภอลับแล…

R0015194w

บนทางหลวง 1041 ด้านซ้ายมือผมได้เห็นวัดจีน…

R0015195w

ปั่นผ่านโรงพบาบาลลับแล…

R0015214w

ถึงชุมชนตลาดลับแล…

R0015216w

ป้ายซึ่งอยู่เบื้องหน้าบอกให้รู้เส้นทางที่จะไป  น้ำตกแม่พูลอยู่ห่างออกไป ๑๔ กิโลเมตร…ไหวป่ะ?

R0015217w

ขี่จักรยานไปจนถึงประตูเมืองลับแล…

R0015224w

R0015222w

ด้านขวามือเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เมืองลับแล…

R0015220w

มี “เส้นทางจักรยาน” ด้วย….

R0015226w

R0015227w

R0015253w

ผมปั่นจักรยานไปตามเส้นทางที่ร่มรื่น…

R0015266w

สองข้างทางเป็นท้องทุ่งเขียวขจี…

R0015254w

ได้เห็นผู้คนขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้  ร้อนหรือหนาวไม่เคยหวั่น…

R0015256w

R0015257w

นักปั่นจากเมืองรถม้าพาเจ้าเพื่อนยากไปตามเส้นทางจักรยาน…

R0015261w

R0015263w

R0015262w

R0015265w

R0015267w

R0015268w

R0015269w

อดคิดถึงเขลางค์นครไม่ได้  ไม่เคยเห็นใครคิดจะทำเส้นทางจักรยานให้เป็นรูปธรรมกับเค้าซะที  เอาแต่จะโค่นต้นไม้ใหญ่!!

Published in: on กรกฎาคม 23, 2014 at 11:53 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปอุตรดิตถ์ – 1041สู่อำเภอลับแล

เช้าวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ผมแหงนหน้าขึ้นมองเมฆหนาบนท้องฟ้า คิดในใจว่าวันนี้อากาศคงไม่ร้อนสักเท่าใด เหมาะเหลือเกินสำหรับการปั่นจักรยานไปน้ำตกแม่พูล อำเภอลับแล…

R0015120w

ระยะทางไปกลับตีซะไม่เกิน ๔๐ กิโลเมตร วันนี้ทั้งวันผมขอให้เจ้า Coyote พาเที่ยวก็แล้วกัน

uttaradit-4

ก่อนอื่นต้องแวะคารวะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหักก่อน…

R0015121w

หาไม่ยากครับ! อยู่หน้าศาลากลางจังหวัดนั่นแหละ….

R0015131w

uttaradit-2

เจ้า Coyote ยังแข็งแรง พร้อมที่จะพาผมไปยังจุดหมาย…

R0015119w

จอดอย่างเนี้ยคงไม่หาย เพราะมีตำรวจยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง…

R0015122w

ที่เห็นคือประดิษฐานใหม่ซึ่งก่อสร้างกำลังจะแล้วเสร็จ…

R0015123w

ส่วนอนุสาวรีย์ยังคงอยู่ที่เดิม…

R0015125w

R0015126w

จากอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก… ผมปั่นจักรยานต่อ  (ตามเส้นทางสีเหลือง)

uttaradit-3

เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยก แล้วมุ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 1041  แม้อากาศจะร้อนอยู่บ้าง ผมก็ยังปั่นแบบสบาย ๆ ไปบนถนนราบเรียบ…

R0015133w

ขี่ไปได้ไม่ไกล ก็พบวัดอรัญญิการามอยู่ทางด้านซ้ายมือ เป็นวัดใหญ่วัดโต

uttaradit-7w

แวะเข้าไปดูหน่อยก็ดีเหมือนกัน

R0015213w

R0015211w

R0015210w

R0015197w

R0015201w

R0015198w

R0015200w

R0015206w

R0015208w

กอปรด้วยถาวรวัตถุเสียเป็นส่วนใหญ่

ออกจากวัดอรัญญิกากราม ผมปั่นจักรยานมุ่งหน้าสู่อำเภอลับแล เพื่อตามหารอยเท้าตัวเองเมื่อ ๓๑ ปีที่แล้ว!

