ร้านคำ ตลาดดาวเรือง

หมวดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ “ตลาดดาวเรือง” เมืองปากเซ  มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมาย…

ซื้อผ้าไปตัดเย็บเองก็ได้ครับ…

หรือจะซื้อทองไปเป็นสินสอด ก็มาที่ร้านทองนางแอ…

นาฬิกาเรือนทองก็มีจ้า….

ดูเหมือนว่าอาจารย์หมูก็เล็งไว้แล้วว่าจัดงานดองของตัวเอง… คงต้องมาซื้อคำที่ร้านนี้

เตรียมตังค์ไว้หลาย ๆ ล้าน (กีบ) เด้อ… พ่อใหญ่!

Advertisements

Let’s eat like a local

อาจารย์กู้เกียรติ (KK) เคยสงสัยว่าเงินเดือนครูลาวก็น้อยนิดเมื่อเทียบกับครูไทย ในขณะที่ข้าวผัดกะเพราไข่ดาวจานละ ๑๒๐ บาท ไปถามคนลาวแล้วเค้าบอกว่ามันเป็นอาหารสำหรับขายนักท่องเที่ยว ชาวบ้านไม่ซื้อกินกันหรอก!

ให้อยู่ได้นาน ๆ ผมขอแนะนำให้กินแบบที่ชาวบ้านเค้ากินกันนะ ตลาดสดไม่ว่าจะเป็นตลาดเช้าหรือเย็น เป็นแหล่งหาเสบียงที่ผมต้องถามถึงทุกครั้งเมื่อเดินทางไปถึง อาจารย์หมูก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งรู้วิธีกินแบบชาวบ้าน

ที่ตลาดสดดาวเรืองเมืองปากเซ มีของอร่อยให้เลือกซื้อมากมายหลายอย่าง มีแบ้งค์ย่อย (๕ พันกีบ) ไว้ในมือซัก ๓-๔ ใบ เดินหาซื้อของที่อยากกิน แค่นั้นก็อิ่มแล้ว….

อาหารอย่างเนี้ยไม่อยู่ในสายตาของผม แต่หลายคนอาจชอบ…

นี่ครับที่ผมกินได้…

ของทอดกินมากไม่ดี แต่นาน ๆ ครั้ง ช่วงเดินทางก็ไม่เป็นไร…

ข้าวเหนียวสังขยา ขนมเปียกปูน

หรือจะเป็นข้าวจี่…

ใส่ถาดโฟมก็มี ดูคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวหลอดบ้านเรา?

ซื้อกินอย่างเนี้ยไม่แพงหรอก…

มาดูรายการอาหารร้านนางกุกกันหน่อย ขนมจีนน้ำยา (ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว)  ๖๐ – ๘๐ บาท

ผมซื้อขนมจีนน้ำยา ๑ ชุด จากแม่ค้าทั่วไปในตลาด ราคาแค่ ๕ พัน (๒๐ บาท) เอง! 

เที่ยวตลาดดาวเรือง

การบริหารจัดการรูปภาพ ๔ พันบานที่ได้มาจาก FB Trip ครั้งล่าสุดเป็นเรื่องที่ลำบากไม่น้อยสำหรับผม เกรงว่าจะสูญหาย วันนี้จึงต้องขอนำภาพตลาดดาวเรือง เมืองปากเซ มานำเสนอก่อนนะครับ!

ก่อนที่จะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยว “ตลาดลาว” ก็อยากจะให้เพื่อน ๆ ได้เห็นรูป “ตลาดแขก” ภาพชุดแรกที่ผมเริ่มโพสต์ลงใน cyber world เป็นภาพตลาดริมทาง ณ หมู่บ้านเล็ก ๆ ในบังกลาเทศที่ได้บันทึกไว้ด้วยกล้องฟิล์มเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน

ดูดิ…มะระขี้นกลูกใหญ่กว่าบ้านเราอีก!!

