ร้านศรีวรรณ

DSC07489

ผมมีโอกาสผ่านไปถ่ายรูปบ้านเก่าที่ปงแสนทอง เห็นว่าเจ้าของคนใหม่ได้ปรับปรุงเสียจนจำแทบไม่ได้ หุหุ ราคาตอนนี้คงขยับขึ้นไปไม่ต่ำกว่า ๖ ล้าน…

DSC07490

นครลำปางกำลังเจริญแบบฉุดไม่อยู่ ในตัวเมืองผมเห็นคอนโดมิเนียมผุดขึ้นหลายแห่ง ห้องขนาดเท่าแมวดิ้นตายราคา ๗-๘ แสน อาคารพาณิชย์ ๓ ชั้นครึ่ง คูหาเดียวราคา ๓-๔ ล้าน ที่อยู่ที่อาศัยแพงขึ้น…ในขณะที่ค่าครองชีพถูกนายกปูกระชากให้สูง จนเงิน ๑๐๐ บาท ใช้กินข้าวคนเดียว ๓ มื้อแทบไม่พอ!

sriwan-food-shop-1

วันนี้ผมอยากแนะนำร้านอาหารราคามิตรภาพให้เพื่อน ๆ สักร้านนึง อยู่บนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-เชียงใหม่ ไม่ไกลจากทางเข้าบ้านสบตุ๋ย มีชื่อว่า “ศรีวรรณ” ครับ…

DSC07491

ก๋วยเตี๋ยว-บะหมี่ ราคาชามละ ๒๐ บาท (พิเศษ ๒๕) ข้าวมันไก่ ๒๕ (พิเศษ ๓๐) เย็นตาโฟและข้าวซอยก็มีให้เลือกกิน รสชาติดีทีเดียว…

วันนี้พอดีได้ไปซื้อใส่ถุงกลับบ้านที่ห้างฉ้ตร พกกล้องไปด้วย…ผมจึงขอถ่ายภาพมาให้เพื่อน ๆ ดู

DSC07492

อยากบอกเพียงว่า ที่ลำปาง… ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๒๐ บาทยังพอหากินได้อยู่!

Freight train to Singapore – KLCC Park

P1010898

ประมาณ ๑๑ โมงเช้าของวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๕๒  หลังจากสัมผัสความเย็นฉ่ำที่หน้า Twin Towers หรือ Petronas Towers แล้ว ผมก็เดินมุ่งสู่สวน KLCC (Kuala Lumpur City Centre)

twin-towers-and-park

Wikipedia บรรยายถึง “KLCC Park” ไว้ว่า…

The park was designed by Roberto Burle Marx.  It is said that it was the last work undertaken by the Brazilian architect.   When the park was designed, the aim was to “leave the world a little more sensitive and a little more educated to the importance of nature”.

The park was designed to showcase a heritage of tropical greenery by integrating man’s creation with nature. The park itself contrasts as a calm environment in the midst of the hustle and bustle of the city. The park features many combinations of man-made design such as cements, water features and also natural features such as trees, shrubs, stones and wood. Elements of shape and topography were created to give an illusion of space. The combination of trees, shrubs and sculptures were arranged to provide color and form to the park.

Conservation and bio-diversity was a major influence in the creation of the park. 23 of the mature and rarer specimens were saved from the old Selangor Turf Club and transplanted into the park grounds. 1900 indigenous trees and 66 species of palms were planted in the park to promote bio-diversity. The trees were deliberately selected to attract local and migratory birds.

A man made lake was built in the middle of the park, directly in front of Suria KLCC mall and Petronas Twin Towers towards the middle of the park. A 43 meter elevated bridge that cut across the lake provides a vantage view of the park and the twin towers.

เดินเข้าไปดูกันนะครับ….

P1010900

P1010902

P1010901

P1010903

P1010904

P1010905

P1010908

P1010910

P1010911

P1010912

P1010913

P1010914

P1010915

P1010916

นอกจากบรรยากาศความสดชื่นในสวนแล้ว  ยังมีอะไรสวย ๆ ดึงดูดให้ผมต้องเดินตรงเข้าไป…

P1010918

เพื่อน ๆ ตามมานะครับ…

Freight train to Singapore – ความเย็นฉ่ำหน้า twin towers

เมื่อวันที่ ๑๐ เดือนที่แล้ว ผมเขียนเรื่อง Freight train to Singapore เล่าถึงตอนนั่งรถไฟฟ้าไป Petronas Towers  จากนั้นก็หยุดเขียนเรื่อง Freight train มานานถึงเดือนครึ่ง วันนี้อยากเล่าต่อครับ…

