FB Trip ไปเชียงใหม่ – ครั้งต่อไป

วันอาทิตย์นี้ผมจะไปเชียงใหม่อีกครั้ง เป็น FB Trip เหมือนเดิม คือพาเจ้า Banian นั่งรถไฟฟรีขบวน 407 จากสถานีห้างฉัตรไปเชียงใหม่…

วันนี้จองที่พักสำหรับคืนวันที่ ๒๖ และ ๒๗ ไว้แล้วครับ ผมทำตามที่เคยบอกว่าจะเปลี่ยนที่พักไปเรื่อย ๆ เพื่อนำประสบการณ์มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง คราวนี้ผมจองไว้ที่ Cloud Residence ๑๑/๑๓ ถนนทิพย์เนตร…

เท่าที่ผมเดินทางมา ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเชียงใหม่จะมีที่พักราคาถูกที่สุด คือ dorm bed แค่คืนละร้อยเดียว ยิ่งจองผมก็ยิ่งได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ The Siri House จนถึง Cloud Residence แห่งนี้  เท่าที่ได้ศึกษาข้อมูลล่วงหน้าดูเหมือนว่าห้องดอร์มที่จะไปพักเนี่ยเป็นห้องปรับอากาศซะด้วย!

แถมยังใกล้โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่เข้าไปอีก จากที่พัก (1) ผมแค่ปั่นจักรยานออกถนนช่างหล่อ เลี้ยวขวาเข้าถนนอารักษ์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุเทพแล้วขี่ตรงไป การขับขี่ก็ง่ายมากเพราะ one way ชิดซ้ายไปตลอด ระยะทาง ๒.๓ กิโลเมตรถึงแล้วจุดหมาย (2)  แล้ว  วันอาทิตย์นี้คงได้ลองปั่นตามเส้นทางที่ว่า อาจจะได้นอนห้องแอร์ด้วย แล้วจะนำมาเล่าให้ฟังนะ

พัก ๒ คืน…ผมตั้งใจไว้ว่าเช้าวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๐ ก็จะไปเยี่ยมพี่จ๋าอีก ก่อนที่จะปั่นกลับมา Cloud Residence เพื่อเช็คเอ้าท์เวลา ๑๑.๐๐ น. ครั้งนี้ไม่ได้วางแผนว่าจะไปขึ้นรถไฟฟรีขบวน 408 เดินทางกลับห้างฉัตร ผมอยากจะเปลี่ยนเส้นทาง คือปั่นออกทางหลวงหมายเลข 108 ไปไกล ๓๘.๔ กิโลเมตร ถึงตำบลฉางข้าวน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อเยี่ยมสหายเก่าซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงอยู่ที่นั่น (3)

ไม่ต้องบอก เพื่อน ๆ ก็รู้ว่าอำเภอป่าซางนั้นมีที่ให้ปั่นจักรยานเที่ยวมากมาย แต่ผมคงอยู่นานไม่ได้ วันพฤหัสต้องปั่นจักรยาน ๑๐ กว่ากิโลเมตรไปสถานีขนส่งลำพูน (4) เพื่อขึ้นรถเมล์เขียวกลับบ้านห้างฉัตร

ข้อมูลใหม่ – จะปั่นจากป่าซางไปขึ้นรถไฟที่สถานีหนองหล่มก็ไม่เลวนะครับ ไม่เกิน ๒๐ กิโลเมตร…

ทีแรกว่าจะยังไม่ไป แต่อดเป็นห่วงพี่จ๋าไม่ได้!