Published in: on กรกฎาคม 22, 2014 at 12:10 pm  ให้ความเห็น  

FB Trip ไปอุตรดิตถ์ – ที่พัก

เพื่อน ๆ ที่รักครับ… ทุกครั้งที่ผมเล่าเรื่องการเดินทางไปเมืองไหน ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผมก็จะต้องเขียนถึง “ที่พัก”!  ที่พักบางแห่งหาง่าย แต่บางแห่งหายาก มักจะมีเรื่องตื่นเต้นให้ต้องเผชิญอยู่เสมอ!!

เมื่อหาที่พักได้แล้ว ผมก็มักจะถ่ายภาพห้องพัก ซึ่งมีทั้งที่นอน อ่างล้างหน้า ส้วม ที่อาบน้ำ และบริเวณโดยรอบ แล้วนำมาโพสต์ให้เพื่อน ๆ ดู  รูปอาจจะไม่น่าดู  เพราะโรงแรมหรือเกสต์เฮ้าส์ที่ผมไปพัก ส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคาถูก หรือที่เรียกว่า budget accommodation  คนชอบพักโรงแรมหรูเห็นแล้วคงไม่ชอบใจ สำหรับ “FB Trip ไปอุตรดิตถ์” ครั้งนี้ ผมไม่ต้องปั่นจักรยานหาที่พักเหมือนกับใน “FB Trip ไปเชียงแสน”  เพราะมีหลานชายอยู่อุตรดิตถ์ ผมได้จึงได้ไปพักอยู่กับเค้าที่บ้านหลังงาม!

เพื่อมิให้เสียรูปแบบของการคุยโม้ อิอิ  ผมจึงต้องขออนุญาตนำภาพ “ที่พัก” ในอุตรดิตถ์มาโพสต์ เช่นเดียวกับทุกครั้ง  เพื่อน ๆ โปรดอย่าทำหน้าเบ้นะครับ คิดเสียว่ากำลังเปิดดูนิตยสาร Homes and Gardens อยู่ก็แล้วกัน…

ตอนที่ถูกพามาพักนั้นมืดแล้ว ผมต้องบันทึกภาพ “ที่พักในอุตรดิตถ์” ในช่วงเช้า ก่อนออกปั่นจักรยานไปน้ำตกแม่พูล!

R0015467w

R0015464w

R0015455w

R0015463w

อยู่ตรงนี้นะเจ้า Coyote เพื่อนยาก…

R0015461w

ห้องนอนที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้…

R0015429w

พร้อมฟูกหนาและผ้าห่ม…

R0015428w

มีห้องน้ำสวย ๆ ให้ใช้…

R0015434w

R0015431w

รอบ ๆ บ้านก็ร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานา…

R0015457w

R0015450w

R0015440w

R0015441w

R0015444w

อืมมมม…ส่วนใหญ่เจอแต่ที่พักซึ่งต้องทนอยู่ พอเที่ยวนี้ผมได้ที่เอนกายสบาย ๆ แถมยังไม่ต้องจ่ายตังค์ซะอีก!

Published in: on กรกฎาคม 21, 2014 at 9:54 pm  ให้ความเห็น  

FB Trip ไปอุตรดิตถ์ – วัดพระแท่นศิลาอาสน์

วันนี้อยากเล่าเรื่องปั่นจักรยานไปวัดพระแท่นศิลาอาสน์ต่อ!   “FB Trip” คือการท่องเที่ยวสไตล์ลุงน้ำชา ที่นำจักรยานพับ (folding bike) ใส่กระเป๋าไปปั่นเที่ยวเมืองต่าง ๆ เป็นการท่องเที่ยวแบบประหยัดสุด ๆ และนำมาซึ่งความภาคภูมิใจที่ได้ทำในสิ่งท้าทาย

เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๗ ผมเขียนถึงเรื่อง “ตามหารอยล้อ”  เล่าเรื่องการปั่นจักรยานตามถนนบรมอาสน์ ไปยังวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ในขณะที่พระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงทุกที ๆ

หลังจากพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ผมปั่นเจ้า Coyote จักรยานพับ มุ่งหน้าต่อไปยังวัดพระแท่นศิลาอาสน์  เห็นไปรษณีย์ทุ่งยั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ…ต้องจอดถ่ายภาพไว้ซะหน่อย

R0015084w

R0015082w

ปั่นต่ออีกไม่ไกลก็เห็นทางขึ้นวัดพระแท่นศิลาอาสน์อยู่เบื้องหน้า ผมต้องจูงจักรยานขึ้นไปเพราะเป็นทางชัน!