P1010857

ถ้าเพื่อน ๆ อยากจะขึ้นไปยืนอยู่บน skybridge ของ  Petronas Twin Towers โดยไม่เสียตังค์ก็สามารถทำได้ โดยเข้าไปในอาคารทางด้านซ้าย (ที่เห็นในภาพ)…

P1010862

P1010880

ก่อนอื่นต้องไปขอรับบัตรขึ้น skybridge ไว้ก่อน  เค้าจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมเป็นรอบ ๆ ไป  ใช่ว่าใครนึกจะขึ้นตอนไหนก็ได้  จุดที่ขอรับบัตรนั้นหายากเอาการ เพราะเมื่อเข้าไปข้างในแล้ว มันกว้างขวางมาก ให้เดินไปทางด้านซ้าย แล้วอย่าปากหนัก…สอบถามเค้าไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็เจอเอง!

P1011078

ตอนผมไปถึงที่นั่น มีนักท่องเที่ยวเข้าคิวรออยู่แล้วยาวเหยียด เจ้าหน้าที่สาวสวยผู้ทำหน้าที่แจกบัตรบอกว่าผมได้คิวรอบ ๕ โมงเย็น  โห…ต้องรออีกตั้ง ๔-๕ ชั่วโมง ผมรับบัตรไว้แล้วเดินจากมา…

P1010897

ในสมุดบันทึก ผมเขียนไว้ว่า…

ทีแรกคิดว่าจะไม่ขึ้น skybridge แต่มาคิดอีกที โอกาสอย่างนี้ไม่มีอีกแล้ว ไหน ๆ มาถึงกัวลาลัมเปอร์ ถ้าไม่ได้ขึ้น twin towers ก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดาย ตัดสินใจที่จะรอจนถึง ๕ โมงเย็น เดินวนอยู่ในศูนย์การค้าพักนึง ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ นอกจากผู้คน ธุรกิจ ความวุ่นวาย ร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ

P1010863

เดินออกจากอาคาร ผมได้สัมผัสความเย็นฉ่ำจากน้ำพุหน้าอาคาร…

P1010865

P1010864

P1010866

P1010867

P1010872

P1010871

หันหลังกลับไปเก็บภาพไว้อีก ๑ บาน….

P1010868

ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังสวนเขียวชอุ่มซึ่งอยู่เบื้องหน้า…

P1010892

เพื่อน ๆ รู้สึกชุ่มฉ่ำใจเหมือนผมมั้ยครับ?

Australian War Memorial

australian-war-memorial0

วันนี้ค้นเจอแผ่นพับ “visitors guide” ที่ได้รับจาก Australian War Memorial ผมก็เลยอยากจะเขียนถึงสักหน่อย…

australian-war-memorial1

australian-war-memorial2

canberra

australian-war-memorial3

เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๓๒ ผมบันทึกไว้ว่า…

เก็บของแล้ว…สองคนกับ Mom ต้องหาทางไปยัง Australian War Memorial ใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะเจอ  Mom แวะซื้อบุหรี่ที่ super market ก่อนที่จะเดินไปจนถึง Australian War Memorial  อนุสรณ์สถานสงครามของออสเตรเลีย ซึ่งมีการแสดงวัตถุ ภาพถ่าย และเรื่องราว เล่าถึงสงครามที่ชาวออสเตรเลียได้เข้าไปมีส่วน สถานที่กว้างใหญ่จริง ๆ ไม่สามารถดูได้ทั่วถึง ซึ่งถ้าจะให้ดีแล้วควรต้องใช้เวลาสัก ๓ วันถึงจะดูได้อย่างครบถ้วน

เรามีเวลาแค่  ๒ ชั่วโมงในการเที่ยวชม ก่อนเข้าต้องฝากของเอาไว้ (ขากลับค่อยแวะรับคืน) ได้เข้าไปยังอนุสาวรีย์และโคมซึ่งอยู่ตรงกลางด้วย…

australian-war-memorial4

Australian War Memorial  อยู่ในกรุงแคนเบอร์ร่า เมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย  ผมไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีโอกาสได้กลับไปเห็นอีกหรือเปล่า!