จำไม่ได้แล้วว่าตั้งแต่เขียนบล็อก exploring the world มีภาพตลาดที่ผมนำมาโพสต์อยู่มากแค่ไหน (คงพอ ๆ กับรูปห้องน้ำในโรงแรมและโฮสเทลนั่นแหละ) ทุกครั้งที่นำภาพเหล่านั้นกลับมาดู ผมก็แอบยิ้มได้เสมอ เมื่อรำลึกได้ถึงแต่ละก้าวของการเดินทาง อย่างเช่น ภาพตลาดที่เมืองพินอูลวิน ประเทศเมียนมาร์…

เมืองนี้อากาศดีดินดี ดอกไม้และผลไม้เมืองหนาวมีชาวบ้านนำมาวางขาย ดอกใหญ่ ๆ ลูกโต ๆ ผมซื้อกินแล้วไม่ผิดหวัง

อย่างนี้ก็ภาพถ่ายที่ “ตลาดดงซวน” ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในฮานอย…

ผมได้เข้าไปเดินเที่ยวมาหมด…

หรือถ้ามองย้อนกลับมาลาว ผมเห็นภาพตัวเองเดินฝ่าความหนาวเย็นไปซื้อของในตลาดสดเวียงภูคา…

ภาพอย่างเนี้ยเห็นจนชินตาในตลาดเมืองลาว…

วันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ อาจารย์หมูและคุณเกศขับรถพาผมออกจากที่พัก “ด้วยรักจำปาสัก” แต่เช้ามืด ไปเยี่ยมไข้ที่โรงพยาบาลปากเซ แล้วถือโอกาสพาไปเที่ยว “ตลาดดาวเรือง” ตลาดใหญ่สุดในเมืองปากเซ…

เข้าไปเดินเที่ยวด้วยกันเลย ขอต้อนรับเพื่อน ๆ ก่อนด้วยดอกไม้สวย…

ก็เหมือนที่พินอูลวิน ผมเห็นคนสวย ดอกไม้สวย และผลไม้สดน่ากิน…

ลำไยก็มีเด้อ…

เห็นลำไยแล้วคิดถึงแม่จัน!

ปฏิมากรเหนือนครปากเซ

ฝรั่งใช้คำว่า Giant Golden Buddha เขียนถึงพระพุทธรูปทำด้วยทองคำแท้หนัก ๕.๕ ตันที่วัดไตรมิตร รวมทั้งพระพุทธรูปปูนทาสีทององค์ใหญ่ตั้งตะหง่านอยู่บนยอดพูเสลา…

ปฏิมากรองค์นี้นับว่าเป็น landmark ที่เห็นได้ชัดที่สุดของเมืองปากเซ ขึ้นไปถึงข้างบนแล้ว ทุกคนก็จะต้องเดินอ้อมลงไปยังลานเบื้องหน้าเพื่อดูให้ประจักษ์…

ผ่านด้านข้าง ผมเห็นรอยร้าวที่ใกล้หัวเข่า (ข้างเดียวกับที่ผมกำลังได้รับผลกรรมจากอุบัติเหตุรถล้ม)

มายืนต่อหน้าพระพักตร์ อยากจะทูลขอความยุติธรรมและสันติสุขในแผ่นดินไทย…

นอกจากพระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้ว ยังมีองค์เล็กประดิษฐานเรียงรายไปจนถึงมณฑปที่กำลังก่อสร้าง…

ทำบุญสร้างพระลดละกิเลสได้จริงหรือ?

สัญลักษณ์แห่งเมตตาธรรมถูกสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่หิริโอตตัปปะของชนทุกชาติทุกภาษาหาได้ลดน้อยถอยลง… 

วัดพูเสลา ปากเซ

ที่ “วัดพูเสลา” นอกจากพระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้ว ยังมีพระพุทธรูปองค์เล็กประดิษฐานเรียงรายกันอยู่จำนวนมาก…

กำลังก่อสร้างมณฑปที่ไหว้รูปเหมือนพระครูอะนาวิโร บุนทอง วิปะไซย์ (พระอาจารย์ ซาโงน)….