FB Trip ไปเชียงใหม่ – ที่พักใกล้โรงพยาบาล

ช่วงวันที่ ๒๓ – ๒๖ มกราคม ๒๕๖๐ เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางไปเยี่ยมพี่จ๋าที่โรงพยาบาลประสาท เชียงใหม่ ผมวางแผนไว้ว่าจะปั่นจักรยานจากบ้านไปขึ้นรถไฟฟรีขบวน 407 ที่สถานีห้างฉัตร…

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การหาที่พักที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ จาก booking.com ผมพบว่ามีที่พัก dorm bed ราคาคืนละ ๑๐๐ บาทอยู่หลายแห่ง แต่ที่ใกล้ที่สุดเห็นจะเป็น The Siri House บนถนนอินทวโรรส ผมจองเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าก่อนการเดินทางตั้ง ๕ วัน…

เมื่อวันเดินทางมาถึง ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ปั่นจักรยานจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ (1) ระยะทาง ๔.๕ กิโลเมตรไปถึง “เดอะ ศิริ เฮ้าส์” (2)…

ที่พักติดถนนอยู่ไม่ไกลจากสี่แยกวัดพระสิงห์ ผมเห็นป้ายตัวใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ…

เช็คอินกับพนักงานสาว ผมจ่ายเงิน ๓๐๐ บาท + ค่ามัดจำอีก ๑๐๐ บาท (แจ้งว่าจะคืนให้ตอนเช็คเอ้าท์) รับผ้าปูที่นอนปลอกหมอน และผ้าห่ม แล้วเดินขึ้นไปหาเตียงนอนเอาเองที่ชั้น ๓

ใส่ปลอกหมอนและปูที่นอนให้เรียบร้อยก่อนออกไปโรงพยาบาล…

มีโรงรถอยู่ข้างอาคาร สามารถเก็บจักรยานโดยล่ามไว้กับเสาเหล็ก…

รีบปั่นไปโรงพยาบาลประสาทระยะทางประมาณ ๒.๒ กิโลเมตร เป็นการเดินทางครั้งแรก ผมต้องค้นหาวิธีที่ปลอดภัยและรวดเร็ว…

ไปอีกครั้งก็ยังพัก The Siri House แต่พอครั้งที่ ๓ ผมก็เปลี่ยนไปพักที่ The Kozy House ไกลขึ้นอีกไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร…

ครั้งที่ ๔ ลองนอนที่โรงพยาบาล ๑ คืน ส่วนครั้งที่ ๕ (ล่าสุด) ผมพักที่ The Dorm Chiang Mai ปั่นไปโรงพยาบาลระยะทางก็พอ ๆ กับปั่นจาก The Kozy House

ช่วงหลัง ๆ ผมเริ่มชำนาญทางและคุ้นเคยกับการขี่จักรยานในตัวเมืองเชียงใหม่  ไม่ว่าจากที่ไหน…ผมปั่นไปโรงพยาบาลประสาทได้ค่อนข้างคล่องตัว ไม่งก ๆ เงิ่น ๆ ครั้งล่าสุดจากโรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่ไปสถานีรถไฟก็ใช้เวลาแค่ ๒๐ นาที!!

ยังไม่รู้ว่าครั้งต่อไป ผมจะพักที่ไหนดี?

FB Trip ไปเชียงใหม่ – วัดหมื่นล้าน

จากวัดผ้าขาว ผมปั่นจักรยานประมาณ ๔๐๐ เมตรถึงวัดหมื่นล้าน!

เป็นวัดบนถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง เชียงใหม่ สมัยเป็นหนุ่มได้แต่ขี่รถผ่านไปผ่านมา…ไม่เคยแวะ ผมปล่อยให้ล่วงเลยมาจนกลายเป็นผู้สูงวัยถึงได้เข้าไปดู…

วัดหมื่นล้านมีชื่อเดิมว่า “วัดหมื่นสามล้าน” กล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๐๒ โดยขุนพลคู่ใจของพระเจ้าติโลกราชชื่อว่า “หมื่นโลกสามล้าน”  เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับแม่ทัพนายกองและทหารของล้านนาที่เสียสละชีพในสงคราม สิ่งที่ผมได้เห็นคือบริเวณวัดที่กำลังได้รับการบูรณะ มีการก่อสร้างเป็นจุด ๆ  บางแห่งยังมีนั่งร้านและไม้ไผ่ผูกมัด วัสดุอุปกรณ์วางไว้ทั่ว มีทั้งพลั่วและกองหินดินทราย…

