Freight train to Singapore – เดินหลงทาง

๕ เมษายน ๒๕๕๒ เช้าวันใหม่ ผมไม่รีบลุกจากเตียง เพราะยังมีอาการปวดเนื้อปวดตัวอยู่บ้าง เสื้อผ้าที่ซักผึ่งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แห้งเกือบสนิทแล้ว   ได้เวลาถึงค่อยลุกออกไปล้างหน้าแปรงฟัน!  

P1010042

จากนั้นก็ไปอาบน้ำสระผมที่ห้องน้ำซึ่งอยู่หน้าห้องพัก  มองดูฝักบัวและท่อน้ำที่มีคราบสกปรกรวมทั้งหลอดไฟที่ห้อยโตงเตง…ผมอดไม่ได้ที่จะคิดว่าเจ้าของโรงแรมคงเค็มน่าดู  เล่นไม่ยอมควักกระเป๋าซื้อสีมาปรับปรุงสถานที่ให้ดูดีซะเลย เอาแต่เก็บเงินลูกเดียว…

P1010044

เมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงเหมือนตัวอะไรตะกุยตะกายอยู่ตรงหัวนอน  รู้สึกรำคาญมาก เช้านี้เลยออกไปดู เห็นเต่าอยู่ในถังพลาสติกและถังซีเมนต์ เวรกรรมแท้ ๆ ไม่รู้ว่าเลี้ยงไว้ทำไม?

P1010040w

P1010046w

รู้สึกรังเกียจสถานที่นี้ขึ้นมาฉับพลัน แต่ก็ต้องทนอยู่…

P1010047w

ผมเดินออกไปด้านหน้าซึ่งเป็นบริเวณที่ผู้คนนั่งกินอาหารเช้า จะซื้อกาแฟร้อนดื่ม พอดีเจ้าของบ้านไม่อยู่ คนทำความสะอาดชี้ไปทางกระติกน้ำร้อนและขวดกาแฟ ก็เลยนึกว่าชงดื่มเองได้  ผมตักกาแฟเองแล้วชงใส่แก้วออกมา…

P1010048w

พอดีเจ้าอาซ้อขี้เหนียวเข้ามาเห็น ทำสีหน้าไม่พอใจ บ่นว่าทีหลังต้องบอกให้เค้าชงให้ ผมก็บอกว่าไม่รู้นี่ (หว่า)  เท่าไหร่กัน (ว่ะ)  คิดเพิ่มไปเลย เธอบอกว่าธรรมดาแก้วละ ๑ เหรียญ แต่ถ้าแก้วใหญ่อย่างเนี้ยต้อง ๑.๕๐ เหรียญ  โถ…๑๕ บาทเอง เอาไปซิ ทำเป็นโวยวายไปได้!!  ผมนั่งดื่มกาแฟไป ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมหญิงจีนที่เห็นถึงได้หน้าตาไม่รับแขกเอาซะเลย!!   ไปดีกว่า!  ผมออกจากที่พัก ตั้งใจว่าจะไปซื้อตั๋วรถไฟไปกัวลาลัมเปอร์ที่สถานีรถไฟ Wakaf Bharu…  ต้องเดินไปขึ้นรถเมล์ที่ท่ารถ!!

ทางออกมีสองทาง ดันเดินผิด…ผมออกไปทางด้านที่มีการก่อสร้าง!

P1010051w

ทำให้หลงทาง ต้องเดินอ้อมออกไปไกล แต่ก็ได้ภาพอาคารบ้านเรือนและบรรยากาศเมืองโกตาบารูมาฝากเพื่อน ๆ…

P1010061

P1010064

P1010059

P1010060

ในมาเลเซีย เราจะเห็นคำว่า AWAS บ่อย ๆ มีความหมายว่า “ระวัง” หรือ “Caution” ครับ….

P1010129

P1010128

P1010101

P1010091

P1010090

P1010086

P1010074

P1010100

P1010098

P1010097

P1010077

P1010105

P1010102

P1010106

เดินมาตั้งไกล ยังหา bus station ไม่เจอ… แดดเริ่มร้อนแล้วนะเนี่ย!!

