ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – หาที่พักในหลวงน้ำทา

เวลา ๑๓.๐๓ น.  รถตู้วิ่งเข้าจอดในสถานีขนส่ง จากที่นี่ผมจะต้องนั่งรถเข้าตัวเมืองหลวงน้ำทาอีกที  ถ้าเป็น FB Trip ผมคงจะนำจักรยานพับออกจากกระเป๋า… unfold แล้วปั่นเข้าเมือง แต่วันนี้ไม่มีจักรยานพับไปด้วย ผมต้องใช้บริการรถสองแถว…

DSC07923

มีรถสองแถวจอดอยู่ข้าง ๆ  ผมเดินตรงเข้าไปถามว่าจะเข้าเมืองต้องไปไกลไหม?  คำตอบคือ “๑๐ หลัก”  ค่าโดยสารคนละ ๑๐,๐๐๐ กีบ   โอเค! กระโดดขึ้นนั่งบนรถก่อนเลย ตามมาด้วยฝรั่งนักท่องเที่ยวอีก ๔ คน…

DSC07796

ถนน ๑๐ หลักมุ่งเข้าเมืองเป็นถนน ๔ เลน มีเสาไฟส่องสว่างตั้งเรียงรายเป็นระยะดูงามตาตลอดเส้นทาง ผมเห็นแล้ว…บอกกับตัวเองว่าพรุ่งนี้จะเช่าจักรยานปั่นมาทางนี้ให้ได้

DSC08112

DSC07823

รถสองแถววิ่งไปจอดส่งที่หน้า night market  เป็นอันว่าผมเดินทางถึงเมืองหลวงน้ำทาตามประสงค์แล้ว ต่อจากนี้ก็ต้องหาที่พักให้ได้ การพักค้างคืนที่เชียงของก่อน ๑ คืนเพื่อจะได้เดินทางถึงหลวงน้ำทาตอนบ่ายนั้นถูกต้องแล้ว มันทำให้ผมมีเวลาเดินหาที่พักได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่บีบคั้นหัวใจ…

ผมแกล้งถามคนขับรถสองแถวว่ามีเฮือนพักแนะนำบ้างไหม?  เขาชี้ไปยังเฮือนพักทูละสิดซึ่งอยู่อีกฝากถนน ผมเดินแบกเป้ข้ามถนนไปพร้อม ๆ กับแหม่มสาวอีก ๒ คน (นั่งสองแถวมาด้วยกัน) พอไปถึง…พนักงานโรงแรมสาวสวยรีบออกมาต้อนรับทันที เธอเปิดห้องให้สองนักท่องเที่ยวก่อน เพราะเธอจองผ่านเน็ตไว้แล้ว  (ห้องพักที่นี่คืนละ $12 สำหรับห้องพัดลม และ $16 สำหรับห้องแอร์)

DSC07809

สำหรับผม ดูตัวอาคารเฮือนพักแล้วคิดว่าค่าที่พักน่าจะแพงเกินงบ จึงอ้างว่ามาคนเดียว อยากได้ห้องพักแบบเตียงเดี่ยว ผู้สาวบอกว่ามีแต่ห้องเตียงคู่ ผมจึงกล่าวขอบใจแล้วออกเดินหาต่อไป ขึ้นเหนือไปได้ไม่ไกล ผ่านหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง…

DSC08226

อาคาร ๕ ชั้นดูคล้ายร้านขายมอเตอร์ไซค์มากกว่า  ผมไม่คิดว่าเป็นเฮือนพัก… เดินผ่านไป มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งตามมาถามว่าต้องการห้องพักหรือเปล่า คืนละ “๕๐ พัน”  ผมเอา ๔ คูณทันที อืมม์…คืนละ ๒๐๐ บาท ก็น่าจะโอเคนะ!

DSC07898

นี่คือการเดินทางที่ต้อง improvise ตลอดเส้นทาง ไม่มีการจองที่พักล่วงหน้า ไม่กำหนดจุดเป้าหมายตายตัว ผมชอบอย่างนี้แหละ ตื่นเต้นดี เหมือนการเล่นเพลงที่ต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ตัดสินใจพักอยู่หลวงน้ำทา ๒ คืน… ผมจ่ายค่าที่พักด้วยธนบัตร ๕๐ พัน ๒ ฉบับ เป็นเงิน ๑ แสนกีบ หรือเท่ากับเงินไทย ๔๐๐ บาท ทางโรงแรมไม่ได้ให้ผมลงทะเบียนเข้าพัก เก็บเงินไปอย่างเดียว การหลีกเลี่ยงภาษีก็ยังคงมีให้เห็น เท่าที่ทราบโรงแรมแห่งนี้เจ้าของเป็นคนจีน  เอาเถอะ…พูดไปก็แค่นั้น ผมรับกุญแจห้อง 3-5  เดินขึ้นบันไดไปชั้น ๓

DSC07802

ห้องหมายเลข 5 พร้อมเตียงแบบ double bed อยู่ทางด้านขวามือ…

DSC07801

ห้องน้ำในตัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งจำเป็นสำหรับอากาศหนาวเย็นเช่นนี้…

DSC07800

ถ่ายรูปมาให้เพื่อน ๆ ดู  ผมคิดว่าภาพที่พักของผมอาจจะดูไม่หรู เหมือนที่เห็นกันส่วนใหญ่ในบล็อกของนักเดินทางทั่วไป แต่ก็อยากให้ได้เห็นครับ…

DSC07799

ได้เข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว  ผมยกนาฬิกาขึ้นดู บ่าย ๒ โมงพอดี ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงสำหรับการเดินสำรวจเมืองหลวงน้ำทา ก่อนออกจากโรงแรม ผมขอขึ้นไปดูบ้านเมืองในลักษณะ bird’s eye view ก่อน…

DSC07897

อยากให้เพื่อน ๆ มีความรู้สึกเหมือนกับว่าได้ขึ้นไปยืนอยู่บนดาดฟ้ากับผม แล้วมองออกไปโดยรอบ…