R0015085w

R0015089w

ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว…

R0015088w

R0015087w

ผ่านซุ้มประตูเข้าไปก็เป็นทางลง  ผมเห็นภิกษุกำลังกวาดพื้นอยู่ทางด้านขวามือ…

R0015090w

ทั่วบริเวณสงบเงียบ ปราศจากผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยว เพราะใกล้ค่ำแล้ว….

R0015091w

ผมปั่นจักรยานลงเนินไปยังวิหารที่เห็นอยู่เบื้องหน้า…

R0015093w

นำจักรยานไปตั้งไว้ที่หน้าป้าย ถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานว่าได้มาถึงแล้ว…

R0015094w

R0015102w

R0015107w
R0015098w

R0015099w

ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นด้วยครับ ผมเคยมาเที่ยวแล้วครั้งนึง เป็นศาลาการเปรียญเก่า ๒ ชั้นตกแต่งแบบล้านนา มีของเก่าให้ชม วันนี้ผมมาช้าไป พิพิธภัณฑ์ปิดเสียก่อน…

R0015101w

R0015104w

R0015105w

R0015106w

R0015111w

โคมไฟส่องสว่างแล้ว เป็นสัญญาณบอกให้ผมเดินทางกลับ….

R0015109w

ขี่จักรยานลงทางด้านข้างก็ได้  เส้นทางลงเนิน…ต้องระวังหน่อยนะ  กุมเบรคให้ดี  ข้างหน้าเป็นถนนหลวง!

R0015097w

ผมต้องปั่น ๖ กิโลเมตรกลับเข้าเมือง…

R0015113w

เป็นคนชอบถ่ายรูปถังขยะ…ขอลั่นชัตเตอร์อีกซักบานเหอะ!

R0015112w

 ผมเร่งเท้าปั่นจักรยานเพื่อให้กลับถึงที่พัก ก่อนท้องฟ้าจะมืดมิด!

Published in: on กรกฎาคม 21, 2014 at 7:32 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปเวียดนาม – ความผิดพลาดของผม

ผมคิดว่าการจองตั๋วเครื่องบิน Air Asia ไปกลับ”กรุงเทพ-ฮานอย” สำหรับทริป “Travellin’ light ไปเวียดนาม” ครั้งนี้ นับว่าเป็นความผิดพลาดของผม!

vietnam-map

ดูจากแผนที่ประเทศเวียดนาม จะเห็นได้ว่าการเดินทางจากเมืองหนึ่งไปเมืองหนึ่งแล้วไปออกอีกทางนึง (โดยไม่ต้องย้อนกลับให้เสียเวลาและค่าเดินทาง) จะเป็นเส้นทางที่คุ้มค่าที่สุด การที่ไม่ต้องยึดติดกับเวลาบินกลับนั้น เป็นการตัดความกังวลออกไปได้โดยสิ้นเชิง  ถ้าทริปที่ผ่านมาผมไม่ต้องกลับไปขึ้นเครื่องที่ฮานอย ก็จะเดินทางต่อไปยังไซ่ง่อน ผ่านกัมพูชา แล้วกลับเข้าประเทศไทยได้อย่างสบาย ๆ  การย้อนกลับไปฮานอยนับเป็นการวางแผนที่ผิดพลาดในระดับหนึ่ง!