สลากกินแบ่งบำรุงอาคารสงเคราะห์และสังคมสงเคราะห์

free-ipad-use
ผมรู้สึกเจ็บปวดที่เห็นภาพ ส.ส. ดูภาพโป๊และเล่นเกมส์ในไอแพดที่สภาจัดซื้อให้ ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อันทรงเกียรติ ได้ข่าวว่าเป็นไอแพดตัวท๊อปสุดที่แจกให้ฟรีพร้อมทั้งแพ็คเคจค่าเน็ตครบถ้วน  มันมาจากภาษีของประชาชนทั้งนั้น…

wasting our money

บ้านเมืองถูกกัดกร่อนอย่างหนัก น้ำมันแพงขนาด ๒ ลิตรร้อย ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาว นับแต่นี้ไป…ผมขอปล่อยวาง เลิกให้ความสนใจ แม้จะเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมืองแค่ไหนก็ตาม ผมจะไม่ขอออกความคิดเห็นใด ๆ ทั้งสิ้น  ขอเก็บตัวอยู่กับชีวิตเรียบง่ายและพอเพียงที่บ้านห้างฉัตร  เล่นดนตรี  ท่องเที่ยว  ทำเว็บ เขียนบล็อก ดูหนังฟังเพลงไปตามประสา

monkey

ผมจะไม่เข้า facebook อีกต่อไป เวลา publish บล็อกก็ยังคงแชร์ลิงค์ลงใน facebook อยู่เหมือนเดิม  จะได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่องนึง แต่ผมจะไม่เข้าไปเช็ค ถ้าเพื่อน ๆ ส่งข่าวให้ผมทาง facebook แล้ว บางทีอาจไม่ได้รับคำตอบ  หวังว่าคงไม่ว่ากันนะ…

เบื่อที่จะติดตามข่าว ผมอยากจะใช้เวลากับการปรับปรุงเว็บ wichai.net และเขียนบล็อก “ฟังลุงน้ำชาคุย” กับบล็อก “ช่างเหอะ” ให้มากขึ้น…

วันนี้ผมค้นกองสัมภารก เจอเอกสารเก่าอีกแล้ว เป็นสลากกินแบ่งบำรุงอาคารสงเคราะห์และสังคมสงเคราะห์ งวดประจำวันจันทร์ที่ ๑๘ เมษายน ๒๔๙๘

slagginbang-f

คิดว่าเมื่อ ๕๘ ปีที่แล้ว พ่อแม่คงอยากเสี่ยงโชค แค่ซื้อเสี้ยวเดียวครับ ราคา ๕ บาท ถ้าถูกรางวัลที่ ๑ จะได้ ๒๕๐,๐๐๐ บาท…

slagginbang-b

พอดีไม่ถูกซักรางวัล…พ่อแม่ก็เลยต้องขายกาแฟเลี้ยงผมตั้งแต่เล็กจนโต!

Freight train to Singapore – หาที่พักในโกตาบารู

2malaysia3

จาก Rantau Panjang (1) ไปโกตาบารู (3)  ระยะทาง ๔๐ กิโลเมตรจะต้องผ่าน Pasir Mas (2) ก่อน  ผมจำได้ว่าเคยปั่นจักรยานจากโกตาบารูรวดเดียวกลับเข้าสู่ประเทศไทย ภายหลังจากเดินทางจากสิงคโปร์ รอนแรมมาตามฝั่งทะเลด้านตะวันออกของมาเลเซีย!

วันนี้ผมนั่งรถเมล์ย้อนเส้นทางเดิมที่เคยเดินทางด้วยจักรยาน…

kms

ระหว่างรถจอดที่ Pasir Mas   ถ่ายภาพผ่านกระจกรถ…ผมใช้เจ้ามิวซาวบันทึกภาพรถเมล์อีกคันหนึ่งเก็บไว้!