DSC07896

DSC07894

DSC07895

DSC07892

DSC07891

DSC07889

 เดี๋ยวเราไปเดินเที่ยวกันต่อนะครับ…

Published in: on มกราคม 16, 2014 at 11:18 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – Luang Namtha Tourist Information Center

ในการแบกเป้ท่องโลก พอผมไปถึงเมืองไหน นอกจากหาที่พักแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องหา นั่นคือ “ศูนย์ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว” หรือ “Tourist Information Center”  ซึ่งบางครั้งผมก็จะเรียกสั้น ๆ ว่า “Tourist Office”

DSC08127

สำหรับที่เมืองหลวงน้ำทา เจ้า Tourist Office ก็หาไม่ยากครับ เดินผ่านที่ทำการไปรษณีย์ไป…แล้วเลี้ยวขวา ย่างอีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว (กรุณาดูแผนที่ข้างบน ตรงอักษร  i ในวงกลมสีน้ำเงิน)  

DSC08122

มีเวลาปิดเปิดด้วย  แต่อย่าไปตั้งความหวังไว้สูงเด้อ ทีนี่เค้าทำงานแบบซำบาย ๆ จริง ๆ  ช่วงปิดตอนกลางวัน ๒ ชั่วโมง ผมไปถึงที่นั่นเกือบบ่าย ๒… ก็ยังไม่เปิดเลย!

DSC08119

ป้าย “กะลุนาปดเกิบ” บอกให้ผมถอดรองเท้าก่อนก้าวเข้าไปข้างใน…

DSC08130

มีเจ้าหน้าที่สาวทำงานอยู่ ๑ คน เธอมัวแต่เลี้ยงลูกน้อยที่กำลังร้องไห้งอแง…ไม่ได้ให้ความสนใจผู้มารับบริการ  ปล่อยให้ตาแก่จากเขลางค์นครเดินดูบอร์ด แล้วเลือกหยิบเอกสารแผ่นพับที่วางไว้ให้เอาเอง….

DSC08120

DSC08128

DSC08129

DSC08120w

DSC08126

มีหนังสือเกี่ยวกับ “เมืองสิง” เล่มเล็กวางจำหน่ายอยู่ในตู้  ราคา ๑๐ พันกีบ อยากจะซื้อแต่พนักงานเข้าไปอยู่หลังบ้านโน่น ก็เลยไม่ได้ซื้อ ผมถ่ายรูปบอร์ดแล้วหยิบแผ่นพับ(แจกฟรี) ติดมือมา ๒-๓ ฉบับ…

หุหุ หลวงน้ำทาเมืองเล็ก ๆ อะไรก็ดูสบายและง่ายไปหมด!

Published in: on มกราคม 15, 2014 at 11:51 pm  ให้ความเห็น  

ภาพเขียนวัดอุโมงค์

Wat-Umong-18-6-48

ผมได้รูปสวย ๆ มาจากเพื่อนผู้มาเยือน มีอยู่ ๑ บานที่เป็นภาพเขียน “คติธรรม” ที่วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ ผมอ่านแล้วรู้สึกชอบมากที่ว่า…

ทอดร่างเรา  ลงให้เขา   ประคองช่วย

เกาะเขาก้าว   จนเราม้วย  ดีที่ไหน

เกิดเป็นคน  ไม่ตั้งตน  คือคนตาย

สิ้นความหมาย  ไร้ค่า  ราคาคน

ผมอยากจะให้พี่สิทธิ์ได้เห็นภาพและอ่านคติธรรมนี้จริง ๆ

เพื่อน ๆ ผู้ที่ไม่ได้เห็นผมบ่นเกี่ยวกับพี่ชายมานานแล้ว ถ้าวันนี้ได้อ่านเรื่องนี้ คงพอจะเข้าใจได้ว่าทุกวันนี้พี่ชายของผมเป็นเช่นไร…

หุหุ วันนี้ผมบ่นผ่านภาพเขียนวัดอุโมงค์!

Note – ขอขอบคุณภาพจากคุณเดชา

Published in: on มกราคม 13, 2014 at 11:44 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – จากบ่อแก้วถึงหลวงน้ำทา

๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ ยังไม่ถึง ๑๐ โมง ผมก็เดินออกจาก ตม. ลาว เห็นช่องแลกเงินอยู่ทางซ้ายมือ  ผมหยุดเอาเป้พิงไว้ แล้วยืนต่อคิวเพื่อรอแลกเงิน!  ระหว่างนั้นก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาถามว่าจะไปหลวงน้ำทาหรือเปล่า? มีรถตู้ ค่ารถคนละ ๓๐๐ บาท…

รู้ว่าถ้าจ่ายด้วยเงินลาวจะประหยัดได้อีกหน่อย ผมถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า “๗๐ พันได้บั่ว?” เค้าพยักหน้าตกลง  ผมใช้เงิน ๒,๐๐๐ บาทแลกเงินกีบ ได้มา ๔ แสนกว่า! อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 บาท = 243 กีบ น้อยกว่าแลกจากบูธแลกเงิน…แต่ช่างมันเหอะ หมดห่วง! เงินกีบมีแล้ว รถตู้ไปหลวงน้ำทาก็ได้แล้ว ตอนนี้เหลือแค่รอเวลา hit the road!

ข้างนอกอากาศยังคงหนาวเย็น ท้องฟ้าสดใส ผมนำกล้องถ่ายรูปออกมาเก็บภาพเอาไว้…

DSC07764

เห็นแปลงไม้ดอกหลากสี….

DSC07763

มองออกไปยังถนนที่อยู่เบื้องหน้า… ผมคิดว่าถ้านำจักรยานพับมาด้วย คงจะขี่ออกไปแล้ว!

DSC07767

ต้องรอนานโข กว่ารถตู้จะมาจอดรับ…

laominibus

คนขับจัดที่ให้ “เจ้าแรด” นอนอยู่หลังรถ….

DSC07768

ผมเลือกที่นั่งแถวหลัง อยู่ใกล้ ๆ กับเจ้าแรด…

minibus-2-laungnamtha

เวลา ๑๐.๓๐ น. ล้อรถเริ่มหมุน…

DSC07769

เวลาผ่านไปแค่ปีกว่า… ตอนนี้เส้นทาง R3A สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่มีถนนลูกรังให้เห็นอีก!