ผมไม่อาย…

การตั้งสายเปียโน (piano tuning) เป็นเรื่องไม่ยาก เพื่อน ๆ สามารถยึดเป็นอาชีพใช้ทำมาหากินได้  ไม่ต้องไปหวังพึ่งค่าแรงวันละ ๓๐๐ บาทแบบได้บ้างไม่ได้บ้างจากรัฐบาล!   wikipedia ได้แสดงภาพของครื่องมือตั้งสายเปียโนที่จำเป็นไว้ดังนี้…

Piano_tuning_tools

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผมไปตั้งสายเปียโนให้คุณอารีย์  ส่วนหนึ่งของเครื่องมือที่ผมนำไปใช้ ก็มีครบตามที่ wikipedia บอก…

Piano_tuning_tools1

พอดีผมเป็นคนแก่ที่ไม่ได้ยึดติดอยู่กับวิธีการเก่า ๆ จึงใช้เครื่องมือเพิ่มอีก ๑ อย่าง นำไปตั้งไว้บนหลังเปียโนอย่างที่เห็น…

DSC07460

เป็น net book พร้อมโปรแกรม TuneLab….

DSC07461

อย่างที่รู้กันว่าสมัยก่อนช่างเปียโนเค้าตั้งสายแบบใช้หูลูกเดียว  ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพราะอาศัยหลักวิทยาศาสตร์ในการฟัง beat frequency  ยิ่งทำนาน ๆ ก็ยิ่งชำนาญ ยิ่งคล่อง เปียโนหลังหนึ่งใช้เวลาในการตั้งเสียงน้อยมาก…

ถามว่าเจ้าคอมพิวเตอร์พร้อมโปรแกรมตัวนี้ช่วยได้ไหม?  คำตอบคือ ช่วยได้มากเลย

อย่างเช่น A4 ซึ่งมีความถี่ 440 Hz  มองดูยอด spectrum แล้วตอนนี้ยังต่ำอยู่หน่อยนึง
DSC07477

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาโน้ตใน octave สุดท้ายซึ่งมีความถี่สูง  กดคีย์แล้วมีเสียงดังเหมือนเคาะเหล็กเคาะแก้ว ถ้าเป็นเปียโนคุณภาพดี ๆ ก็จะฟังได้ชัด ทำให้ตั้งเสียงได้ไม่ยาก  แต่โชคร้ายที่เปียโนส่วนใหญ่ใน octave สุดท้ายมักจะฟังยาก ทำให้ช่างเครียดและปวดหมองได้เหมือนกัน  ผมใช้เจ้า TuneLab ช่วย  แม้เสียงจะดัง “แป๊ก” แต่มันอ่านค่าความถี่ได้ชัดมาก เห็นได้จะ ๆ

เคยใช้เวลาในการตั้งเสียงรำคาญหูเหล่านี้…แต่วันนี้ แป๊ปเดียวเสร็จ!!

ช่างเปียโนผู้ซึ่งนานปีทีหนจะมีโอกาสได้ตั้งสาย  พอต้องกลับมาทำ…มักไม่ค่อยมั่นใจ การมีเครื่องมือวัดที่ช่วยบอกความแม่นยำจะช่วยทำให้มีความมั่นใจยิ่งขึ้น  ผมเองไม่กลัวว่าจะมีคนดูถูก หาว่าตั้งสายเปียโนแบบใช้หูแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้   คิดว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย…ถ้าจะตั้งสายเปียโนด้วย ตาและหู ควบคู่ไปด้วยกัน

ยอมรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เสมอครับ…

แม้ไม่ได้สาบานเป็นพี่น้อง

ระยะนี้ผมเขียนบล็อกไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวเอาซะเลย ต้องขออภัยเพื่อน ๆ ด้วยนะ  พอดีกำลังอยู่ในระหว่างการปรับตัว ปรับทิศทางที่จะเดินมุ่งหน้า  ผมต้องทำเรื่องยื่นเอกสารย้ายที่อยู่และสิทธิอื่นๆ ให้เรียบร้อยก่อนสิ้นปีด้วยครับ อากาศเริ่มหนาวเย็นลงบ้าง  แต่ยังไม่มากพอที่จะทำให้ผมยิ้มได้อย่างมีความสุข…

กาลเวลาผ่านไป มีเพื่อนบางคนตัดช่องน้อยแต่พอตัวละทิ้งความวุ่นวายจากโลกนี้ไป บ้างก็เปล่งวาจาประกาศความย่อท้อที่จะอยู่สู้ชีวิต ผมคิดว่าเวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้วสำหรับการค้นหาเพื่อนผู้ขาดการติดต่อมานาน บางคนยังคงมีสิ่งขัดข้องหมองใจมาจากอดีต ถ้าไม่รีบหันไปสมานฉันท์ให้ทันเวลา ผมอาจต้องไปนั่งเสียใจอยู่ในสัมปรายภพ (อิอิ)