P1010020

ในที่สุดรถก็วิ่งถึงปลายทางที่ “โกตาบารู ” เมืองซึ่งผมเคยมาเยือนแล้ว ๓ หรือ ๔ ครั้งก็ไม่แน่ใจ…

2malaysia4

คุ้นเคยกับโกตาบารูอยู่พอสมควร แต่ทว่าครั้งสุดท้ายที่เคยมากับครั้งนี้ มันห่างกันตั้ง ๑๐ กว่าปี บ้านเมืองดูเปลี่ยนแปลงไปมาก  แต่ท่ารถยังคงอยู่จุดเดิม…

P1010145

สร้างกันเข้าไป… ผมต้องหาทางทางออกไปยังถนน Pintu Pong ให้ได้!

P1010140

ต้องถามชาวมาเลย์ ๒ ครั้ง กว่าจะหาเจอถนน Pintu Pong

P1010031

Ideal Travellers House  คือที่พักซึ่งอยู่ในซอยหลังโรงแรมใหญ่  ผมเห็นปากซอยมีร้านขาย ABC ด้วย…

P1010032

นั่นไงภาพวาดบนฝาผนัง…บอกทิศทางไปยัง Ideal House  หุหุ เอากันง่าย ๆ อย่างเนี้ยเลยรึ!

P1010034

เจอแล้วครับ Ideal Travellers House  คิดว่าน่าจะเป็นที่ ๆ เดียวกับที่ผมเคยปั่นจักรยานมาพัก…

P1010035

P1010036

เจ้าของเป็นคนจึนหน้าตาบอกบุญไม่รับ เธอบอกผมว่าค่าห้องคืนละ ๒๕ เหรียญ ผมขอที่ถูกกว่านั้น  มีห้องเดี่ยวแคบ ๆ ราคา ๑๕ เหรียญ ผมต้องเดินออกไปแลกเงินที่บูธแลกเงินข้าง ๆ ภัตตาคาร KFC ซึ่งอยู่ไม่ไกลก่อน…

P1010029

กลับมาจ่ายค่าที่พัก ๒ คืน ๓๐ เหรียญ ผมลงทะเบียน แล้วเข้าห้องพักซึ่งไม่มีอะไรเลย นอกจากเตียงนอนเล็ก ๆ พร้อมผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนเก่า ๆ บนพื้นซีเมนต์สกปรก….

P1010037

มีพัดลมหมุนเสียงดังอยู่บนเพดาน….

P1010039

สภาพโทรมสุด ๆ แต่ก็ยังมีแขกเข้าพักอย่างต่อเนื่อง คงเป็นเพราะมีชื่ออยู่ในหนังสือ Lonely Planet…

P1010042

ห้องน้ำและห้องส้วมอยู่ด้านนอก สภาพยิ่งเลวร้าย ดีนะที่กล้องถ่ายภาพไว้ได้ไม่ชัด….

P1010043

อ่อ…ความจริงผมก็ยังรู้จักที่พักอีกแห่งหนึ่ง คือ Menora Guest House ซึ่งอยู่ใกล้ท่ารถ และมี dorm bed ด้วย…

menura

ส่วนเจ้า Backpacker Inn ผมก็เคยพักครับ…

P1010138

ที่นั่นต้องขี้นบันไดไปชั้นสอง…

P1010136

แต่เอาเถอะ!  สำหรับที่ Ideal Travellers House ถ้าคิดว่าห้องเดี่ยวคืนละ ๑๕๐ บาท ก็ยังพอทนน่ะ…

Freight train to Singapore – Selamat Datang

P1010009

๔ เมษายน ๒๕๕๒ หลังจากหย่อนไปรษณียบัตรถึงคุณเมธีลงตู้รับจดหมาย.. ผมก้าวออกสู่ถนนหน้าสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งวิ่งผ่านมาหยุดข้างหน้า ผมถามว่าไปด่านเท่าไหร่ คำตอบคือ “๓๐ บาท” คนแบกเป้จากลำปางต่อรองราคาเป็น ๒๐ บาท สารถีตอบตกลง  ผมขึ้นนั่งซ้อนท้ายจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปที่ลงด่าน  โห… ที่ทำการ ตม. ของไทยเดี๋ยวนี้่ก่อสร้างใหญ่โตมาก แตกต่างจากภาพในอดีตซึ่งเป็นแค่เพียงอาคารหลังเล็ก ๆ

ผมเขียนแบบฟอร์มของไทยโดยกรอกเพียงชื่อ หมายเลขพาสปอร์ต และสัญชาติ เรียบร้อยแล้วไปยื่น เจ้าหน้าที่ขอให้กรอกด้านขาเข้า (arrival) ไว้ด้วย ผมต้องออกไปนั่งกรอกด้านนอก  เจ้าหน้าที่บอกว่ากรอกเสร็จแล้วให้ไปยื่นได้เลย..ไม่ต้องไปต่อท้ายแถว!