DSC07770

ผมเห็นฝรั่งบางคนนอนหลับไปตลอดทาง สงสัยจังเลยว่าทำไมนักเดินทางเหล่านั้นถึงมิได้สนใจที่จะดูสิ่งต่าง ๆ ตามสองข้างทาง ขนาดผมเคยผ่านมาแล้ว วันนี้ก็ยังต้องเปิดตากว้าง คิดว่าทุกอย่างอยู่ในความน่าสนใจ ส่วนผู้หญิงลาววัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่ทางด้านซ้ายก็เอาแต่เล่น iPad

๑๑.๒๘ น. ผมเห็นป้ายข้างทางบอกว่าเหลืออีก ๑๖๘ กิโลเมตรจะถึงหลวงน้ำทา รถวิ่งไปตามเส้นทางคดเคี้ยว ขึ้นเขา…ลงเขา

DSC07782

๑๒.๓๒ น. รถหยุดพักที่ Nam Fa  ให้ผู้โดยสารได้กินอาหารกลางวันและเข้าห้องน้ำ…

DSC07772

DSC07774

ตรงนี้เป็นจุดพักรถโดยสารทั้งเล็กและใหญ่…

DSC07771

ห้องน้ำมี ๒ แห่ง คือสองห้องที่เห็นข้างบน กับห้องสีส้มที่ยู่ด้านล่าง เวลาเดินลงไปต้องระวังหน่อยเด้อ…

DSC07776

ร้านอาหารมีอยู่ทั้งสองฟากถนน….

DSC07788

ร้านอาหารสายน้ำฟ้าอยู่ฟากขวามือ..

DSC07791

ติดกับแม่น้ำ…

DSC07783

ผมไม่รู้สึกหิว ได้แต่ไปห้องน้ำอย่างเดียว จากนั้นก็เดินถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ

DSC07793

DSC07794

DSC07790

๑๒.๔๕ น. รถออกเดินทางต่อ วิ่งไปอีกประมาณ ๖๐ หลัก (กิโลเมตร) ก็ถึงท่ารถ

DSC07797

ผมได้กลับมาเห็น “สถานีขนส่งหลวงน้ำทา” อีกครั้งนึง!

Published in: on มกราคม 12, 2014 at 11:08 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4

ผมบ่นเรื่อง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 ไว้ในบล็อกช่างเหอะแล้ว! จะไม่ขอกล่าวถึงอีก แต่จะเล่าเรื่องการเดินทางเข้าประเทศลาวในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเท่านั้น…

ตื่น ๖ โมงเช้า อากาศหนาวเหน็บ ผมออกจากห้องไปล้างหน้าแปรงพันกับน้ำเย็นเฉียบที่อ่างล้างหน้า เช้านี้คงไม่อาบน้ำอีก เพราะเมื่อคืนขัดสีฉวีวรรณเตรียมไว้อย่างดีแล้ว  เสบียงที่นำมาด้วยคือ กล้วยตาก ขนมปังโฮลวีท พุทรายักษ์  Muesli และนมแล็คตาซอย(เจ)  เป็นอาหารเช้าอย่างดีของผม ก่อนที่จะกินยาตาม จากนั้นก็เก็บของลงเป้แล้วแต่งตัว…

หลังการตรวจเช็คว่าไม่หลงลืมอะไรไว้ ผมก็พร้อมที่จะออกเดินทาง!   ๘ โมงเช้า…เอากุญแจห้องไปวางคืนไว้ที่เค้าเตอร์  ถ่ายรูปบ่อน้ำ (น้ำบ่อ) ของ “บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์” ไว้ ๑ บาน

DSC07736

จากนั้นก็ออกเดินมุ่งหน้าไปยังท่ารถ ผ่านร้าน 7-11 ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ ผมแวะซื้อขนมปังโฮลวีทของฟาร์มเฮ้าส์ ๑ แถว (๓๗ บาท) เอาไว้เป็นเสบียง…

DSC09281

ผมเดินข้ามสะพานไปยังท่ารถ  ถ้าจะหารถไปสะพานมิตรภาพฯ ต้องไปที่นั่น  ซึ่งจริง ๆ แล้ว…เมืองเชียงของยังไม่มี “สถานีขนส่ง” ซึ่งมีอาคารและชานชาลาเหมือนกับที่อื่น   แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าแถว ๆ ตลาดซึ่งอยู่เยื้องกับที่ทำการรถเมล์เขียวก็คือ “ท่ารถ” นักเดินทางจะเห็นรถเมล์ รถตุ๊ก ๆ รถสองแถวจอดรออยู่ พนักงานรถเมล์เขียวเรียกตรงนั้นว่า “สถานีขนส่ง”   [Tips – ไปสะพานมิตรภาพฯ ถ้าไม่มีรถตู้ของโรงแรมไปส่ง ต้องไปรอหารถที่นั่น หากมีหลายคนก็เหมารถตุ๊ก ๆ ไปได้เลย (เสียคนละ ๕๐ บาท) แต่ถ้าคนเดียว อยากประหยัดก็ต้องรอแชร์รถไปกับคนอื่น]

DSC09283

ยังเช้าอยู่ ผมเดินไปดูกาแฟ-ปาท่องโก๋เจ้าประจำที่ไม่เคยพลาดเมื่อมาเยือนเชียงของ แต่วันนี้ไม่มีขาย  ต้องเดินอ้อมกลับไปยังบริเวณที่รถตุ๊ก ๆ จอดอยู่ สอบถามว่าไปด่านฯ ได้อย่างไร คนขับรถบอกว่าต้องนั่งตุ๊ก ๆ เท่านั้น ถ้าคนเดียวเหมาไปคิดราคา ๑๕๐ บาท  ผมถามว่าเดินไปได้หรือเปล่า? เค้าบอกว่าไม่ได้…เพราะไกลเกิน ผมแสร้งทำหน้าเศร้า บอกว่า ๑๕๐ บาทแพงไป ถ้า ๕๐ บาทก็พอไหว สารถีบอกว่าถ้ายังงั้นก็ต้องรอจนกว่าจะมีผู้โดยสารอื่นอีก  โชคดีที่ขณะนั้นมีฝรั่งนักแบกเป้หนุ่มสาวคู่หนึ่งตกลงว่าจ้างให้รถตุ๊ก ๆ อีกคันไปส่งที่ด่านฯ  ชายที่ผมคุยด้วยรีบตะโกนข้ามถนนไปบอกว่า “ตางเพ้…มีคนไทยแถมคนเน้อ”  

