FB Trip 3 – นั่งเมล์เขียว

อาทิตย์ที่แล้วผมพาเจ้า Coyote นั่งรถไฟจากสถานีห้างฉัตรไปเชียงใหม่  คราวนี้อยากจะลอง”เมล์เขียว”ดูบ้าง!  ก่อนเที่ยงวันวานนี้…ผมหิ้วกระเป๋าจักรยานออกจากบ้าน!

R0011379

ความจริงเจ้า Coyote เคยมีประสบการณ์นั่งเมล์เขียวมาแล้วครั้งนึง เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๕ บนเส้นทางจากพะเยาถึงลำปาง (ตามภาพ) 

coyote from prayoa

ประโยชน์ของกระเป๋า คือ มันทำให้จักรยานทั้งคันสามารถซ่อนตัวไปกับเราได้ทั้งบนรถเมล์และรถไฟ  ไปเชียงใหม่คราวนี้ อยากพิสูจน์ให้เห็นอีกครั้ง… ผมพาเจ้า Coyote ไปรอรถเมล์เขียวตั้งแต่เที่ยงวัน!!

R0011381

นั่งรอร้อรอ…ผมหันหน้าไปทางที่รถเมล์จะวิ่งมาจากลำปาง

R0011382

มีผู้โดยสาร ๓-๔ คนนั่งรออยู่ด้วย…

R0011384

๑๔.๑๐ น. ถึงได้เห็นรถเมล์เขียววิ่งมา  กว่า ๒ ชั่วโมงที่นั่งรอมิได้ทำให้ผมเป็นทุกข์ เพราะเคยมีประสบการณ์รอคอยที่ลำบากและนานกว่านี้ ที่หลวงน้ำทาและเวียงภูคา จากทริป “ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ” เมื่อปลายปีที่แล้ว

R0011397

รถจอดรับผมเพียงคนเดียว คนอื่น ๆ พากันขึ้นรถสองแถวและรถทัวร์ไปหมดแล้ว พนักงานหญิงเอื้อมมือมารับกระเป๋าจากผม นำไปวางไว้รวมกับสัมภาระอื่น ๆ ข้างหลังเบาะ!

R0011398

มีคนโดยสารเต็มรถ แต่โชคดียังมีที่ว่างเหลืออยู่ ๑ เบาะ  ผมจึงไม่ต้องยืนไป  ค่าโดยสารไปเชียงใหม่ ๕๐ บาท!

R0011387

พอถึงลำพูน คนลงกว่าครึ่งคันรถ!

R0011391

ผมลงไปด้วย ขอถ่ายภาพเมล์เขียว “พะเยา-ลำปาง” ไว้หน่อย

R0011394

สี่โมงเย็น รถวิ่งเลยแยกสารภี ผมลุกขึ้นไปบอกพนักงานเก็บเงินหญิงว่าขอลงตรงสะพานลอยก่อนหน้าสะพานลอยดอนจั่น (1) ตรงนั้นคือถนนวงแหวนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ที่ผมสามารถปั่นจักรยานตรงไปเวียงกุมกามได้  ผมได้ยินเธอถามว่า “ลุงขายหยัง?” ตอนแรกก็เป็นงง!  แต่พอเข้าใจว่าคำถามนั้นมาจากกระเป๋าดำใบใหญ่ที่เธอรับจากมือผม จึงอธิบายว่านั่นไม่ได้ใส่ของไปขายหรอก แต่เป็นจักรยานพับ ตั้งใจจะใช้ขี่ไปเวียงกุมกาม  เธอให้ความเห็นว่า “บ่าหนักน้อ”

kk-11

ยังไม่ถึงจุดหมาย (1) ที่ผมต้องการจะลง…รถเมล์ก็จอดซะแล้ว ตรงนั้นคือบริเวณหน้าโรงเรียนช่องฟ้าซินเซิงวาณิชบำรุง (2) 

R0011405

เอาเหอะ ไหน ๆ ก็จอดแล้ว…ผมหิ้วกระเป๋าลงจากรถ!

R0011404

จากตรงนี้ก็ขี่จักรยานไปเวียงกุมกามได้ แต่ไกลกว่าเท่านั้น!