เที่ยวเวียดนาม เพื่อน ๆ ทำได้ ๒ ครั้ง คือ ครั้งแรก…บินไปฮานอยแล้วขึ้นเหนือ เที่ยวไปจนถึงซาปา ออกทางเดียนเบียนฟู เข้าประเทศลาวแล้วกลับไทย  ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง…ก็บินไปฮานอยแล้วเดินทางลงใต้ ผ่านเว้ ดานัง ฮอยอัน นครโฮจิมินห์ (ไซ่ง่อน) แล้วนั่งรถไปเที่ยวกัมพูชาก่อนกลับเข้าไทย  อย่างเนี้ยจะคุ้มค่าที่สุด!

ไม่สนุกเลยนะครับ ที่จะต้องนั่งรถกลับตามเส้นทางเดิม แล้วไปนั่งนับเวลา…รอขึ้นเครื่องกลับไทยด้วยความกังวล!

ค่าโดยสาร sleeping bus จากฮานอยไปไซ่ง่อนแบบ open ราคา $45  เพื่อน ๆ สามารถแวะตามเส้นทาง  อยู่เที่ยวกี่วันก็ได้ เมื่ออยากเดินทางต่อก็เพียงแค่ confirm กับ office ที่มีอยู่ในแต่ละเมืองล่วงหน้าเท่านั้น…

R0016044

หรือถ้าจะให้ไร้กังวลสุด ๆ ก็ซื้อตั๋วรถจากเมืองหนึ่งไปยังเมืองหนึ่งในวันเดินทางเลยก็ได้  ไม่ต้องยึดติดกับอะไรทั้งนั้น ค่อย ๆ ก้าวเดินไปข้างหน้า เป็นการ improvise ซึ่งปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม…

ในเวียดนาม โรงแรมที่เราไปพักส่วนใหญ่จะช่วยเรื่องการจองตั๋วให้ได้เป็นอย่างดี เสียเงินเพิ่มนิดหน่อย ทำให้มั่นใจได้ว่าไม่ถูกโกง แถมยังมีบริการมารับถีงที่!  ความผิดพลาดอีกข้อหนึ่งของผมคือ ไม่ได้ซื้อตั๋วรถโดยผ่านเคาน์เตอร์ของทางโรงแรม ดันไปซื้อกับบริษัททัวร์ตามข้างทาง ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับตั๋วเดินทาง โชคดีที่ผมผ่านวิกฤตมาได้…

ยังมีความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อีก ๒ ประการคือ ผมลืมแลกเงินดองติดกระเป๋าออกมาจากสนามบิน ด้วยความอยากจะ travel light อย่างแรง ผมออกจากสนามบินก็ตรงไปยังที่จอดรถเมล์สาย 17 เลย  ระหว่างทางคิดได้ว่าลืมแลกเงินที่บูธแลกเงินในสนามบินไว้เป็นค่ารถเมล์  โชคดีจริง ๆ ที่ในกระเป๋าตังค์มีเงินดองซึ่งเหลือจากทริปไปซาปาครั้งแรกนำไปด้วยประมาณ ๓๕,๐๐๐ ดอง เพียงพอสำหรับจ่ายค่ารถเมล์และค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังที่พัก…

bus17

ความผิดพลาดอีกประการคือ ทั้ง ๆ ที่เตือนตัวเองว่าอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจคน ผมก็ยังหลงเชื่อ ยอมนั่งรถไปกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างคนที่เห็น…

motorbike-driver

เค้าชวนไปนั่งดื่มกาแฟคุยกันแล้วพรรณาถึงความลำบากยากเข็ญ อยากให้เราจ้างเขานำเที่ยวสัก ๑ ชั่วโมง เพื่อจะได้เงิน ๔-๕ ดอลล่าร์ไปเลี้ยงครอบครัว มันทำให้ผมอึดอัดใจเป็นที่สุด กว่าจะบอกปฏิเสธและขอให้เค้าจากไป ผมก็ต้องทำใจอยู่ไม่น้อย!

ความผิดพลาดเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้ามีคนแนะนำหรือตักเตือน ผมจึงอยากรายงานให้เพื่อน ๆ ได้พิจารณา และใช้เป็นเครื่องเตือนใจในการท่องเที่ยวแดนไกลครั้งต่อ ๆ ไป  ด้วยความห่วงใยครับ!