[คำเตือน - แม้ว่าจะเป็นขาออก (departure) แต่ให้กรอกแบบฟอร์มขาเข้า (arrival) ไว้ด้วย แต่ไม่ต้องเซ็นขื่อและลงวันที่ และที่สำคัญที่สุดคือ อย่าลืมพกบัตรประชาชนไปด้วย]

ได้รับการประทับตราหนังสือเดินทางเรียบร้อยแล้ว  ผมแบกเป้เดินข้ามสะพานมุ่งหน้าสู่ประเทศมาเลเซีย โดยไม่รอช้า!

P1010010

หยุดตรงกลางสะพาน หันไปถ่ายภาพสะพานรถไฟซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือไว้ ๑ บาน…

P1010008

2malaysia1

อาคารที่รออยู่ข้างหน้านั่นคือ ตม. ของมาเลเซีย….

P1010011

เมืองเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนไทย-มาเลเซีย คือ Rantau Panjang  เจ้าหน้าที่ ตม. ของมาเลเซียเป็นหญิงมุสลิมถามผมว่าจะไปไหน ผมบอกว่าจะไปสิงคโปร์ แล้วขากลับก็จะมาทางนี้แหละ เธอประทับตราขาเข้าให้อย่างง่ายดาย   เดินผ่านเครื่องเอ็กซเรย์…ผมทำท่าจะปลดเป้ลงให้ตรวจสอบ เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ผ่านไปได้เลย   เดินพ้นออกมาจากตัวอาคาร…ผมหันหลังกลับไปถ่ายภาพ ตม. มาเลเซียไว้อีก ๑ บาน

P1010013

ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ Rantau Panjang  ผมรู้สึกแปลกตา จำภาพเก่า ๆ ในอดีตแทบไม่ได้!!

P1010012

P1010014

สมัยก่อนผมเคยแบกเป้ไปยืนรอที่ป้ายรถเมล์เล็ก ๆ ทางด้านขวามือ มีรถเมล์คันเล็ก (พอ ๆ กับรถเมล์เฉลิมพลที่เชียงใหม่) วิ่งมารับไปโกตาบารู  แต่วันนี้มีจุดรอรถเมล์ที่สวยงามและถนนกว้างขวางสะอาดตา….

P1010018

ผมเดินหาจุดที่จะต้องยืนรอรถเมล์สาย 29   ตื่่นตาตื่นใจ…เดินไปไกลหน่อย แต่ก็ได้ถ่ายภาพไว้หลายบาน!

P1010017

มีแท็กซี่พร้อมผู้โดยสารฝรั่ง ๑ คนมาจอดเรียกให้ไปด้วย  ค่าโดยสาร ๒๐ เหรียญ (๒๐๐ บาท) ผมปฏิเสธ บอกว่าจะไปรถเมล์…

P1010015

ผมเดินแบกเป้กลับไปที่เดิม เห็นผู้คนนั่งรอรถเมล์อยู่ที่จุดจอดรับ ก็เข้าไปนั่งกับเค้าด้วย  ลองเอาโทรศัพท์ออกมาตรวจสอบ พบว่ายังมีสัญญาณ…

รถเมล์ยังไม่มา ผมเดินข้ามถนนไปดูที่ร้านขายเครื่องดื่มซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม มองหา ABC (รวมมิตรน้ำแข็งไส) แต่ไม่เห็นมี…

P1010016

ผมสอบถามว่ารถเมล์ไปโกตาบารูกี่นาทีออกที แม่ค้าน้ำดื่มตอบว่า “๔๕ นาที”