Published in: on มีนาคม 17, 2014 at 8:48 pm  ให้ความเห็น  

Travellin’ light ไปพม่า – ถ้าเป็นไปได้

วันนี้ผมนำรายการข้าวของที่นำติดตัวไปท่องโลกครั้งแรกออกมาดู มีแค่ที่เห็นในภาพ…ผมก็ไปได้ถึง ๓ ประเทศ (พม่า บังคลาเทศ และอินเดีย) โดยไม่รู้สึกว่าขาดแคลน!

my_belongings

Air Asia กำหนดให้น้ำหนักสัมภาระพกพา (cabin baggage) ๗ กิโลกรัม คิดว่าเหลือเฟือสำหรับการเดินทางแบบ travellin’ light ของผม…

flight-detail1

เย็นนี้ผมเริ่มลองรวบรวมข้าวของดูแล้ว..

packup1

เสื้อผ้าผมเอาไปไม่มาก เลือกเอาที่มีน้ำหนักเบาและซักแล้วแห้งเร็ว หนักหน่อยก็มีกางเกงยีนส์ที่ใช้สวมขึ้นเครื่อง ๑ ตัว เสื้อกันหนาวยังต้องเอาไป ๑ ตัว เผื่อใส่นอนตอนกลางคืน(ถ้าอากาศหนาวเย็น)  ผมเลือก sweater ตัวบาง ๆ   มีกางเกงขาสั้น ๑ ตัว เสื้อเชิ้ตแขนยาว ๑ ตัว แขนสั้น ๑ ตัว เสื้อจิงโจ้ ๓ ตัว เสื้อยืดคอกลมอีก ๒-๓ ตัว

ผ้าเช็ดตัวขอใช้ผืนใหม่ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่จากโน้ตตัวเล็ก…

travellin'-light-packup

และที่ขาดไม่ได้ก็คือโสร่ง จะได้เอาไปนุ่งอวดคนพม่า รับรองไม่หลุดให้ขายหน้า อิอิ

in_bangladesh

ไปพม่าครั้งนี้จะใช้เวลานานกว่าเพื่อน ทุกทีผมไปแค่อาทิตย์เดียว Travellin’ light ขอเป็น ๒ สัปดาห์  คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับประเทศนี้  กล้องถ่ายรูปมีกล้องคอมแพ็ค ๒ ตัว ตัวหนึ่งเอาไว้สำรอง  ผมไม่อยากให้เกิดปัญหากล้องเสียเหมือนที่เชียงแสนหรือเดียนเบียนฟู   สำหรับ memory รวมแล้วเกือบ 20 GB ซึ่งคิดว่าน่าจะพอ!

ผมขอผูกนาฬิกาไส่โก้ (Seiko) ไปด้วย  เพราะทุกทีต้องดูเวลาจากโทรศัพท์ ทำให้ไม่ค่อยสะดวกในการลงรายละเอียดการเดินทาง ส่วนเครื่องเขียน ผมเลือกใช้ปากกาหมึกซึมด้ามโตกับสมุดบันทึกปกอ่อน ไม่อยากเอา Rotring ไปด้วยเพราะกลัวหาย

ผมไม่ใช้ลูกกลิ้งทาจักแร้ เพราะไม่อยากมีปัญหาเรื่อง LAG ขอใช้สารส้มก้อนเล็ก ๆ แทน!

คัมภีร์นักเดินทางเล่มหนา ๆ หนัก ๆ ก็ไม่เอา โหลดมาใส่โทรศัพท์ไว้เปิดอ่านก็ได้….

DSC08651

หลังจากนำข้าวของมากองรวมกันไว้ ผมรู้สึกดีขึ้นหน่อย แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะได้ travellin’ light ไปพม่า 100 %  ในวันที่ ๓ เมษายน ถ้า no show ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก  ผมก็จะไม่เสียดาย และไม่เสียใจด้วย!

แต่ถ้าเป็นไปได้…ผมก็อยากไป จะได้มีเรื่องและภาพกลับมาเขียนให้เพื่อน ๆ อ่านได้อีกนานหลายเดือน!

Published in: on มีนาคม 16, 2014 at 12:01 am  ให้ความเห็น  

บ้านริมตลิ่งเกสต์เฮ้าส์

DSC09234

วันนี้ถ้าถูกถามว่า “หากได้ไปเชียงของอีกครั้ง จะเลือกพักที่ไหน?” ผมก็สามารถตอบโดยไม่ลังเลได้เลยว่า”บ้านริมตลิ่งเกสต์เฮ้าส์”

DSC09230

เหตุผลที่อยู่เหนือเหตุผลอื่นใด คือ ชอบใจ “คุณมาลีวัลย์” เจ้าของเกสต์เฮ้าส์  เพียงได้เสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยในระยะเวลาสั้น ๆ  ผมก็สัมผัสได้ว่า เธอคือผู้รอบรู้ วิสัยทัศน์ยาวไกล และมีจิตใจห่วงใยสังคม  ที่สำคัญคือ มี “A Helping Hand” ที่จะคอยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนเชียงของ…

DSC09231

เหตุผลรองลงมา คือ บ้านริมตลิ่งมีห้องพักให้เลือก ทั้งแบบห้องเดี่ยว ห้องคู่ ห้องดอร์ม และบังกาโล ราคาก็ไม่แพงด้วย   Dorm bed (ห้องน้ำนอก) คืนละแค่ ๑๐๐ เดียว (ถูกใจ ๆ) 