Published in: on กรกฎาคม 20, 2014 at 1:33 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปเวียดนาม – ค่าใช้จ่าย

พักนี้ลำปางมีฝนตกทุกวัน เหมือนกับในเวียดนามซึ่งฝนนึกอยากตกก็ตก ฉะนั้นเพื่อน ๆ ที่รักจึงต้องดูแลรักษาสุขภาพกันให้ดีด้วยนะครับ!

ยังค้างเรื่องที่เขียนไม่จบอยู่ ๒ เรื่อง คือ “Travellin’ light ไปพม่า” และ “FB Trip ไปอุตรดิตถ์” เกิดมีเรื่อง “Travellin’ light ไปเวียดนาม” เพิ่มขึ้นมาอีก… ผมไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน จับต้นชนปลายไม่ค่อยถูก เอาเป็นว่าค่อย ๆ เล่าไปเรื่อย ๆ เหมือนตาแก่ที่ชอบคุยเรื่องเก่าในอดีตให้ลูกหลานฟังก็แล้วกัน

วันนี้ผมขอเขียนต่อเรื่อง “Travellin’ light ไปเวียดนาม” เพราะเหตุการณ์เพิ่งจะสด ๆ ร้อน ๆ เล่าง่ายกว่าเรื่องเก่าที่เริ่มจะลืมแล้ว!

เดินทางไปเวียดนามครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒   ครั้งแรกผมนั่งรถโดยสารจาก “อุดมไชย” ไป “เดียนเบียนฟู” และ “ซาปา”  แล้วกลับทางเดิม ไม่มีโอกาสได้ไป “ฮานอย” พอมาครั้งนี้ผมได้ตั๋วเครื่องบินช่วงโปรโมชั่นของ Air Asia ไปกลับ “กรุงเทพ-ฮานอย” ไว้ตั้งแต่กลางปี ๒๕๕๖  เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน… เมื่อใกล้กำหนดบินผมก็ยังไม่พร้อม ได้พยายามเลื่อนการเดินทางไปเป็นปีหน้า ซึ่งทำได้แต่จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ Air Asia อีก ๒ พันกว่าบาท  ผมคิดหนัก จนเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ลองเข้าไปดูในเว็บ Air Asia อีก ปรากฎว่าเค้าไม่ให้เลื่อนซะแล้ว  ผมจึงต้องตัดสินใจเดินทาง คิดเสียว่าไปครั้งนี้แล้วก็ปิดฉากประเทศเวียดนามไปได้เลย…

airasiareminding

ผมไม่ขอแจงละเอียดราคาค่าเดินทางกับ Air Asia นะครับ บอกได้แต่เพียงว่า… รวมค่าประกับเดินทางอีกเกือบ ๓๐๐ บาทแล้ว ก็ยังถูกกว่าค่ารถทัวร์ไปกลับระหว่างเชียงใหม่-ภูเก็ตซะอีก  แต่ที่อยากจะรายงานก็คือ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว ๑๔ วันในฮานอย-เว้-ดานัง-ฮอยอันทั้งหมดของผม…

ผมซื้อเงินดอลล่าร์จากเคาน์เต้อร์แลกเงินธนาคารกรุงเทพฯ ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเช้าวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๗ จำนวน ๒๕๐ เหรียญ  ตอนนั้นอัตราแลกเปลี่ยน $1 = 32.36 บาท  ต้องใช้เงินไทย ๘,๑๑๕ บาท  ขากลับผมมีเงินเหลือใช้อยู่ในกระเป๋าประมาณ ๕๐ เหรียญ…

money-left

สรุปได้ว่าการเดินทางไปเวียดนามครั้งนี้   ไม่นับค่าเครื่องบิน…ผมหมดเงินไป $200 (เท่ากับไปพม่า)  ใช้เครื่องคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนดูแล้ว คิดเป็นเงินไทยได้ ๖,๒๖๘ บาท นำไปหารด้วย ๑๔ ได้ค่าเฉลี่ยค่าใช้จ่ายตก ๔๔๗.๗๑ บาทต่อวัน ทั้งหมดเป็นค่าที่พัก ค่ารถ ค่าทัวร์ (๒ ครั้ง)  ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าเช่าจักรยาน และค่าบัตรผ่านประตู  ได้ไปเห็น ๔ เมือง คือ ฮานอย เว้ ดานัง และฮอยอัน  ถ่ายภาพกลับมาได้ ๓,๔๐๓ บาน…