กลับไปนั่งรออีกไม่นาน รถเมล์สาย 29 จาก Rantau Panjang ไปโกตาบารูก็มาถึง เป็นรถเมล์คันใหญ่ แอร์เย็น พอรถเข้าเทียบ…ผมยังงง ๆ อยู่ สงสัยว่าจะใช่รถที่รอหรือเปล่า (มันเปลี่ยนไปเยอะเหลือเกิน) ต้องเข้าไปสอบถามเพื่อความแน่ใจก่อนที่จะก้าวขึ้นรถ……

P1010019

รถเมล์สาย 29 มีที่จำหน่ายตั๋วอยู่ด้านหน้า ไม่ต้องมีกระเป๋าเหมือนสมัยก่อนแล้ว  ค่าโดยสารไปโกตาบารูคนละ ๕ เหรียญ (๕๐ บาท)  แม้ยังไม่ได้แลกเงิน ผมก็มีเงินริงกิตเตรียมไว้แล้ว เป็นธนบัตรเก่าเกือบ ๒๐ ปีใบละ ๑๐ ริงกิต คนขับรับเงินไปแล้วทอนให้ ๕ ริงกิต ด้วยธนบัตรรุ่นใหม่เป็นพลาสติกคล้ายของออสเตรเลีย…

จ่ายค่าโดยสารแล้ว…ผมหย่อนก้นลงตรงเบาะหน้า ประตูอัตโนมัติเลื่อนปิดตามหลัง ก่อนที่รถจะเคลื่อนออกไปตามถนน มุ่งหน้าสู่โกตาบารู…

2malaysia2

ผมเห็นป้าย Selamat Datang (ยินดีต้อนรับ) แว๊บ ๆ ผ่านตาในขณะที่รถเคลื่อนออกไป…

จดหมายจาก Cox’s Bazar

ที่มาของภาพ - wikipedia

ที่มาของภาพ – wikipedia

เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฏาคม ๒๕๒๖ ผมเขียนจดหมายจากบังกลาเทศเล่าให้แม่ฟังดังนี้…

ขณะนี้ผมกำลังนอนเขียนจดหมายอยู่บนที่นอนอันแสนสุขในโรงแรมไซมอนด์ ในเมืองค็อกซบาซาร์  ประเทศบังกลาเทศ   เป็นเวลา ๓-๔ วันแล้วที่ผมไม่มีโอกาสได้พบกับนักท่องเที่ยวฝรั่งเลย นอกจากชาวบังกลาเทศตัวดำ มีหนวด และส่งเสียงน่ากลัว นั่นเป็นเพราะว่าผมเดินทางลงใต้ซึ่งไม่มีนักท่องเที่ยวนิยมไปกัน เนื่องมาจากประเทศนี้เป็นประเทศยากจนและยังด้อยพัฒนา ที่นี่เงินมีค่ามาก ๑ ทากามีค่าเท่ากับ ๑ บาทของไทย แต่ว่าสามารถซื้อของได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ค่าอาหาร ๑ มื้อประมาณ ๔ บาท ชาร้อน ๑ ถ้วย ๑ บาท ค่ารถสามล้อ ๒-๓ บาท ค่าโรงแรม ๒๐ บาท ผมแลกเงินได้ ๑,๔๔๐ ทากา ใช้มาได้เป็นอาทิตย์แล้ว ยังเหลืออีกตั้ง ๕๗๐ ทากา  ดังนั้นผมจึงตัดสินใจพักที่โรงแรมชั้นดีในเมืองค็อกซบาซาร์สัก ๒ คืน โรงแรมนี้มีห้องอย่างดี เตียงคู่ ห้องน้ำอย่างดี มีสระว่ายน้ำด้วย ซึ่งถ้าเป็นเมืองไทยก็ประมาณคืนละ ๒๕๐ – ๓๐๐ บาท แต่ที่นี่คืนละ ๗๕ บาทเท่านั้น…

coxabazar1

พรุ่งนี้เช้าผมจะเดินทางกลับไปเมืองธากาซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนี้ แล้วเตรียมออกเดินทางต่อไปยังกัลกัตต้า ประเทศอินเดีย เครื่องบินจะออกจากธากาเวลาประมาณ ๑๐ โมงเช้า ใช้เวลาบินประมาณ ๑๐ นาทีก็ถึง เมืองกัลกัตต้าเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากจีน

coxabazar2

สรุปแล้ว ผมใช้เงินในพม่า ๑,๖๖๐ บาท และที่บังกลาเทศ ๑,๔๔๐ บาท ค่าใช้จ่ายในสองประเทศรวมเป็นเงิน ๓,๑๐๐ บาท  ผมได้รับความสำเร็จในการท่องเที่ยวครั้งนี้มาก ชนิดว่าคุย ๒ เดือนก็ยังไม่จบ ขอให้แม่อย่าได้เป็นห่วง….

coxabazar3

๒-๓ วันมานี้ ผมแฉลบออกนอกราง Freight train to Singapore ไปถึงบังกลาเทศโน่น (เพราะค้นเจอจดหมายถึงแม่)

พรุ่งนี้ค่อยว่าต่อเรื่องที่ผมเดินทางเข้า “โกตาบารู” นะครับ! 

พี่ Liakat Ali

bangladesh-stamp

เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฏาคม ๒๕๒๖ ผมเขียนจดหมายจากโรงแรม Ara Rail Gate, เมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ ส่งถึงแม่ที่เชียงใหม่… 

aerogram-from-bangladesh1

จดหมายเดินทางถึงเชียงใหม่วันที่ ๒๒ กรกฏาคม ใจความว่า…

ผมบินถึงประเทศบังกลาเทศแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้เวลาประมาณ ๒ ทุ่ม เครื่องบินจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า ถึงเมืองธากา โดยใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ผมได้ใช้เงินที่พม่าไปประมาณ ๑,๖๖๐ บาท และได้เที่ยวพม่าอย่างชนิดที่ว่าไม่มีนักท่องเที่ยวไหนจะมีโอกาสเท่าผม เมืองพม่าเป็นเมืองที่ดีจริง ๆ ทุกคนเป็นมิตร และให้ความสนใจกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผมซึ่งเป็นคนไทย ปกติแล้วคนไทยไปเที่ยวพม่าน้อยมาก มีคนหนึ่งบอกว่าในรอบ ๒ ปีเพิ่งเจอผมเป็นคนไทยเป็นคนที่ ๓  ส่วนคนขับรถม้าที่เมืองพุกาม บอกว่าผมเป็นคนไทยคนแรก ส่วนมากจะเป็นฝรั่งและญี่ปุ่น…

ผมมีโอกาสเที่ยวเมืองต่าง ๆ ในพม่า คือ ย่างกุ้ง, มัณฑะเลย์ และพุกาม ซึ่งเป็นเมืองที่สวยและให้ความประทับใจมาก ผมมีโอกาสรู้จักและสัมผัสกับชีวิตชาวพม่าอย่างเข้าถึงแก่น  ผมดีใจมากที่มีโอกาสได้เดินทางแบบนี้ ซึ่งน้อยคนจะได้เห็นอย่างผม เจ็ดวันในพม่า… มันช่างคุ้มค่าเหลือเกินสำหรับเงินและเวลาที่เสียไป

ตอนนี้ผมอาศัยอยู่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองธากา ซึ่งเป็นเมืองแขก ค่าโรงแรมที่อยู่นี่คืนละ ๘๐ บาท ส่วนค่าอาหารก็ถูกกว่าประเทศไทยเล็กน้อย

ผมจะอยู่ที่ประเทศบังกลาเทศ ๒ อาทิตย์ แล้วจะเดินทางเข้าสู่อินเดีย  ระหว่างอยู่ในบังกลาเทศ ผมจะเดินทางไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ด้วย….