รถตุ๊ก ๆ สภาพเก่า(ขับโดยสารถีแก่) พาฝรั่งวิ่งอ้อมมาจอดรับ  พอผมพาเจ้าแรด(เป้)ขึ้นนั่ง…รถก็เอียงกะเท่เร่  คุณลุงโชเฟอร์ตะโกนบอกว่าแหนบมันอ่อน ให้ผมย้ายไปนั่งอีกอีกข้างนึง ถึงไปได้ คันเร่งถูกบิด…รถแผดเสียงครวญคราง ในขณะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า ผมต้องลุ้น… เอาใจช่วยให้ไปถึงจุดหมาย  ระหว่างทางสารถีหันหน้ามาบอกเป็นคำเมือง ขอให้ผมจ่ายค่ารถทีหลัง อย่าให้ฝรั่งได้เห็น ผมตอบรับทราบ…

บนทางหลวงเชียงของ-เทิง (เส้นทางที่รถเมล์เขียววิ่งผ่าน)  รถตุ๊ก ๆ ถ่อสังขารไปจนถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้าย วิ่งตรงไปยังสะพานซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกหลายกิโลเมตร  ในที่สุดก็ถึงด่าน ตม.

DSC07747

รถวิ่งไปจอดให้ผู้โดยสาร ๓ คนลง ผมรีบนำเป้ไปวางพิงเสา…

DSC07739

ยืนรอให้คนขับตุ๊ก ๆ ได้รับค่าโดยสารจากฝรั่งเสียก่อน…

DSC07741

คุณลุงได้ใบร้อยมา ๒ ใบ ไม่มีตังค์ทอน ต้องไปขอแลกจากเพื่อนสารถีด้วยกัน จะมารับ ๕๐ บาทจากผมก็ไม่กล้า….

DSC07743

เป็นคนดีมีน้ำใจ… คุณลุงรับค่าโดยสาร ๕๐ บาทจากผมแล้วพูดว่า “เราคนไทยเหมือนกัน… ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ”

DSC07744

โห… ด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือเนี่ย?  ผมนึกว่าเป็นโรงเก็บเครื่องบิน!!

DSC07745

มีชายคนหนึ่งยืนแจกบัตรขาเข้า-ออก อยู่หน้าทางเข้า

DSC07750

ผมตรงไปขอมา ๑ ฉบับ แล้วนำไปกรอกที่โต๊ะซึ่งอยู่ด้านข้าง…

กรอกเรียบร้อยแล้ว จะเข้าไปข้างใน ต้องซื้อตั๋วสำหรับเดินทางข้ามสะพานจากจุดจำหน่ายตั๋วรถโดยสารของ บขส. ที่อยู่ด้านหน้าก่อน  (Tips – อย่าเพิ่งรีบเดินเข้าไป ไม่งั้นจะต้องย้อนกลับออกมาซื้อตั๋วอีกครั้ง)  ควักกระเป๋าจ่าย ๒๐ บาทซะดี ๆ….

DSC07752

ผ่านขั้นตอนขาออกจาก ตม. ไทยไม่ยาก เจ้าหน้าที่หญิงไทยตรวจเอกสาร ถ่ายรูปด้วยกล้องคล้าย webcam แล้วประทับตราขาออก เธอส่งคืนให้ด้วยใบหน้าจืดชีดเย็นชา (แปลกจัง… เจ้าหน้าที่ ตม. มักไม่ตระหนักว่าเป็นผู้รับใช้ที่กินเงินภาษีจากประชาชน แต่หลงคิดว่าตนเองมีอำนาจ) 

departure-thai

ผมไม่สนใจ… ตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว ก็ยัดพาสปอร์ตใส่กระเป๋าเสื้อ เดินแบกเป้ผ่านออกไปยังฝูงคนที่เห็นยืนออกันอยู่ด้านนอก….

DSC07753

เค้ากำลังรอขึ้นรถโดยสารของ บขส. ไปยังด่านลาว…

DSC07754

(Tips – ถ้าแกล้งทำเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนจีนได้ก็ดี คือไปยืนรวมกับพวกฝรั่งนักแบกเป้ทั้งหลาย ปกตินักท่องเที่ยวจะถูกเรียกให้ขึ้นรถก่อนชาวบ้านทั่วไป สำหรับเป้ใบไม่ใหญ่นัก…ถ้านำติดตัวขึ้นรถไปได้ ก็ไม่ต้องไปวางรวมให้เค้านำใส่ใต้ท้องรถให้เสียเวลา)

ผมยืนรอได้ไม่นาน คนรถก็มาเก็บตั๋วแล้วต้อนให้ขึ้นรถ  เต็มออก ๆ

DSC07761

DSC07760

นกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ รถก็วิ่งจากด่านไทย ข้ามสะพาน ไปจอดที่ด่านลาว

DSC07762

ที่ ตม. ลาวไม่มีคนแจกบัตรขาเข้า-ออกให้นะจะบอกให้  ต้องไปขอจากช่องทำ visa on arrival (ตรงที่ฝรั่งยืนต่อคิวกันยาวเหยียดนั่นแหละ) ยื่นหน้าเข้าไปเลย เว้าลาวก็ได้ ไทยก็ดี จะได้รับบัตรมากรอกดังนี้….

laos-card0

laos-card1

laos-card2

ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ คนไทยไปเที่ยวลาวไม่ต้องใช้วีซ่าอยู่ได้ ๓๐ มื้อ….