ข้อมูลซึ่งหาได้ทั่วไปในอินเทอร์เน็ตกล่าวว่า…

พระวิหาร สถาปัตยกรรมล้านนาผสมผสานพม่า “หลวงโยนการพิจิตร” (หมองปันโหย่ อุปโยคิน) คหบดีชาวพม่า หรือชาวบ้านเรียกว่า “ขุนหลวงโย” ต้นตระกูลอุปโยคิน ได้สละทรัพย์บูรณะพระวิหารหลังนี้ในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ต่อเติมมุขด้านวิหารหลังเดิมออกมาคลุมบันได หน้าบันโดดเด่นด้วยลวดลายแกะสลักไม้รูปนกยูงรำแพนประดับกระจกสี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะพม่า รายล้อมด้วยพรรณพฤกษา ภายในวิหารยังคงเอกลักษณ์ล้านนาดั้งเดิม มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธาน มีพระปางมารวิชัยขนาดเล็ก และพระยืนปางต่างๆ ตั้งอยู่รายรอบ เครื่องสัตตภัณฑ์ หรือเชิงเทียนตั้งอยู่หน้าพระประธาน เป็นรูปพญานาคพันกันหลายตัว ฝาผนังเขียนภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องราวพุทธประวัติ

 

วิหารอายุกว่า ๕๐๐ ปียังอยู่ในระหว่างการบูรณะซ่อมแซม ผมได้แต่ยืนอยู่ห่าง ๆ เก็บภาพมาฝากเพื่อน ๆ


พระเจดีย์อยู่ด้านหลังวิหาร…

อุโบสถหลังใหม่…

ปฏิบัติหน้าที่เก็บภาพใบเสมาแล้วนะครับ…

หอระฆังก็ไม่เหมือนใคร ผมซูมภาพให้เพื่อน ๆ ได้เห็นลวดลายชัดเจนขึ้น…

หอไตรอยู่ด้านข้างพระเจดีย์ กล่าวว่าเป็นสถาปัตยกรรมล้านนาผสมพม่า ประกอบด้วยไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรลงสีทองงดงามยิ่ง…

คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง กว่าจะปรับปรุงพื้นให้เรียบร้อย…

เดินดี ๆ นะครับ ผมไม่อยากให้เพื่อน ๆ หกขะล้มอ่ะ!

FB Tripไปเชียงใหม่ – วัดผ้าขาว

คำขวัญของวัดผ้าขาวคือ “วิหารงามทรงเก่า พระเจ้าขลังองค์ใหญ่ ไฟสวยทันสมัย เลื่องลือไกลพระเจ้าขาว”  เราไปพิสูจน์ด้วยกันนะครับ…

ประดิษฐานพระพุทธรูปอายุ ๕๐๐ กว่าปี พร้อมระบบแสงสีงดงาม ๑๔ รูปแบบ เปลี่ยนแปลงเป็นระยะ ๆ…

เดินไปดูด้านหลังวิหาร ซึ่งปกติแล้วจะมีเจดีย์ตั้งอยู่…

นั่นไง! เจดีย์ถอดแบบมาจากวัดพระธาตุดอยสุเทพติดทองจังโกงดงาม…

อุโบสถตั้งอยู่ข้างวิหารทางด้านเหนือ…

ไม่จำเป็นต้องมีซุ้มประตูลวดลายวิจิตร แต่หน้าบันก็งดงามยิ่งนัก

ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธานแย้มพระสรวลนิด ๆ

ขาดไม่ได้คือใบเสมากำหนดเขตพัทธสีมา…

บานหน้าต่างลงรักปิดทอง “พญาเวสสุวัณ”

ผมถอยห่างออกมาเก็บภาพด้านหลังและยอดฉัตรบนหลังคา…

เท่าที่เห็นวัดส่วนใหญ่นิยมสร้างหลวงพ่อทันใจ ที่นี่ก็มีหลวงพ่อสำเร็จสมปรารถนา (พระมหาอุปคุต พุทธบริสุทธิ์ปราบมาร)

โพธิ์ต้นใหญ่อยู่ริมรั้ว

เห็นด้วยกับคำขวัญของวัดผ้าขาวครับ!