DSC09221

มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้ และสัญญาณ Free Wifi ก็กระจายเต็มพื้นที่ (ใช้ router 2 ตัว)  

DSC09220

DSC09233

บรรยากาศริมแม่น้ำโขง ร่มรื่นด้วยพรรณไม้…

DSC09195

DSC09196

DSC09197

มีห้องอาหารพร้อม…

DSC09213

DSC09202

DSC09204

DSC09198

ผมกลัวอย่างเดียวคือ บันไดสูง  จะขึ้นจะลงต้องใช้ความระมัดระวัง…

DSC09201

ห้องนอนสะอาด หลับสบายครับ…

DSC09229

DSC09208

DSC09210

วันนี้ขอไม่เขียนอะไรมาก แค่อยากแนะนำที่พักในเมืองเชียงของ สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ๔ ไปเที่ยวลาว เวียดนาม หรือ เมืองจีน พักเที่ยวเมืองเชียงของก่อนสักวันสองวันก็ดีเหมือนกันนะ  เพื่อน ๆ ลงรถแล้วแบกเป้เดินไป “บ้านริมตลิ่ง” ก็ไม่ไกล!  (ดูเส้นสีน้ำเงิน)

CKH-map

เสียดายจัง ผมมารู้จัก “บ้านริมตลิ่ง” ก็เมื่อสิ้นสุดการแอ่วลาวเหนือแล้ว ทริปต่อไปคงจะใช้เส้นทางอื่น!

Published in: on มีนาคม 15, 2014 at 12:10 am  ให้ความเห็น  

คุณนวพล อุ่ยอุทัย ผู้ใจดี


arrival-thai

วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ ผมเดินทางจากเวียงภูคา สปป. ลาว กลับเมืองไทย กว่าจะได้เข้าเมืองเชียงของก็ค่ำแล้ว!  นักเดินทางผู้เหนื่อยล้าจากการ “ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ”  บอกตัวเองว่าคืนนี้ขอนอนพักที่ “บ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์” ให้เต็มอิ่มเสียหน่อย…

พอผมลงจากรถตุ๊ก ๆ ที่หน้าบ้านฝ้ายเกสต์เฮ้าส์  เจ้าของซึ่งผมเรียกว่า “ท่าน ผอ.” ก็รีบตรงเข้ามาบอกว่า “ลุง…บ่มีห้องว่างแล้ว”  ช่วงวันหยุดสิ้นปี นักท่องเที่ยวล้นมาจากตัวเมืองเชียงราย ทำให้ที่พักในเชียงของเต็มหมด ด้วยความเป็นห่วง ท่าน ผอ. บอกให้ตุ๊ก ๆ พาผมไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอาจจะพอมีที่ให้ได้พักพิง แต่ผมบอกว่าไม่เป็นไร ขอเดินหาเองดีกว่า…

ค่ำแล้วนะตอนนั้น ผมแบกเป้ไปตามถนนหนทางที่คุ้นเคย ก้าวเดินแข่งกับเวลามองหาที่พัก สวนทางกับผู้คนขวักไขว่ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและฝรั่ง  ลองแวะเข้าไปถาม ๒-๓ ที่ คำตอบคือ “เต็ม”  โห…คืนนี้จะไม่มีที่ให้ผมซุกหัวนอนเลยหรือเนี่ย?  

เดินจนสุดถนนเลียบโขงแล้วกลับสู่ถนนสายหลัก…ผมย้อนขึ้นไปจนถึงโรงแรม “เชียงของกรีนอินน์เรสซิเดนท์” ซึ่งอยู่ทางด้านขวามือ ใกล้ ๆ กับ 7-11

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

ภาพจากอินเทอร์เน็ต

จำได้ว่าเคยมาเช่าใช้อินเทอร์เน็ต ผมเดินเข้าไปติดต่อขอพักทันที  เต็มอีกแล้ว!  คำตอบจากผู้จัดการหนุ่มทำให้ผิดหวัง แต่ก็ยังรู้สึกดีเมื่อเค้าแนะให้ผมลองเดินไปถามที่ hostel ในซอยตรงข้ามดู ที่นั่นพวกฝรั่ง backpacker นิยมไปพักกัน   ผมกล่าวขอบคุณแล้วเดินแบกเป้ข้ามถนนทันที  เจอที่พักอยู่ข้างใน ฝรั่งเยอะจริง ๆ ด้วย สอบถามดูแล้ว ก็ต้องพบกับความผิดหวังอีกครั้ง!  No Vacancy!!