กรอกเสร็จแล้ว ก็นำไปยื่นที่ช่อง passport control  กล่าวทักทายซะหน่อยว่า “สะบายดี”  ฝั่งลาวไม่ถ่ายรูปเก็บไว้ แค่ป้อนข้อมูลลงคอมพ์ฯ แล้วประทับตราขาเข้าให้…

arrival-laos

(Tips – ตม. ไทยจะแยก arrival card ออกแล้วเย็บติดให้ไว้กับหนังสือเดินทาง แต่ ตม.ลาว เค้าสอด departure card ไว้เฉย ๆ  ต้องระวังให้ดีนะครับ อย่าทำตกหาย)

ผมบอก “ขอบใจ๋หลายเด้อ” แล้วเดินผ่านโต๊ะตรงทางออกให้เจ้าหน้าที่ลาวตรวจหนังสือเดินทางอีกที เรียบร้อยแล้วก็แบกเป้เดินสู่ผืนแผ่นดินลาวด้วยความสบายอกสบายใจ…

เป้าหมายเบื้องหน้าคือ “หลวงน้ำทา”

Published in: on มกราคม 11, 2014 at 8:51 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – โบนัสที่เชียงของ

เดินทางถึงเชียงของเวลา ๑๔.๑๐ น.  มีเวลาอีกเหลือเฟือสำหรับการเดินเที่ยวเมือง แทนที่จะตามฝรั่งพวกนั้นไปแล้วหาเฮือนพักหลับนอนทางโน้น ผมขอค้างอยู่เชียงของก่อน ๑ คืน พรุ่งนี้ค่อยข้ามสะพานไปฝั่งลาว….

ผมรัดสายเป้ให้กระชับก่อนออกเดินมุ่งหน้าจากท่ารถเมล์เขียวไปยัง “บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์”   แม้ไม่ถึงกับหลับตาเดินได้…แต่ผมก็คุ้นเคยกับถนนหนทางเมืองเชียงของเป็นอย่างดี

DSC07652

พอไปถึงก็ได้ยินพนักงานสาวกล่าวสวัสดี ผมไม่ต้องถามไถ่ให้มากความ บอกไปเลยว่าขอห้องพักคืนละ ๑๕๐ ที่เคยพัก เธอพาผมเดินไปยังเรือนพักด้านหลัง…

DSC07738

ภายในถูกทาสีใหม่ด้วยเฉด earth tone ทำให้ดูดีขึ้นเยอะ…

DSC07733

ส้วมก็เปลี่ยนใหม่ไปใช้แบบชักโครก แต่ก่อนเป็นโถนั่งที่ต้องตักน้ำราด…เครื่องทำน้ำอุ่นก็ไม่มี แต่ปีนี้หนาวจัด ขืนไม่ติดให้ ท่าน ผอ. คงถูกลูกค้าด่าขรม!!

DSC07732

ห้องที่ผมเคยพักซึ่งอยู่ติดห้องน้ำนั้นว่างแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำความสะอาด พนักงานสาวเปิดห้องพักใกล้ ๆ ให้ก่อน บอกว่าถ้าทำความสะอาดเสร็จแล้วจะให้ย้าย ผมบอกไม่เป็นไร…ห้องนี้ก็พักได้เหมือนกัน

DSC07730

ผมจ่ายเงิน ๑๕๐ บาทแล้วรับกุญแจมาเก็บไว้ ออกไปล้างหน้าล้างตา เข้าห้องน้ำห้องท่าแล้วกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็คว้ากล้องถ่ายรูปออกจากที่พัก ผมมีเวลากว่า ๒ ชั่วโมงที่จะเดินสำรวจดูความเปลี่ยนแปลงในเมืองเชียงของ เคยเห็นแล้วก็ยังเห็นอีก คิดว่าเป็น “โบนัสเมืองเชียงของ” ให้กับการเลือกอยู่ฝั่งไทยของผมก็แล้วกัน…

วันนี้…ที่นี่ยังคงปรากฏภาพซึ่ง่หาดูได้ยากแล้วในเมืองใหญ่

DSC07638

ผมแวะถ่ายรูปวัดศรีดอนชัย…

DSC07643

ได้เดินเก็บภาพอย่างมีความสุข…ตามแนวที่ชอบ

DSC07648

DSC07659

ผมมักถูกถามว่า “ทำไมถึงชอบถ่ายภาพอย่างเนี้ย?”

DSC07716

เข้าไปเดินในสวนสาธารณะของเทศบาลตำบลเวียงเชียงของ ที่มีต้นไม้ใหญ่ดูร่มรืน เห็นบอกว่ามี free WIFI แต่ผมหาสัญญาณไม่เจอ…

DSC07667

มาคราวนี้ ผมค้นพบสะพานคนเดินซึ่งเป็นเส้นทางลัดข้ามไปยังตลาดประตูชัย…

DSC07671

พระอาทิตย์คล้อยต่ำทำให้ได้ภาพย้อนแสงที่คมชัด…

DSC07674

ไม่มีอะไรให้ดูในตลาด…

DSC07679

แต่ด้านนอกกำลังเริ่มคึกคัก…

DSC07684

DSC07685

DSC07687 - สำเนา

ผมเดินลงไปดูการปลูกผักริมฝั่งโขง…

DSC07692

แล้วไปนั่งพักปั่นจักรยานออกกำลังขา…

DSC07698

ขณะสายตาจ้องจับไปยังฝั่งตรงข้าม… สปป. ลาว!

DSC07699

เดินไปสอบถามชาย ๒ คนที่ยืนอยู่ตรงท่าเทียบเรือ… ผมได้ความว่าสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 อยู่ไกลออกไป ๑๐ กว่ากิโลเมตร  ต้องจ้างรถตุ๊ก ๆ ให้ไปส่ง หรือจะเหมาเรือให้ไปส่งก็ได้   ผมไม่กล้าเอ่ยปากถามว่าเท่าไหร่ เพราะกลัวได้ยินคำตอบแล้วช็อค!