FB Trip ไปเชียงใหม่ – ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาที่วัดผ้าขาว

จากวัดทรายมูลเมือง ผมปั่นจักรยานไปวัดผ้าขาวระยะทาง ๕๐๐ เมตร… 

วัดผ้าขาวอยู่เลขที่ ๓๖ ถนนราชมรรคา ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  เว็บ templeofchiangmai.weebly.com กล่าวถึงที่มาของชื่อวัดผ้าขาวว่า…

วัดผ้าขาวมีเรื่องเล่าสืบต่อ ๆ กันมาว่า บริเวณวัดแห่งนี้เดิมเป็นข่วงใช้เป็นสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดขบวนแห่หรือจิปาถะ โดยจะเลือกเอาบริเวณนี้เป็นที่ชุมนุมทุกครั้ง มีเรื่องเล่ามาว่า ครั้งหนึ่งมีโอรสที่พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่จะขึ้นครองราชย์แทนบิดา (จะเป็นเจ้าผู้ครองนครองค์ใด ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด) ได้มาจัดขบวนที่วัดแห่งนี้ โดยให้ทุกคนที่ร่วมในพิธีแต่งชุดขาวทั้งหมดแม้แต่พระองค์เองก็ทรงเครื่องขาวทั้งชุดเช่นกัน จนทำให้บริเวณนั้นปกคลุมด้วยด้วยผ้าสีขาว ประชาชนที่มาร่วมขบวนแห่ร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า โอ้ผ้าขาว เมื่อได้ฤกษ์งามยามดีจึงลั่นฆ้องชัย เคลื่อนขบวนออกจากบริเวณวัดไปถึงวัดเชียงมั่น พระองค์ได้กระทำพิธีราชาภิเษกเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เนื่องจากประชาชนและเจ้าผู้นครเชียงใหม่ทรงเครื่องขาวทั้งชุดจนมองเห็นบริเวณนั้นเป็นผ้าขาวปกคลุม จึงได้ขนานวัดนี้ว่า “วัดผ้าขาว”

“วัดผ้าขาว” มีคำขวัญเป็นของวัดเองว่า “วิหารงามทรงเก่า พระเจ้าขลังองค์ใหญ่ ไฟสวยทันสมัย เลื่องลือไกลพระเจ้าขาว”   มีร้านกาแฟสดพร้อมที่นั่งสวย มีสวนหย่อมพร้อมไม้ดอกไม้ประดับที่ออกแบบไว้อย่างงดงาม หลากหลายด้วยสีสัน พื้นปูตัวหนอนก็ถูกรดน้ำอย่างสม่ำเสมอจนชุ่มชื่นมีต้นหญ้าเขียวขึ้นแซม และที่ผมไม่เคยเห็นที่อื่นมาก่อนก็คือ การตกแต่งด้วยตุ๊กตุ่นตุ๊กตา อย่างที่ได้นำมาให้เพื่อน ๆ ดูดังนี้…

ท่านเจ้าอาวาสน่าจะเป็นคนรักสวยรักงามไม่น้อยเลย!