รู้สึกดีใจที่ได้ไปเห็นภาพจิตรกรรมบนกำแพงเซรามิก (Hanoi Ceramic Mosaic Mural)  ยาว ๔ กิโลเมตรในเมืองฮานอยตามที่หวังไว้…

R0015930

ได้ไปเดินรอบทะเลสาบที่สวยงาม…

R0015834

ได้ไปคารวะลุงโฮ…

R0018539

ได้ไปเห็นตลาดเวียดนาม…

R0018664

R0018662

ได้สัมผัสชีวิตคนเวียดนาม มากกว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่…

R0018561

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เดินทางด้วย sleeping bus ซึ่งมี wifi บนรถด้วยแบบเนี้ย…

R0016044

ผมได้ไปเมืองเว้ซึ่งมีแม่น้ำและสวนสาธารณะสวยงาม…

R0017084

ซื้อ City Tour ไปเที่ยวทั้งวัน…

R0016439

R0016632

ไปชมเจดีย์…

R0016383

และอีกหลายต่อหลายแห่ง ก่อนที่จะพานั่งเรือกลับ….

R0016677

ที่เมืองเว้ ผมได้เช่าจักรยานขี่ลุยไปตามเส้นทางที่คนอื่นเขาไม่ไปกัน…

R0016988

ตามหา “สะพานเก่าญี่ปุ่น” จนเจอ….

R0017024

เมืองสวยงามอย่างดานังก็ได้เห็นมากับตา…

R0017155

แต่ highlight อยู่ที่ “ฮอยอัน”

R0017685

พอดีตรงกับเทศกาลพระจันทร์เต็มดวง คืนที่มีการเฉลิมฉลองและลอยกระทง…

R0017672

ได้เช่าจักรยานปั่นอีก…

R0016848

ค่าเช่าจักรยาน ๓๒ บาท ทำให้ผมได้ไปเห็นชนบทสวยงาม…

R0017377

หมู่บ้านชาวประมง…

R0017750

แล้วก็ได้ไปลงเล่นน้ำทะเล…

R0017820sm

ได้ซื้อทัวร์ My Son ไปดูเมืองโบราณอีกด้วย…

R0017411

R0017539

ได้ล่องเรืออีกครั้ง…

R0017619

ค่าใช้จ่าย $200 ไม่ขาดไม่เกิน สำหรับทริป Travellin’ light ไปเวียดนามที่ผ่านมา! เพื่อน ๆ ว่าคุ้มมั้ยครับ?

Published in: on กรกฎาคม 19, 2014 at 9:40 pm  Comments (2)  

Travellin’ light ไปเวียดนาม – return home

ช่วงเวลาที่เป็นกังวลใจมากที่สุด สำหรับการเดินทางแบบตัวเบาไปเวียดนามในครั้งนี้ ก็คือวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ซึ่งผมจะต้องบินกลับประเทศไทย เครื่องออกเวลา ๙ โมงเช้า ดูเหมือนว่าผมมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการไปสนามบิน แต่ต้องไม่ลืมว่าการนอนอยู่ในห้องนอนรวมมืด ๆ ที่อยู่ห่างจากสนามบินถึง ๓๐ กว่ากิโลเมตรนั้น มีโอกาสพลาดเผลอได้เสมอ เช่น ตื่นสาย ไปขึ้นรถไม่ทัน หรือเกิดเหตุอะไรก็ตามที่ทำให้ต้องเสียเวลา ความบีบคั้นจะต้องมีมากเป็นทวีคูณ ตื่นเต้นแบบนั้นไม่อยากเจอ… ผมจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามแผน

R0018419w

เริ่มต้นด้วยการตั้งให้นาฬิกาปลุกตอนตี ๕ ต้องมั่นใจว่ามันจะปลุกแน่ ๆ ตอนเช้ามืดวันที่ ๑๗ กรกฎาคม…