ผมเดินกลับออกมา ชายผู้เป็นเจ้าของ Green Inn กำลังสาละวนอยู่กับแขกที่มาพัก ถึงกระนั้นก็ยังมีแก่ใจถามไถ่ พอผมบอกว่าเต็มหมดและทำท่าจะเดินจากมา เขาก็บอกว่าให้รอก่อน ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นติดต่อถึงใครคนหนึ่ง เจรจากันแล้วหันมาบอกผมว่าโรงแรมของเพื่อนมีห้องว่างเหลืออยู่ ๑ ห้อง ฝรั่งเพิ่งออกไป ราคาคืนละ ๒๐๐ บาท ห้องน้าอยู่ข้างนอก ได้ยินเแล้วผมดีใจมาก ตกลงใจพักทันที!

จองไว้แล้ว ผมถามว่าโรงแรมอยู่ที่ไหน? จะได้เดินไป  คำตอบจากชายใจดี คือ เดี๋ยวจะพาไปส่ง  โห..ทำไมช่างใจดีเช่นนั้น!!

ผู้จัดการโรงแรมชื่อดังกลางเมืองเชียงของสั่งงานจนแล้วเสร็จ จากนั้นก็คว้าจักรยานยนต์คันเล็ก ๆ ที่จอดอยู่ข้างโรงแรม ติดเครื่องแล้วให้ผมนั่งซ้อนท้าย ขี่ลงถนนเลียบโขง ไปตามเส้นทางที่ได้แสดงไว้ด้วยเส้นเหลือง  สุดถนนแล้วเลี้ยวขึ้นเนินไปหยุดอยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง… 

jaidee-man

ผมเห็นป้ายบอกว่าเป็น “บ้านริมตลิ่งเกสต์เฮ้าส์”  มาส่งผมถึงที่แล้ว ชายผู้เปี่ยมด้วยน้ำใจก็ยังพยายามเรียก “คุณวัลย์” เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ให้อีก…

DSC09191

หมดห่วงแล้ว สามารถจัดการเองได้ ผมยกมือไหว้ผู้ที่ช่วยเหลือด้วยความซาบซึ้ง!  ก่อนจะจากไป…ชายผู้ซึ่งผมทราบชื่อภายหลังว่า “นวพล อุ่ยอุทัย” บอกว่ารู้สึกเห็นใจทุกครั้งที่เจอนักท่องเที่ยวซึ่งหาที่พักไม่ได้!  จริงด้วย…หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากคุณนวพล คืนอันหนาวเหน็บและเมื่อยล้าวันนี้ คงจะเป็นฝันร้ายของผมอย่างแน่นอน!

ผมต้องขอขอบพระคุณคุณนวพล อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเวียงเชียงของ (๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ – ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๕) ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง…

Published in: on มีนาคม 14, 2014 at 8:31 am  ให้ความเห็น  

FB Trip 2 – สันป่าข่อย

ตอนเป็นเด็ก… ผมขี่จักรยานจากบ้านไปเรียนหนังสือ ใช้เส้นทางถนนเจริญเมือง ข้ามสะพานนวรัฐแล้วเลี้ยวซ้ายไปถนนเจริญประเทศ วันไหนที่ต้องการซื้อวัสดุอุปกรณ์เครื่องเขียน ไม่ว่าจะเป็น ปากกาคอแร้ง อินเดียนอิ้งค์ กระดาษซับ เลื่อยฉลุ ไม้อัด ดินน้ำมัน หรือสมุดวาดเขียน…ผมจะแวะซื้อที่ร้าน “พัวเซ่งหลี” ซึ่งอยู่ตรงทางเข้าตลาดสันป่าข่อย

R0011358

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ร้านปิด!!  แหม…ถ้าเปิดผมคงได้แวะเข้าไปทักทาย  จะได้เจอเฮียหมงหรือเปล่าน้า?  แต่น้องชายเฮียหมง(นักเรียนปริ้นส์รอย)คงจะยังอยู่  จำได้ว่าคำถามสุดท้ายที่เคยถามผมคือ “แล้วอ้ายเฮาลอ เป๋นจ่าใดพ่อง?”  

R0011357

บ่าย ๔ โมงเย็น วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๗…. ผมมีโอกาสจูงเจ้า Coyote เข้าไปในตลาดสันป่าข่อย (คงเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต)  เห็นร้าน “สวัสดี” ที่คุณแม่เคยไปซื้อของอยู่เป็นประจำ  ปัจจุบันนี้เลิกกิจการแล้ว!