DSC07701

มีความสุขอยู่กับ evening stroll จนฟ้ามืด  ผมกลับเข้าที่พัก อาบน้ำแล้วพักผ่อน อากาศหนาวเย็นจนเสื้อกันหนาวโน้ตตัวเล็กเกือบเอาไม่อยู่

DSC07726

พรุ่งนี้ผมต้องออกแต่เช้าเพื่อข้ามไปฝั่งลาว คิดแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับการเดินทางที่ต้อง improvise ทุกเส้นทาง!!

Published in: on มกราคม 10, 2014 at 10:35 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – จากเชียงใหม่ไปเชียงของ

๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ การเดินทาง “ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ” ของผมก็เริ่มขึ้น….

ที่สถานีขนส่งเชียงใหม่ ๓  ผมกดชัตเตอร์กล้อง Sony DSC-W110 ประเดิมกับแสงแดดยามเช้าซึ่งสาดส่องไปยังร่างสุนัขอ้วนพี ขณะที่มันจ้องมองไปยังหญิงชราผู้วางจำหน่ายความหวังให้ลูกค้าที่อยากร่ำรวยเพราะหวยรัฐบาล

DSC07623

รถเมล์เขียวไปเชียงของเที่ยวก่อนหน้ากำลังจะออก  คันที่เห็นนี้วิ่งไปแม่ขะจาน ผ่านวังเหนือและพะเยา ทุกทีผมก็ไปเที่ยวนี้แหละ…

DSC07624

อากาศหนาวเย็นกำลังดี (ตามความชอบของผม)  ระหว่างนั่งรอรถเข้าเทียบชานชาลา ผมบันทึกลงสมุดว่า…

มีฝรั่งนักเดินทางมากมาย คนที่รูปร่างอ้วนใหญ่อุดมด้วยไขมันดูท่าทางจะไม่ค่อยหนาว ส่วนใหญ่สะพายเป้ขนาด full size น้ำหนักน่าจะประมาณ ๒๐ กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย  สาวคนหนึ่งดูท่าทางมาจากอเมริกาใต้ใช้เป้ขนาดเล็ก แต่ก็มีกระเป๋าอีกลูกนึง หญิงชายคนไทยที่เห็นรอบข้างหลายคนสายตาจ้องจับอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์  คนที่ใช้สมุดจดบันทึก…เห็นจะมีเพียง

เราคนเดียว!

แหม่มสาวนั่งอยู่ข้างหน้าสวมเสื้อกันหนาวสีดำ เปิดคอกว้าง กำลังเปิดอ่านหนังสือ Lonely Planet Thailand เล่มหนา ดูท่าทางเธอคงไม่รู้สึกหนาวสักเท่าใด ในขณะที่ชายชาติทหารคนหนึ่งสวมเสื้อกันหนาว ผูกผ้าพันคอ มีหมวกครอบหัว ป้องกันความหนาวอย่างเต็มที่…

DSC07627

พอรถวิ่งเข้าเทียบชานชาลา ผมนำเป้ไปให้เจ้าหน้าที่ติด tag…

DSC07628

คำเตือน – มีรถเมล์เขียวไปที่อื่นจอดอยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่ก็กำลังติด tag อยู่ ต้องดูให้ดีด้วย  อย่าให้ผิดคัน  ทางที่ดีควรยืนรอดูให้แน่ใจว่าสัมภาระของเราถูกนำเข้าเก็บใต้ท้องรถแล้ว จึงค่อยขึ้นนั่งบนรถ

DSC07630

ก่อนขึ้นรถ… ขอ empty my bladder ซะหน่อย ผมอยากเห็นห้องน้ำของสถานีขนส่งเชียงใหม่ว่าดีแค่ไหน?  ต้องจ่ายค่าใช้บริการ ๓ บาท…

DSC07631

จากนั้นก็ขึ้นรถ ผมเดินไปยังที่นั่ง A8  พบว่า B8 มีผู้โดยสารต่างชาตินั่งอยู่  ผมถามโดยไม่ลังเลว่า “Are you from India?” ในขณะที่เค้าลุกให้ผมเข้านั่งประจำที่  คำตอบที่ได้ยินคือ “Yes!   จากนั้นก็เลยคุยกันมันส์ไปตลอดทาง…

รถออกตรงเวลา  ๑๐.๑๒ น. ผมก็เห็นป้ายข้างทางบอกว่าอีก ๓๒ กิโลเมตรจะถึงเวียงป่าเป้า…

ตามปกติแล้ว ถ้าเป็นฝรั่งมังค่า ผมก็ไม่อยากจะเสวนา แต่ถ้าคนที่นั่งข้าง ๆ เป็นแขกหรือชายชุดดำ เอ้ย…ชายผมดำ ผมก็จะทักทายและพูดคุยด้วย หนุ่มคนนี้มาจากบอมเบย์หรือมุมไบ ทางใต้ของอินเดีย เดินทางมาพร้อมกับภรรยา เขาไม่ได้จองตั๋วมาก่อน เช้านี้มาหาซื้อตั๋วไปเชียงของ โชคดีมีเหลืออยู่ ๒ ที่นั่งพอดี (แต่ไม่ได้นั่งด้วยกัน)  เค้าวางแผนไว้ว่าจะเดินทางไปหลวงพระบาง วังเวียง เวียงจันทน์ เข้ากรุงเทพ แล้วบินกลับบ้าน หุหุ ตรงกับเส้นทาง “พาสปอร์ตใหม่ไปลาว” เมื่อปีที่แล้วของผมเลย   เราคุยกันสารพัดเรื่อง ไม่ว่าเรื่องคอร์รัปชั่น เรื่องการเดินทาง เรื่องรถ Tata  เรื่องประเทศอินเดีย ฯลฯ   เรื่องคอร์รัปชั่น… หนุ่มแขกสงสัยว่าทำไมถนนหนทางบ้านเราถึงได้ดีเหลือเกิน ที่บ้านเค้าสร้างได้ไม่กี่ปีก็พังแล้ว  ผมบอกว่ายังรู้จักพี่ไทยน้อยไป  “The more they built, the more they got โว้ย!”