R0018420w

ในขณะที่เพื่อน hosteler ทั้งหญิงและชายอีก ๗ คนกำลังหลับสบาย ผมต้องตื่นก่อน ย่องลงจากเตียง (upper) แล้วไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน และสระผม จากนั้นก็แต่งตัว เก็บของลงเป้ สำรวจดูให้ดีว่าไม่หลงลืมอะไรไว้  เมื่อพร้อมแล้ว…ก่อนจะเดินออกจากห้อง ผมใช้มือตบตามตัวดูว่า นี่หนังสือเดินทาง นี่กระเป๋าตังค์ นี่กล้องถ่ายรูป นี่โทรศัพท์ นี่กุญแจที่จะต้องส่งคืน  ทุกอย่างครบแล้วถึงเปิดประตู ก้าวเดินออกจากห้องที่เคยให้พักพิงถึง ๔ วันเต็ม…

หมดปัญหาเรื่องตื่นสาย ต่อไปก็ต้องลงไปปลุกพนักงานที่นอนเฝ้า ซึ่งดันแอบไปหลบนอนอยู่ที่พื้นหลังเค้าน์เตอร์ ให้ช่วยไขกุญแจเปิดประตูหน้า…

ออกไปยืนแบกเป้อยู่หน้า hostel แล้ว ก็ต้องเดินไปขึ้น shuttle bus  ผมไปถึงก่อนเวลารถออกประมาณครึ่งชั่วโมง พอได้นั่งบนรถก็โล่งใจไปอีกเปลาะนึง!  ยิ่งรถออกวิ่งก็ยิ่งยิ้มได้…

R0018758w

ถึงสนามบินแล้วก็ยังต้องไปหาว่าจุด check in อยู่ตรงไหน…

R0018767w

พยายามไปให้ถึงจุดที่จะได้รอขึ้นเครื่องให้เร็วที่สุด…

R0018775w

จนกระทั่งพบตัวเองว่ากำลังล่องลอยอยู่เหนือก้อนเมฆอย่างนี้แล้วนั่นแหละ!  ผมจึงพูดได้เต็มปากว่า “I’m eventually returning home.”

R0018800w

เพื่อน ๆ ที่รักครับ ผมเดินทางกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว มีเรื่องนำมาเขียนให้อ่านมากมาย พร้อมกับภาพประกอบอีกประมาณ ๓ พันบาน!

Published in: on กรกฎาคม 18, 2014 at 5:49 pm  Comments (1)  

Travellin’ light ไปเวียดนาม – ห้างฉัตรสู่ดอนเมือง

เช้าวันนี้ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น อาการปวดฟันทุเลาลงไปมาก… ผมพยายามทดสอบร่างกายว่าพอจะ travel light ไปเวียดนามได้หรือไม่?

รู้สึกว่าพอไหวครับ!  ได้คำตอบแล้วว่าผมจะไป  ถึงกระนั้นก็ยังไม่ได้เต็มร้อย ผมยังคงสามารถยกเลิกการเดินทางได้ตลอดเวลาจนกว่าจะเดินขึ้นเครื่อง!

กรุณาอย่าได้ต่อว่าผมเลย เพราะการเดินทางเป็นรางวัลชีวิตอย่างเดียวที่ผมพอจะพึงมี  เท่าที่ผ่านมา…ผมเป็นฝ่ายให้อยู่เสมอ  ถ้าจะมีสักช่วงเวลาที่ผมจะได้เป็นผู้รับบ้าง ก็ขอได้โปรดเข้าใจและให้แรงใจ คนเราเกิดมา..ถ้าอยู่ในสภาพที่พอจะเดินทางไกลได้ อย่างมากก็น่าจะอายุไม่เกิน ๗๐  เมื่อมีโอกาส…เหตุใดจึงจะปล่อยให้หลุดมือไป?

เงินค่าเครื่องบินไปฮานอยในช่วงโปรโมชั่น ผมก็จ่ายไปตั้งแต่ปีที่แล้ว  (ราคาถูกกว่าค่ารถทัวร์เสียอีก ถ้าแพงผมก็คงสู้ไม่ไหว) และเมื่อถึงเวลาเดินทาง  ผมออกจากบ้านห้างฉัตร ใช้เงินอีกไม่เกิน ๑๐๐ บาท ก็จะได้ไปยืนอยู่หน้าสนามบินนานาชาติโหน่ยบ่าย!