R0011359

ร้านที่อยู่ตรงข้ามยังคงเปิดขายอยู่ แต่เปลี่ยนจากของชำไปเป็นสังฆภัณฑ์…

R0011360

ตัวตลาดก็เปลี่ยนไปเยอะ…

R0011361

R0011362

R0011363

ผมพาเจ้า Coyote ออกทางประตูด้านวัดสันป่าข่อย…

R0011364

ถ่ายภาพไว้ซะหน่อย เดี๋ยวเพื่อน ๆ จะไม่เชื่อ…

R0011366

R0011365

ค่ายกาวิละก็ยังคงไม่ไปไหน…

R0011367

ผมขี่จักรยานไปทางวัดท่าสะต๋อย ทะลุออกถนนเชียงใหม่-ลำพูน…

R0011370

หยุดถ่ายภาพตรงสะพานลำเหมืองพญาคำไว้ ๑ บาน เท่ห์ ๆ….

R0011369

ผมหยุดสงบใจ…มองเข้าไปในสุสานคริสตจักรเด่นดำรงธรรม

R0011372

คิดถึง “เทียนชัย นามเทพ” จำได้ว่า “อ้ายแน่น” ฝากร่างไว้ที่นี่ ส่วนวิญญาณไปอยู่สรวงสวรรค์…

R0011371

ปั่นต่อแล้วเลี้ยวซ้าย ผมผ่านสุสานร่วมมิตรคริสเตียน…

R0011374

R0011373

จิตใจคลายทุกข์ รู้ตัวว่าฉากสุดท้ายอยู่ไม่ไกล อีกไม่นานผมจะตามทุกท่านไป!

Published in: on มีนาคม 13, 2014 at 12:12 am  ให้ความเห็น  

FB Trip 2 – คืนถิ่น

R0011343

เห็นสถานีรถไฟเชียงใหม่มาตั้งแต่เด็ก ผมย้ายที่อยู่อย่างถาวรจากอำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี ไปตั้งต้นการเป็นจาวเจียงใหม่ที่ร้านกาแฟ “ไทยประเสริฐ” ซึ่งอยู่ติดกับลาน รสพ. ตรงข้ามโรงแรมรถไฟ  ห่างจากสถานีรถไฟเชียงใหม่เพียง ๒-๓๐๐ เมตร!  ดังนั้น FB Trip ครั้งนี้จึงถือได้ว่าเป็นการ”คืนถิ่น”ของผม….

R0011341

ภาพหน้าสถานีเปลี่ยนไปเยอะจากที่ผมเคยมาวิ่งเล่น ขณะที่วางกระเป๋าจักรยานลงเพื่อถ่ายภาพ ได้ยินสารถีรถสองแถวพูดว่า “มีรถถีบมาตวย!”

R0011342

จากนั้นผมก็นำมันไปวางข้างม้ายาว เพื่อนำเจ้า Coyote ออกมา unfold…

R0011345

บันทึกภาพเป็นที่ระลึกไว้หน่อย โอกาสอย่างนี้คงหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้!

R0011346

สิ่งที่ยังคงยืนยง คือ ถังเก็บน้ำสีดำ ผมซูมสุด ๆ เพื่อจับภาพในระยะไกล…

R0011347

ตัดสินใจขี่จักรยานไปตามถนนเจริญเมืองเพื่อฟื้นความหลัง ผมหยุดถ่ายภาพบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของร้านกาแฟไทยประเสริฐ บ้านที่เคยอยู่มาตั้งแต่เป็นนักเรียนประถม ๓

R0011348

เปลี่ยนไปเกือบหมด ถ้าจะยังคงอยู่ให้เห็นก็น่าจะเป็นบ้านป้าศรี(ขายหมากพลู) แม่ของครูรุณสอนหนังสือโรงเรียนปริ้นส์รอย…

R0011349

R0011351

R0011350

แล้วก็ตึก ๔ คูหาของยายฮ่อซึ่งเคยเป็นร้านขายของชำ

R0011352

ติดกับที่ทำการไปรษณีย์…

R0011353

เลยไปอีกหน่อยเป็นปั้มน้ำมันตราหอย….

R0011354

ผมมองหาจุดที่เคยเป็นโรงหนังชินทัศนีย์ ที่อยู่ของทักษิณ ชินวัตร…

R0011355

อยู่ตรงไหนหว่า? ผมเป็นงง  แต่ก็หลับตาเห็นภาพห้องนอนของทักษิณ ที่เคยไปซ้อมดนตรีอยู่ในนั้น!

R0011356

เกือบ ๕ ทศวรรษแล้วนะ  วันอาทิตย์ที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๐ ผมบันทึกว่า “ตอนเช้าทำความสะอาดร้านนอก (ร้านกาแฟที่ถนนเจริญเมือง)  แล้วไปขอยืมแอมป์ Fender จากทักษิณ….”