FB Trip ไปเชียงใหม่ – วิหารวัดทรายมูลเมือง

ประตูหน้าต่างวิหารวัดทรายมูลเมืองเปิดต้อนรับการมาเยือนของผู้คนจากทั่วสารทิศ…

เพื่อน ๆ เข้าไปดูภายในวิหารด้วยกันนะครับ…

พระประธานในวิหารเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีความสูง ๖๙ นิ้ว หน้าตักกว้าง ๔๘ นิ้ว ได้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าในอดีตสมัยที่เมืองเชียงแสนถูกพม่าเข้ารุกรานโจมตีอย่างหนัก เจ้านายฝ่ายวังชั้นในกลัวว่าพระพุทธรูปองค์สำคัญอันเป็นที่สักการะบูชาของเหล่าปวงชนทั้งหลายจักถูกยึดเอาไป จึงได้เกณฑ์พวกไพร่พลช่วยกันเคลื่อนย้ายอพยพลงมาเรื่อย ๆ โดยใช้ขบวนช้างม้าชักลากเพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ ที่วัดสวนดอก (เชียงใหม่) แต่พอมาถึงตรงจุดที่แจ่งขะต๊ำ ขบวนช้างที่ชักลากมานั้นไม่ยอมเคลื่อนที่ไปไหนอีก จึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้มาประดิษฐานไว้ ณ วัดทรายมูลเมืองจนตราบเท่าทุกวันนี้…

อยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นจิตรกรรมฝาผนังภายในวิหาร…

พระเจดีย์อยู่หลังวิหาร…เข้าสูตรเป๊ะ!

อายุกว่า ๕๐๐ ปี “วัดทรายมูลเมือง” เป็นอีกวัดหนึ่งซึ่งผมขอแนะนำ!

FB Trip ไปเชียงใหม่ – วัดทรายมูลเมือง

จากวัดทรายมูล (พม่า) ผมปั่นจักรยานอีก ๔๐๐ เมตรถึงวัดทรายมูลเมือง… 

ป้ายตรงทางเข้า (1) บอกว่าอยู่เลขที่ ๓ ถนนมูลเมือง ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่…

ผมนำจักรยานเข้าไปจอดไว้ในวัด แล้วอ่านความเป็นมาของชื่อวัดบนแผ่นป้าย…

วัดทรายมูลเมือง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๐๓๐ ในสมัยพระเจ้าติโลกราชเป็นผู้ปกครองนครเชียงใหม่ ก่อนที่ได้ชื่อวัดทรายมูลเมืองนั้น วัดนี้เคยเป็นอารามมาก่อน มีชื่อว่า อารามบ้านปะ ทั้งนี้ทั้งนั้น อาจเป็นเพราะเหตุที่ว่า เป็นทางที่น้ำจากถนนดอยสุเทพฯ ไหลผ่านมาบรรจบที่จุดแห่งนี้ อีกอย่าง ณ จุดนี้ ในสมัยเริ่มสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นมานั้นที่แถวตรงนี้ได้มีการขุดดินเพื่อที่จักนำไปเป็นอิฐเพื่อนำไปก่อสร้างกำแพงเมืองชั้นในของนครเชียงใหม่ ฉะนั้น ณ ที่นี้จึงกลายเป็นหนองน้ำ เรียกว่า หนองทรายมูล ซึ่งกว่าจะมาเรียกชื่อวัดทรายมูล ก็หลังจากได้เปลี่ยน อาราม มาเป็น วัด เมื่อตอนที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐…

เดินไปดูอุโบสถ (2) ก่อนนะ มีเหตุผลบอกด้วยว่าทำไมสุภาพสตรีจึงห้ามเข้า…

สถานที่ทำสังฆกรรมของสงฆ์ปกติก็มิได้เปิดให้เข้าอยู่แล้ว กระทาชายวัยใกล้แย้มฝาโลงอย่างผมทำได้เพียงชื่นชมกับความงามภายนอกแล้วบันทึกภาพมาฝากเพื่อน ๆ

ถอยห่างออกมาเก็บภาพด้านข้าง…

ด้านหลังประดิษฐานเจดีย์สีขาว…

ถัดไปเป็นกุฎิสงฆ์ (โฮงหลวง ) (3) ที่กำลังได้รับการบูรณะ….

ผมเดินอ้อมไปยังหอระฆัง (5)…

มีซุ้มน้ำหม้อด้วยครับ ข้างหน้าแขวนป้ายทางไปห้องสุขาชี้ลงดิน…

อ่อ…อยู่นั่นเอง!  ห้องน้ำสวยด้วยสีสันแลพรรณไม้

เดี๋ยวไปที่วิหารด้วยกันนะครับ!