หยิบรูปเพื่อน ๆ ในครอบครัวคนรักเปียโนออกมาดู… ผมคิดถึงความอบอุ่นในเว็บ “คนรักเปียโน” ที่ pantown!

piano-lovers

เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เหมือนกัน  อยู่ ๆ ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์เก่ามงฟอร์ตรุ่น ๐๘ บอกว่ากำลังจะยกพวกมาหาเพื่อนคนหนึ่งที่ลำปางเพื่อ reunion  ผมออกไปเจอเขาเหล่านั้นที่หน้าห้างเทสโก้ ห้างฉัตร…

DSC07220

คุณสมพล (กำลังดูโทรศัพท์) เป็นประธานศิษย์เก่ามงฟอร์ต รุ่น ๐๘ ผมจำไม่ได้จริง ๆ เพราะไม่ได้เรียนอยู่ห้องเดียวกัน แต่คุณปึ้ง (สวมแว่นตา) อดีตผู้จัดการสำนักงานไฟฟ้าฯ ผู้สั่งตัดไฟใครต่อใตรมาแล้วมากมายนั้น… ผมรู้จักดี!

DSC07221

ผมมีสิ่งที่จะต้องทำอยู่หลายอย่าง หนึ่งในจำนวนนั้นคือ การกล่าวคำขอโทษกับผู้ที่ผมเคยทำให้ขัดข้องหมองใจอดีต รวมถึงเพื่อนบางคนที่ทำให้ผิดหวัง… ผมเคยโกรธและคิดว่าในชีวิตนี้เราอย่าได้พบกันอีกเลย  อย่างเช่น พี่ Gopal

gopal 01

พี่ Gopal เป็นคนสิงคโปร์ เคยไปพักกินอยู่หลับนอนอยู่ที่คอนโดของผมในเชียงใหม่  เราตกลงเป็นพี่น้องกันโดยไม่ต้องสาบานเป็นพี่น้องเหมือนในนวนิยาย “เรื่องรักในปักกิ่ง” ซึ่งบรรยายว่า…

“หลานเม่ย  ขอให้เราสาบานเป็นพี่น้องกันเถิด” ม่านเหนียงร้อง

เป็นกิจพิธีของเด็กอย่างง่าย ๆ ทั้งสองมิได้จุดธูปเทียน และมิได้ไหว้เทพยดาบนสรวงสวรรค์ภายในลานวัดนั้น มิได้แลกเปลี่ยน “ป๊ะกว้า” วันและเวลาตกฟากซึ่งกันและกัน ทั้งสองเพียงจับมือกันไว้ แล้วกล่าวปฏิญาณต่อหน้าแสงแห่งตะเกียงน้ำมันถั่วว่า ต่างจะนับถือฉันท์พี่น้องตราบจนชีวิตหาไม่ และจะช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ในยามยากจนค่นแค้นและยามตกทุกข์ได้ยาก ม่านเหมียงได้มอบดอกเถาทำด้วยหยกขนาดย่อม ๆ ให้แก่มู่หลานดอกหนึ่ง แต่มู่หลานมิได้ให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดแก่ม่านเหมียงเป็นการตอบแทน….

ผมเขียนเรื่อง Freight train to Singapore ค้างไว้อยู่  ยังคงเล่าไม่ถึงตอนที่ผมนั่งรถไฟถึงปลายทางที่สิงคโปร์…

P1011170

เย็นวันนั้น ผมลงจากรถไฟแล้วเดินออกไปตามชานชาลา ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นพี่โกปอลยืนยิ้มฟันขาวรอผมอยู่ที่ทางออก ผมถือกล้องเตรียมพร้อมที่จะยกขึ้นถ่ายภาพพี่ชาย แต่เงียบ…ไม่มีวี่แววของพี่โกปอล!!  นัดกันแล้วไม่มาตามนัด  ผมรู้สึกผิดหวังมาก ๆ ทั้งเหนื่อยทั้งโกรธที่ต้องเดินหาที่พักในช่วงค่ำคืนในสิงคโปร์!!  ผมตั้งใจว่าชาตินี้จะไม่ขอพบกันอีก!

เวลาผ่านมาหลายปี ผมคิดได้แล้วว่า…ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องมาโกรธเคืองกัน เพราะพี่โกปอลเองก็มีคงเหตุผลที่ไม่สามารถไปพบผมได้  คืนวันนั้นผมก็หาที่พักได้เอง แล้วยังสามารถออกเที่ยวได้อย่างมีอิสระและมีความสุขในวันต่อ ๆ มา

ผมคิดถึงเรื่องสั้นที่เคยอ่าน “Don’t let the sun go down upon your wrath”  เป็นเรื่องของการให้อภัยของพี่น้องที่โกรธเคืองกันก่อนที่พี่ชายจะจากไป…

ผมสละสิ้นซึ่งความโกรธที่มีต่อพี่โกปอลแล้ว!