ช่างขึ้นไปเอนหลังอยู่บนนั้นได้ยังไง? ไม่กลัวตก

วิหารงดงามยิ่ง…

ข้างในวิหารประดิษฐานพระประธานแก้วมรกต มีแสงสว่างอยู่ภายในองค์พระปฏิมา…

ผมเคาะระฆัง ๓ ครั้งก่อนลาจาก…

เมื่อนกตัวน้อยมองเมืองปากเซ

ชายรูปหล่อสวมกางเกงสีแดงสด มีผ้าขาวม้าพันคอ กำลังชี้มือไปยังสะพานมิตรภาพลาว-ญี่ปุ่น และเมืองปากเซที่เห็นอยู่เบื้องล่าง เขาผู้นี้คือ อ.หมู มือกีต้าร์ผู้หลบแสงสีในกรุงเทพมหานครไปซุ่มซ่อนอยู่ที่เมืองจำปาสักได้หลายเดือนแล้ว….

ผู้ที่ขึ้นไปบนพูเสลา นอกจากจะได้เยือนวัดสวยประดิษฐานพระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่แล้ว ยังจะได้เห็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงและเมืองปากเซในลักษณะ Bird’s-eye view  ใครไปเที่ยวเมืองปากเซก็ต้องพยายามตะเกียกตะกายขึ้นไปถึงที่นั่นให้ได้…

วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ อาจารย์หมูขับรถพาผมขึ้นไปยังวัดพูเสลา…

จากทางหลวง 16W เลี้ยวเข้าไป ทางด้านซ้ายมือผมเห็นบันไดขึ้นสูงชันที่สามารถเดินขึ้นไปถึงวัดได้ ถ้าไปคนเดียวผมคงเลือกทางนี้ แต่อาจารย์หมูขับรถอ้อมเขาขึ้นไป (ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร) ถึงลานจอดรถที่อยู่ข้างบน…

เวลา ๔ โมงเย็นแสงเหลือไม่มากแล้ว  ต้องแข่งกับเวลาและแบตเตอรี่กล้องที่กำลังจะหมด…ผมรีบเก็บภาพเมืองปากเซที่เห็นอยู่เบื้องล่างทันที

นำมาฝากเพื่อน ๆ แล้วนะครับ…

วัดป่าจันทรังสี จำปาสัก

จากทางหลวงที่จะไปยังวัดพู เข้าไปตามถนนปนฝุ่น (dirt road)  ซึ่งการท่องเที่ยวแขวงจำปาสักโปรโมรทให้เป็น Rice Field Trail ประมาณ ๑.๓ กิโลเมตร ผมเห็นทางเข้า “วัดป่าจันทรังสี” อยู่ทางด้านขวามือ…

ปากทางเข้ามีซุ้มประตูเรียบง่ายแต่สวยงามตั้งอยู่…

เชิญครับ! เชิญเลี้ยวขวาเข้าไปเที่ยว…

ต้องเข้าไปอีก…

ถึงแล้วครับ…

มีอาคารตั้งอยู่ด้านขวามือ…

ยังสร้างไม่เสร็จ บานหน้าต่างยังไม่มี…

ที่อยู่ด้านซ้ายนั่นคงเป็นวิหารหลวง มีจานรับสัญญาณดาวเทียมด้วย ผมได้ยินเสียงเพลงยุคใหม่เปิดดังลั่น ไม่มีสภาพความเงียบสงบของวัดป่าให้เห็น…

ผมไม่มีเวลาพอที่จะเข้าไปใกล้เพราะเริ่มมืดแล้ว ได้แต่ซูมเก็บภาพบันไดนาคเอาไว้…

ปั่นจักรยานกลับออกมา เก็บภาพซุ้มประตูจากด้านหลังไว้อีก ๑ บาน…

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน…

ลาก่อน “วัดป่าจันทรังสี” วัดที่เปิดเพลงดังลั่น!