จำได้ว่าวันนั้นผมเดินแบกแอมป์กีต้าร์จากโรงหนังชินทัศนีย์ไปบ้าน…

Published in: on มีนาคม 12, 2014 at 9:18 am  ให้ความเห็น  

FB Trip 2 – 96.5 กิโลเมตรสู่นครเชียงใหม่

R0011314

ที่สถานีรถไฟห้างฉัตรใช้เวลาจอดไม่ถึงนาที พอผู้โดยสารซึ่งมีอยู่คนเดียวหิ้วกระเป๋าสีดำใบใหญ่ขึ้นรถได้ รถดีเซลรางขบวน 407 ก็เคลื่อนตัวต่อไป… 

บนขบวนรถไฟคนจนมีที่นั่งว่างเหลือเฟือ ผมวางกระเป๋าเจ้า Coyote ไว้ใกล้ประตู  ยึดเอาม้านั่งยาวเป็นที่เหยียดกาย….

R0011312

R0011315

ออกจากสถานีห้างฉัตร เจ้าม้าเหล็กควบไปได้อีก ๖ กิโลเมตรก็ถึงสถานีปางม่วง…

R0011316

เห็นใบไม้แห้งร่วงหล่นที่ห้วยเรียน…

R0011317

R0011318

พอถึงสถานีแม่ตานน้อย ผมคาดว่าอีกไม่นานรถคงจะเข้าถ้ำ…

R0011319

แน่ใจยิ่งขึ้น…เมื่อเห็นหลอดไฟเหนือหัวเปิดสว่าง!

R0011320

แล้วรถก็วิ่งเข้าอุโมงค์ขุนตานซึ่งมีความยาว ๑,๓๕๒.๑๐ เมตร  ผมคิดถึงตอนเป็นเด็ก ถ้าได้นั่งรถไฟลอดถ้ำขุนตานทีไรเป็นต้องตื่นเต้นทุกที เคยคิดว่าท่ามกลางความมืดอาจจะมีใบหน้าของปีศาจโผล่ออกมาให้เห็น  แต่มาถึงวันนี้ ผมไม่รู้สึกใด ๆ เลย!

R0011321

รถจอดที่สถานีขุนตาน  มีแม่ค้าขึ้นมาขายของบนรถ  ผมซื้อแตงโมกิน  (๒๐ บาท มี ๓ ชื้น)

R0011322

เก็บภาพข้างทางมาฝากเพือน ๆ ด้วย…

R0011324

R0011325

R0011327

R0011332

พอรถออกจากสถานี “สารภี” ผมก็รู้ว่าสถานีปลายทางรออยู่ข้างหน้าแล้ว…

R0011333

บนเส้นทาง ๙ กิโลเมตร…เจ้าม้าเหล็กเร่งฝีจักรเร็วขึ้นกว่าเดิม เปรียบเหมือนอาชาที่ควบผ่านโค้งสุดท้ายมาแล้ว…กำลังวิ่งเข้าเส้นชัย ผมเห็นแหม่มผอมกับแหม่มตุ้ยนุ้ยซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลขยับตัวเตรียมลง  อืมมมม์…เป็นนักเดินทางที่ศีกษาเส้นทางมาเป็นอย่างดี  ต่างกับลุงน้ำชาผู้ไม่ค่อยใส่ใจในข้อมูลสักเท่าใด ในใจได้แต่คิดว่า “ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง”

R0011334

ลงจากรถแล้ว ผมนำกระเป๋าใส่จักรยานไปวางไว้ข้างม้าหิน…

R0011339

หันกลับไปบันทึกภาพชีวิตของนักเดินทางตัวจริงไว้อีกบาน…

R0011337

ยังไม่อยากนำเจ้า Coyote ออกมาตอนนี้  ผมยกสายกระเป๋าขึ้นพาดบ่า กระชับเจ้า Coyote ให้อยู่แนบกายก่อนที่จะก้าวเดินตามผู้โดยสารอื่น ๆ ออกไป!

R0011338

ในที่สุด ผมก็ได้ไปยืนอยู่หน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่….

R0011340

ได้พาเจ้า Coyote นั่งรถไฟ ๙๖.๕ กิโลเมตรมาถึงนครเชียงใหม่แล้ว!

Published in: on มีนาคม 11, 2014 at 1:00 am  ให้ความเห็น  

FB Trip 2 – ที่สถานีรถไฟห้างฉัตร

2-railway-station

วันอาทิตย์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๗ ผมพาเจ้า Coyote (จักรยานพับ) ออกจากบ้าน (H) ริมถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-เชียงใหม่ ขี่ไปตามเส้นทาง 1039  เลี้ยวขวาตรงสี่แยกไฟแดง แล้วปั่นไปจนถึงปากทางเข้า “บ้านสถานี” (1)

R0011284

คุ้นเคยกับเส้นทางไปสถานีรถไฟห้างฉัตรบ้างแล้ว ผมปั่นจักรยานไปตามถนนราดยางสงบเงียบ ผ่านสุสานสาธารณะซึ่งอยู่ด้านขวามือ แว๊บนึงที่คิดว่าตรงนั้นเหมาะดีสำหรับขจัดร่างกายที่่ไร้วิญญาณ ทางด้านซ้ายผมเห็นโรงบ่มใบยา อดคิดถึงชีวิตวัยเด็กสมัยอยู่ถนนทุ่งโฮเต็ลไม่ได้ ที่นั่นมีทั้ง “โฮงบ่ม” และ”โฮงร่ม”