จนเวลา ๑๐.๕๐ น. เข้าเขตอำเภอแม่สรวย  ภรรยา (เป็นครูสอนวิชาวรรณคดี) ก็ลุกจากทีั่นั่งด้านหน้า มาบอกสามีว่าเมารถ หนุ่มภารตะต้องเดินไปขอถุงพลาสติกจากพนักงานรถ เธอถูกพาไปอาเจียนที่ห้องน้ำท้ายรถ โดยมีสามีไปยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู

๑๑.๕๐ น. รถเข้าจอดที่สถานีขนส่งเชียงราย….

DSC07634

ผมเดินลงไปยื่ดแข้งยืดขาและถ่ายภาพอาคารสถานีขนส่งไว้….

DSC07636

ขอถ่ายภาพเพื่อนร่วมเดินทาง ชาวเมืองบอมเบย์ ไว้ด้วย๑ บาน…

DSC07633

ก่อนรถออก… ผมบอกให้ผู้เป็นภรรยาย้ายไปนั่งอยู่ติดกับสามี  ตัวผมย้ายไปนั่งด้านหน้า ติดกับฝรั่งโกนหัวโกนคิ้วกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับ Buddhism  ท่าทางคงจะสึกออกมาใหม่ ๆ

๑๓.๐๐ น. รถวิ่งเข้าอำเภอเทิง  ๑๓.๒๘ น. ถึงขุนตาล   และ ๑๓.๕๘ น. ถึงบ้านลุง (Ban Lung) ซึ่งอยู่ห่างจากเชียงของแค่ ๑๕ กิโลเมตร

ในที่สุดก็ถึงจุดหมายปลายทางเมื่อเวลา ๑๔.๑๐ น.  รถวิ่งข้ามสะพาน แล้ววกกลับมาจอดที่หน้าที่ทำการรถเมล์เขียว

DSC07637

ผมลงจากรถ  รับเป้แล้วเดินจากมา ไม่ทันได้ร่ำลาคนอินเดีย  เมื่อเหลียวกลับไปเห็นนักเดินทางยืนรวมกัน กำลังต่อรองราคาค่ารถไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 4 เขาเหล่านั้นมุ่งหน้าเข้าลาว โดยไม่ยอมพักเที่ยวเมืองเชียงของแม้แต่คืนเดียว…

ส่วนผม…ขอนอนตีพุงอยู่ฝั่งไทยก่อนดีกว่า (จารีบไปหนาย ๆ)

Published in: on มกราคม 9, 2014 at 7:24 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – เปลี่ยนใจไม่ไป บขส.

การเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางในช่วงสิ้นปี ถ้าเป็นไปได้ควรจองตั๋วไว้ก่อนล่วงหน้า ปกติผมจะซื้อตั๋วรถเมล์เขียว  (Green Bus) เชียงใหม่  – เชียงของ ที่สถานีขนส่งลำปาง…

green-bus1

แต่ทริป “ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ”… ผมตั้งใจที่จะนั่งรถ บขส. จากเชียงใหม่ไปหลวงน้ำทา โดยนำจักรยานพับไปด้วย  อยากนั่งรวดเดียวจากเชียงใหม่ไปลงหลวงน้ำทา เคยอ่านเจอว่าค่าโดยสาร ๗๗๕ บาท…

ตารางเดินรถ บขส. : ที่มา - อินเทอร์เน็ต

ตารางเดินรถ บขส. : ที่มา – อินเทอร์เน็ต


วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖
  ไปสถานีขนส่งเชียงใหม่ ตั้งใจจะซื้อตั๋วโดยสารของ บขส. สายเชียงใหม่ – หลวงพระบาง… ผมต้องไปที่อาคาร “อาเขต” คือสถานีเก่า ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. อยู่ด้านหลัง  พอไปเห็นป้ายซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าแจ้งว่าค่าโดยสารไปหลวงน้ำทาคือ ๙๓๐ บาท (เพิ่มขึ้นจากเดิม ๑๖๕ บาท)… ผมก็เปลี่ยนใจไม่ไป บขส.   เรื่องอะไรจะเสียเงินเกือบ ๑ พันบาทไปถึงหลวงน้ำทาตอน ๓-๔ ทุ่ม แล้วต้องไปเดินหาเฮือนพักดึก ๆ ดื่น ๆ  เสียค่าที่พักเปล่า ๆ อีก ๑ คืน!!

อยากเดินทางตามสไตล์ลุงน้ำชา… ผมเดินข้ามไปยังสถานีขนส่งเชียงใหม่ ๓  ตรงไปที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ Green Bus  โห…ต้องกดบัตรคิวเหมือนกับธนาคารเลย ผู้โดยสารมีมากจนทางบริษัทต้องเพิ่มโต๊ะจำหน่ายตั๋วที่ด้านหน้าอีก ๓ โต๊ะ  ผมนั่งรอจนถึงคิว… สอบถามถึ่งรถที่จะไปเชียงของในวันรุ่งขึ้น  มีรถ ป.1 เที่ยว ๙ โมงเช้า ค่าโดยสาร ๒๙๐ บาท  โอเคครับ… ผมตัดสินใจใช้บริการเมล์เขียวอีกครั้ง ล้วงบัตรสมาชิกออกมาซื้อตั๋ว…. 

green-bus-card

เจ้าหน้าที่ให้ผมดูที่นั่งจากหน้าจอโมนิเตอร์ ไม่มีที่นั่ง 6A ผมเลือกได้ 8A…

vx2-200

เรียบร้อยแล้วครับ มีตั๋วรถไปเชียงของแล้ว พรุ่งนี้ออกเดินทางกันเลย….