อนิรุธ ภิงคราวัฒน์

electronics-day

ผมยังเก็บหนังสือที่ระลึกงานวันอีเล็คโทรนิคส์ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๑๓ ไว้ได้  เปิดไปดูหน้าสุดท้าย…เห็นบทส่งท้ายซึ่งเขียนโดย “ชัชรินทร์ วงศ์สงวน” มีใจความว่า…

หนังสือเล่มนี้ สำเร็จออกมาด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย มันอาจจะ ดี, เลว, ไม่เอาไหน, ไม่เป็นเรื่อง, ชุ่ยและอื่น ๆ อีกมาก  อย่างไรก็ตามขอขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะด้วยปาก, การกระทำ, ตำหนิ, ชมเชย, ด่าว่า  — ขอบคุณ

ชัชรินทร์ วงศ์สงวน เป็นนักศึกษารุ่นเดียวกับผม  ระหว่างปี ๒๕๐๙ – ๒๕๑๒ เราเรียนด้วยกันที่แผนกช่างไฟฟ้า วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นก็ไปเรียนต่อด้วยกันอีก ๒ ปี ที่แผนกอีเล็คทรอนิคส์ วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ  คน ๆ นี้เก่งทั้งงานช่าง งานเขียน ถ่ายภาพ ขับรถแรลลี่ รวมทั้งด้านการบริหาร…   

ภาพคุณชัชรินทร์ วงศ์สงวน : นำมาจาก facebook

ภาพคุณชัชรินทร์ วงศ์สงวน : นำมาจาก facebook

ในหน้า ๒๘ – ๓๑  ประกอบด้วยคอลัมน์ “สังคม E.E. ๕ ข.” เขียนโดย “นายสีน้ำ”  (ไม่รู้ว่าใคร)  ซุบซิบบรรดานักศึกษาที่อยู่ห้อง ข. ตั้งแต่ “สุพจน์ ศรีบุศย์ดี”  จนถึง “สุรพล จันทรักขะ”  ผมพร้อมกับเพื่อนอีก ๒ คนคือ “อนิรุธ ภิงคราวัฒน์” และ “สุวัฒน์ ปัญญางาม”  ถูกกล่าวถึงว่าเป็นทีมนักดนตรีผู้มีงานหนัก รับงานกันไม่หวาดไม่ไหว

ผมเห็นแล้วต้องรีบไปค้นหารูปเก่า ๆ ออกมาสแกน…

three-friends

นักร้องที่เห็นในภาพคือ “อนิรุธ ภิงคราวัฒน์” ซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาเพื่อน ๆ ที่ผมอยากเจอมาก ๆ   เคยเข้าไปค้นหาในอินเทอร์เน็ต พบแต่ชื่อ พ.อ. อนิรุธ ภิงคราวัฒน์  แต่ไม่มีข้อมูลเพิ่มเติม ผมไม่สามารถค้นหาอะไรได้อีก

ตอนเรียนด้วยกันที่เทคนิคกรุงเทพฯ  อนิรุธ หรือ “อู๊ด” พักอยู่ในหมู่บ้านการเคหะฯ ซึ่งอยู่ด้านหลังวิทยาลัย  อู๊ดเป็นนักศึกษาแต่งตัวดีหัวจรดเท้า หวีผมใส่น้ำมันเรียบแปล้  สูบบุหรี่สายฝน หน้าตาหล่อเหลา ร้องเพลงเพราะ  แล้วยังมีกะตังค์ (มาจากครอบครัวร่ำรวยในจังหวัดเพชรบุรี ดูนามสกุลก็รู้)  ตอนเรียนจบจากเทคนิคกรุงเทพฯ อู๊ดบอกว่ากำลังไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อย ผมรับรู้แค่นั้นแล้วเราก็ไม่ได้เจออีก…

จำได้ว่าอนิรุธเคยพาผมไปเที่ยวบ้านที่เพชรบุรี  ทำให้ผมมีโอกาสได้เที่ยวเขาวังและกินขนมหม้อแกง

วันนี้คิดถึงเพื่อนคนนี้จังเลย พยายามค้นหาแล้วไม่เจอ ใครรู้ช่วยบอกที!