ทริปจักรยานพับครั้งที่ ๒  ของผมเริ่มต้นอย่างราบเรียบรื่นรมย์  ถึงสถานีรถไฟห้างฉัตรเวลาประมาณ ๑๒.๑๕ น.  ผมเข้าไปชะโงกหน้าดูที่ช่องจำหน่ายตั๋ว…

R0011286

เห็นเจ้าหน้าที่รถไฟอยู่ข้างใน ผมส่งเสียงสวัสดี แล้วบอกว่าอยากเดินทางไปเชียงใหม่  มีรถไฟ ๒ ขบวนจอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีห้างฉัตร เป็นรถดีเซลราง ขบวน 408 (เที่ยวล่องจากเชียงใหม่ไปนครสวรรค์)  และขบวน 407 (เที่ยวขึ้นจากนครสวรรค์ไปเชียงใหม่)  ขบวน 407 นี่แหละที่จะพาผมและเจ้า Coyote ไปเชียงใหม่…

R0011293

เจ้าหน้าโผล่หน้าออกมาที่ช่องจำหน่ายตั๋ว แล้วบอกผมว่า “บ่ายโมงค่อยมารับตั๋วฟรี”….

R0011292

พอเห็นจักรยานจอดอยู่ข้างหน้าก็พูดว่า “มีจักรยานด้วย!”  ผมรีบบอกว่าถ้าพับใส่กระเป๋าก็จะเหลือนิดเดียว…

R0011285

พับแล้วนำใส่ลงกระเป๋า ผมนำไปวางไว้หน้าสถานี….

R0011291

มองขึ้นเหนือ ผมเห็นเส้นทางไปเชียงใหม่…

R0011290

มองลงใต้… วาดภาพเห็นหัวรถจักรที่วิ่งมาจากสถานีนครลำปาง

R0011307

R0011305

ระหว่างรอรับตั๋วโดยสาร ผมเดินชมรอบ ๆ สถานี พบห้องน้ำสะอาดสะดุดตา…

R0011300

ม้าหินและโรงเก็บรถสีโทนเดียวกัน…

R0011304

R0011308

จวนบ่ายโมง… ผมไปนั่งอยู่หน้าช่องจำหน่ายตั๋ว  เจ้าหน้าที่หนุ่มถามว่า “ลุง…ไปลงไหน?”  พอรู้ว่าผมจะไปลงเชียงใหม่ ก็หันไปคีย์ข้อมูลลงบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ แล้วสั่งพิมพ์ตั๋วโดยสารเสียงดัง “แกร๊ก ๆ”  แล้วนำมายื่นให้  พร้อมกับบอกว่า “รถเพิ่งออกจากแม่ทะ คงต้องอีกสัก ๒๐ นาที”  ผมยื่นบัตรประชาชนให้ แต่เค้าไม่ได้รับไปดู  ป้ายข้างหน้าบอกว่า “ขึ้นรถไฟฟรี ต้องมีตั๋วโดยสาร”

R0011306

ผมย้ายกระเป๋าจักรยานไปวางไว้ที่ชานชาลา เสียงเคาะระฆังบอกให้รู้ว่าอีกไม่นานก็จะได้เดินทางไปเชียงใหม่…

R0011310

๑๓.๓๐ น…. รถไฟหรือที่คนลาวเรียกว่า “ห้องแถวไหล” ก็เลื้อยเข้ามาจอดรับผู้โดยสารซึ่งมีอยู่เพียงคนเดียว!

Published in: on มีนาคม 10, 2014 at 3:19 pm  ให้ความเห็น  

3BB vs TOT

เพื่อน ๆ ที่รักครับ…

ลุงน้ำชาหายหน้าไปอาทิตย์กว่า ๆ เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตใช้การไม่ได้  ที่บ้านใช้ของ TOT ที่ผมจัดให้เป็นผู้บริการที่แย่ที่สุดในบรรดาทั้งหมดที่ผมเคยใช้มา ไม่ว่าจะเป็น CAT ที่เคยว่าแย่… แต่ TOT กลับแย่กว่า!  มันช้าจนอัพโหลดรูปภาพลงบล็อกได้บ้างไม่ได้บ้าง ผมต้องจ่ายเดือนละ ๕๙๐ บาท (ยังไม่รวม Vat อีก 7%) ด้วยความจำใจมาโดยตลอด!

tot

วันหนึ่งโทรศัพท์ก็เสีย แล้วสัญญาณเน็ตก็หายไป  ตั้งแต่นั้น…ผมเข้าเว็บไม่ได้  ไม่สามารถเขียนบล็อก หรือเปิดดูข่าว   โทรไปแจ้งให้ TOT  ผ่านมาได้หลายวัน…ผมก็ยังไม่เห็นมาทำการแก้ไข!