Published in: on มกราคม 8, 2014 at 11:40 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – ก่อนออกเดินทาง

f-bike1

ก่อนหน้านั้น ผมวางแผนว่าจะนำจักรยานพับใส่กระเป๋า พานั่งรถเมล์เขียว (green bus) ไปเชียงของแล้วข้ามไปฝั่งลาว จากนั้นก็จะนำขึ้นรถตู้หรือรถเมล์ไปหลวงน้ำทา กะว่าจะปั่นไปให้ถึงเมืองสิง หรืออาจลุยไปเมืองลองด้วย โดยจะใช้ชื่อการเดินทางว่า “FB Trip ไปเมืองสิง”   

bike-bag

เพียง ๒ วันก่อนออกเดินทาง… ผมก็เปลี่ยนใจ ตัดสินใจไม่พาเจ้า Coyote ไปด้วย เพราะไม่มั่นใจในความสมบูรณ์ของจักรยาน และยังจัดเตรียมเครื่องมือจำเป็น อย่างเช่น สูบลม อุปกรณ์ปะยาง ปะแจ ฯลฯ ไม่ทัน  ผมต้องเปลี่ยนจากเป้ใบเล็กเป็นใบใหญ่ นำถุงนอนไปด้วย และซื้อรองเท้าผ้าใบใหม่ ๑ คู่ (๑๖๐ บาท)

DSC07727

ใช้สมุดบันทึกเพียงเล่มเดียว  คราวนี้ผมไม่นำปากกา Rotring ไปด้วยเพราะกลัวหาย ขอใช้ปากกาหมึกแห้งธรรมดา ๆ จะดีกว่า….

DSC08853

พกเสบียงไปค่อนข้างมากกว่าทุกครั้ง  “กล้วยตาก” คือสิ่งที่ขาดมิได้…

dry banana

นอกนั้นก็ยังมี “บะตันหลวง” หรือ “พุทรายักษ์” ของขวัญปีใหม่จากคุณบิม ซึ่งผมแบ่งใส่เป้ไป ๑ กิโลกรัม

batanloung

ส่วนอุปกรณ์บันทึกภาพก็มีกล้อง Sony Cyber-shot DSC-W110 ตัวเดิม พร้อม memory card  8 GB และยังมี Sony DSC-S750 พร้อม memory ขนาด 512 MB (ประมูลได้มาในราคา ๓๐๐ บาท) ใส่ไว้ก้นเป้เพื่อเป็นกล้องสำรอง  (ไม่อยากให้ผิดหวังเหมือนตอนกล้องพังที่ที่เดียนเบียนฟู)

DSC07607

นับเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเป้ยังเหลือเนื้อที่พอที่จะนำเจ้า D50 และเลนส์มือหมุนไปด้วย ผมมาคิดได้ก็เมื่อสายไปแล้ว!!

nikon mm

ผมไม่ได้นำ net book ไปด้วยเหมือนในทริป “พาสปอร์ตใหม่ไปลาว”  คราวนี้ผมใช้โทรศัพท์ Motorola Defy XT แทน…

moto defy

เมื่อทุกอย่างถูกบรรจุอยู่ในเจ้าแรด(เป้เพื่อนยาก) ผมก็พร้อมที่จะฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ…

Published in: on มกราคม 6, 2014 at 11:04 pm  ให้ความเห็น  

โน้ตตัวเล็ก

blue-music-small-note-md

วันนี้ผมอยากจะเขียนถึงโน้ตดนตรีตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง…

แม้จะเป็นแค่เพียงสัญลักษณ์หรือตัวแทนของเสียงดนตรีเสียงสั้น ๆ เสียงเดียว แต่เมื่อไปปรากฏในบทเพลงไม่ว่าสั้นหรือยาว โน้ตตัวนี้ก็สำคัญยิ่งนัก เพราะเป็นส่วนหนึ่งของคีตลีลาที่กล่อมโลก…

fah2

ในวงการนักเล่นเปียโนของไทย ถ้าจะเข้าไปค้นหา “คนรักเปียโน” หรือ “Piano Lovers” ใน google  จะพบว่ามีเว็บของคนรักเปียโนมากมาย แต่ที่ผมอยากจะเขียนถึงก็คือ เว็บ Piano-Lovers  ของกลุ่มคนรักเปียโนและเสียงดนตรี  จัดตั้งโดย “โน้ตตัวเล็ก” หรือ “ครูฟ้า (อ.รงรอง เหล่าก้องกิจ)”  ครูเปียโนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง

fah4

piano lovers

นานเป็นทศวรรษนับตั้งแต่สมัยที่ลุงน้ำชาเริ่มทำเว็บ”คนรักเปียโน”ใน pantown.com  ได้รู้จักกับ “โน้ตตัวเล็ก” และเพื่อน ๆ คนรักเปียโนอีกมากมายหลายคน มันเป็นสิ่งที่ต้องจดจำไปจนกว่าลมหายใจสุดท้าย  เป็นมิตรภาพอันบริสุทธิ์ใจของคนต่างวัย ที่มีใจรักในสิ่งเดียวกันคือ เปียโนและเสียงดนตรี

piano-lovers

ภาพ "ครูฟ้า" จาก Piano-Lovers นำมาทำเป็นภาพสีน้ำ

ภาพ “ครูฟ้า” จาก Piano-Lovers นำมาทำเป็นภาพสีน้ำ

ครูฟ้า คือครูเปียโนที่แท้จริง เป็นนักเล่นเปียโนเก่งคนหนึ่ง ถ้าได้เห็นนิ้วสั้น ๆ ที่เธอพรมลงไปบนคีย์เปียโนก็จะรู้สึกอัศจรรย์ใจ ทุกวันนี้ครูฟ้าสอนเปียโน มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย อีก ๑๐ ปีข้างหน้าก็จะเห็นครูฟ้าสอนเปียโน  และอีก ๒๐-๓๐ ปีก็น่าจะยังเป็นครูเปียโนต่อไป  วันที่ ๕ มกราคมเป็นวันคล้ายวันเกิดของครูฟ้า ผมขอให้มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงทั้งกายใจ เป็นครูเปียโนผู้เป็นที่รักยิ่งของทุก ๆ คนไปอีกนานแสนนาน…

“ครูฟ้า” และเพื่อน ๆ คนรักเปียโนเคยมาเยี่ยมลุงน้ำชาที่จังหวัดลำปาง แล้วพากันไปเที่ยวถ้ำผาไท…

mena

และวัดพระธาตุลำปางหลวง…

fah1

Happy Birthday โน้ตตัวเล็ก (คลิกฟังเพลงได้ ที่นี่ )

Published in: on มกราคม 5, 2014 at 12:01 am  ให้ความเห็น  
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 188 other followers