 

นี่ซิครับ...ถึงจะเรียกว่ามึความสุข

นี่ซิครับ…ถึงจะเรียกว่ามึความสุข

ที่เมืองธากา ผมได้พี่ชายคนใหม่เป็นชาวบังกลาเทศ ชื่อ Liakat Ali  เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Dainik Purbanchal 

in_bangladesh

วันอีดหรือวันตรุษอีด เป็นวันเฉลิมฉลองในศาสนาอิสลาม โดยในวันนี้จะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น แต่งกายให้สะอาดเรียบร้อย ร่วมกันทำพิธีละหมาดวันอีดที่สนามหรือในมัสยิด เยี่ยมเยืยนญาติพี่น้อง รับประทานอาหารร่วมกัน เป็นต้น (ที่มา – วิกิพีเดีย)

อยากรู้ว่าปีนี้วันอีดตรงกับวันไหน…ผมเข้าไปหาคำตอบในเว็บ pantip.com   มีผู้เขียนไว้ว่า…

ถ้าเอาแบบแน่นอนก็ไม่ทราบหรอกครับเพราะต้องดูดวงจันทร์ก่อน  แต่ถ้าตามปฏิทินฮิจเราะฮ์ วันรายาอิดิลฟิตรีปีนี้  (1 เซาวัล ฮศ.1434) น่าจะตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2556 ครับ…

(ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณ “ลองตอบ”) 

เมื่อวันอีดที่ผ่านมา ผมก็ได้รับภาพจากพี่  Liakat ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง…

ผ่านมาแล้ว ๓ ทศวรรษแล้ว  พี่ Liakat ก็ยังดูไม่แก่เลยเลยนะครับ…

ali

อีกไม่นาน ผมคงมีโอกาสไปหาพี่ครับ…

ธรรมะจากแม่

๑๒ สิงหาคม วันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติ ผมขอเขียนถึงแม่อีกวันนะ…

เมื่อวานนี้ ผมเร่งมือทาสีผนังซึงอยู่ด้านหลังเวลาที่นั่งทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์  ไม่ได้ลงสีรองพื้นปูนเก่าเพราะมันเหม็นมาก ถ้ารองพื้นจะอยู่กันไม่ได้ ผมแค่ทาสีทนได้ ๒ รอบก็ใช้ได้แล้ว  ถ่ายรูปมาแล้วสีเพี้ยนครับ จริง ๆ แล้ว…มันเป็นสี “soft linen” คือเหลืองอ่อน มีเขียวผสมหลอกตาอยู่นิด ๆ ขึ้นอยู่กับปริมาณแสงที่เข้ามา…

ผมเจาะรูฝังพุกตัวเล็ก…แล้วนำรูปแม่มาแขวน

mom-day1

แสงใดก็ไม่เทียบเท่าแสงสว่างจากรอยยิ้มของแม่ปราณี…

mom-day2

ผมนำจดหมายซึ่งแม่เขียนเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๒๓ ออกมาอ่าน…

จดหมายฉบับนี้มี ๒ หน้า แม่เขียนเต็มทั้งสองหน้า ในหน้าแรกแม่บอกผมว่า…

….ตั้งแต่แม่มาศูนย์โยเร ทำให้แม่รู้สึกสบายใจมาก หน้าตาแจ่มใสขึ้น ข้อสำคัญเดี๋ยวนี้แม่ไม่คิดอะไรเลย แม่ได้เห็นประสบการ ได้ฟังญ่ี่ปุ่นอบรมเล่าประสบการให้ฟังหัวเราะกันใหญ่ ทำท่าทำทางไปด้วย…

letter-from-mom-23

แม่เขียนเรื่องเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ด้วย  เล่าให้ฟังถึงเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น  และแม่ยังบอกด้วยว่า “ทำดีได้ดี ถ้ายึดถือธรรมะ…ครอบครัวจะมีความสุข”

ผมหยิบกรอบรูปที่ใส่หนังสือจากองค์การศาสนาไคคิวเซเคียว แห่งประเทศไทย ซึ่งได้ออกให้แม่เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๒๔ มาทำความสะอาด ตัวหนังสือซึ่งเขียนด้วยปากกาเลือนไปจนอ่านแทบไม่ออก…

yore-cert0

ขณะมีชีวิตอยู่ แม่ร่วมก่อสร้างสวรรค์บนพื้นพิภพ แม่ทำบุญให้ทานตลอดมา จนวาระสุดท้าย…

วันนี้ผมคิดถึงแม่มาก ๆ ครับ…