จึงอยากจะบอกไว้ ณ ที่นี้ว่า ถ้าท่านคิดจะใช้บริการของ TOT  ก็น่าจะใคร่ครวญให้ดี ๆ  เนื่องจากการทำสัญญาแล้วต้องทนใช้บริการที่ไม่ดีตามที่คุยไว้ถึง ๑๒ เดือนเต็ม เป็นเรื่องที่ชวนให้ประสาทเสียได้!

ขณะเขียนบล็อกในวันนี้ ผมมีอินเทอร์เน็ตใช้แล้วครับ  แต่ไม่ใช่ของ TOT  ผมต้องหาวิธีเอาเองด้วยวิชาช่างเหอะ… ดูด wifi รายเดือน ๆ ละ ๙๙ บาทของ 3ฺฺBB มาใช้  โดยลงทุนซื้ออุปกรณ์มาเพิ่ม คือ Wireless PCle Adapter ยี่ห้อ SMC

SMC

เจ้าตัวนี้จะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมสามารถรับสัญญาณ wifi ได้….

SMC1

หมดตังค์ไป ๓๓๐ บาท ทำให้สามารถรับ wifi ของ 3ฺฺฺBB ได้  แต่สัญญาณยังไม่แรงสำหรับการใช้งานอย่างราบรื่น ผมจึงต้องประมูลซื้อเสาอากาศ wifi มาอีก ๑ ตัว  (ราคา ๕๕๐ บาท)

DSC09509

มันคือตัวดูด wifi ที่คุ้มค่ากับการลงทุน…

DSC09522

จากความแรงของสัญญาณ “แย่” ก็กลายเป็น “ดีเยี่ยม”…

Screenshot---9_3_2014-,-16_

ทดสอบความเร็วมาให้เพื่อน ๆ ดูหน่อย ได้ 9.43 Mbps…

SPEED1

ใช้เน็ต 10 Mb เดือนละ 99 บาทของ 3BB ผมทดลองอัพโหลดรูปลงบล็อกแล้ว เร็วกว่าตอนที่ใช้เน็ตเดือนละ 590 บาทของ TOT เยอะเลย…

จากนี้ไปก็มาเขียนบล็อกให้เพื่อน ๆ อ่านได้เหมือนเดิมแล้วคร้บ…

Published in: on มีนาคม 9, 2014 at 11:28 pm  ให้ความเห็น  

ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ – สรุปค่าใช้จ่าย

การเดินทาง “ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ” ของผมเริ่มต้นที่สถานีขนส่งเชียงใหม่ เช้าวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ และสิ้นสุดเมื่อเดินทางกลับสู่สถานีขนส่งเชียงใหม่อีกครั้ง วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม รวมระยะเวลาของการแบกเป้ท่องโลกได้ ๘ วันเต็ม 

ผมใช้เวลาเกือบ ๒ เดือนเขียนเล่าให้เพื่อน ๆ อ่านในบล็อก “ฟังลุงน้ำชาคุย”  และจบลงตรงที่ได้กลับมาสู่ไออุ่นบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้งเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๖

วันนี้ผมขอสรุปค่าใช้จ่ายในการ “ฝ่าลมหนาวแอ่วลาวเหนือ” เพื่อให้เรื่องนี้สมบูรณ์   ค่าใช้จ่ายนั้นคิดรวมหมด ตั้งแต่ค่ารถ ค่าที่พัก ค่าอาหารน้ำดื่ม ค่าเช้าชมพิพิธภัณฑ์ ค่าเช่าจักรยาน ค่าไปรษณียบัตร และค่าเข้าห้องน้ำ อิอิ

ท่องโลก ๘ วัน… ผมได้เยือนหลวงน้ำทา เมืองสิง เมืองลอง เวียงภูคา นอนเชียงของ ๒ คืน และยังมีโอกาสได้แวะชมเมืองและเที่ยวงานดอกไม้บานที่เชียงรายก่อนกลับสู่เชียงใหม่  ค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น คือ ๓,๓๔๓ บาท เป็นค่าที่พัก ๑,๒๘๐ บาท (37%) ค่ารถ ๑,๖๘๙ บาท (50%) ค่าอาหารและอื่น ๆ ๔๒๔ บาท (13%)

เฉลี่ยแล้วตกวันละ ๔๑๘ บาทครับ!

Published in: on กุมภาพันธ์ 28, 2014 at 10:39 pm  ให้ความเห็น  
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 193 other followers