ในอนาคต….โอกาสดี ๆ อย่างนี้จะไม่มีให้อีก เพราะผมไม่มีสตางค์ ไม่มีเวลา และร่างกายก็คงไม่อำนวย!  ด้วยเหตุนี้ เช้านี้เมื่อร่างกายบอกว่ายังไปไหว ผมจึงตัดสินใจที่จะไป…

ไม่มีอะไรยุ่งยากในเรื่องการจัดของลงเป้ ผมทำอย่างที่เคยบอกไว้ว่าทริป travellin’ light ครั้งต่อไปจะใช้เป้ Deuter  ใบที่เคยใช้ตอน FB Trip ไปเชียงแสน…

deutor1

deutor2

เสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็น และอุปกรณ์ชาร์จแบต รวมกันแล้วก็คงไม่เกิน ๗ กิโลกรัมแน่นอน ยังคงเป็นการเดินทางแบบเบาตัวหรือตัวเบา (travellin’ light)  เหมือนเดิม…

ผมจะนั่งรถไฟขบวน 408 จากสถานีห้างฉัตรเวลา ๑๑.๒๒ น. ไปถึงปลายทางที่นครสวรรค์ เวลา ๑๙.๔๕ น. กะว่าจะไปกินอาหารอร่อย ๆ ที่ร้านใกล้กับสถานีรถไฟแล้วนั่งรถขึ้นรถไฟขบวน 108  จากสถานีนครสวรรค์เวลา ๐๐.๓๓ น. แล้วไปลงที่สถานีดอนเมืองเวลา ๐๔.๑๐ น.

ลงจากรถไฟที่สถานีดอนเมืองแล้วเดินข้ามสะพานลอยไปยังอาคารผู้โดยสารขาออกของสนามบินดอนเมืองได้เลย…

R0014882w

R0014879w

ถ้าทุกอย่างราบรื่น ผมคงจะได้เห็นภาพแบบนี้อีกครั้ง…

R0014877w
ขอตัวไปเตรียมอาหารและต่อโทรศัพท์ให้พี่ชายก่อนนะครับ…

Published in: on กรกฎาคม 2, 2014 at 7:39 am  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปเวียดนาม – การชั่งใจ

ผมได้รับเมลแจ้งเตือนเรื่องเที่ยวบินไปฮานอยของผมเมื่อ ๒ วันก่อน…

airasiareminding

ผมได้จองตั๋วราคาถูกไว้ตั้งแต่ปีมะโว้โน่น เวลาผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เผลอแป๊ปเดียว… กำหนดบินก็มาถึงในอีก ๒ วันข้างหน้า!!

ความจริงไปเวียดนามก็ง่ายดีเพราะไม่ต้องไปทำวีซ่า ให้เสียทั้งตังค์ทั้งเวลา เหมือน Travellin’ light ไปพม่า ค่าที่พักก็ไม่แพงเพราะมี hostel ให้เลือกพักมากมาย แต่ผมกลับไม่รู้สึกตื่นเต้น ไม่กระตือรือร้นแม้แต่น้อยก็ว่าได้  ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้จัดของ  เป้ใบเล็กก็ยังไม่ได้นำออกมาด้วยซ้ำ  ไม่ได้ตระเตรียมอะไรทั้งสิ้น นับว่าเป็นเรื่องแปลกกว่าทุกครั้ง!!  บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้!

กำลังรู้ในระหว่าง “การชั่งใจ” ว่าจะไปหรือไม่ไปดี?

ถ้าผมเลือกที่จะไป ก็จะใช้ชื่อทริปว่า Travellin’ light ไปเวียดนาม และคิดว่าคงจะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายไปประเทศนี้ด้วย!

ต้องรอคำตอบคืนนี้ครับผม!

Published in: on กรกฎาคม 1, 2014 at 4:28 pm  ให้ความเห็น  
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.