วัดนางชี

บ่ายวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๕ หลังจากไปดูท่าเรือข้ามฟากในอดีตที่ริมคลองบางหลวง…ผมก็เบนเข็ม มุ่งหน้าไปตามถนนเทอดไท เพื่อเดินไปยัง “วัดนางชี” หรือชื่อเต็มว่า “วัดนางชีโชติการาม”

ระหว่างทาง…ผมหยุดถ่ายภาพอาคารบ้านเรือน ร้านค้า และผู้คนตามสองฟากถนนเทอดไทยเป็นระยะ ๆ ผมเพลิดเพลินจนลืมตัว เดินดูนั่นดูโน่น ไม่ทันได้ระวังตัว เอาหน้าผากไปชนกับปลายท่อเหล็กผ้าใบกันแดดหน้าร้าน ๆ นึงเข้าอย่างจัง ไม่มีปลอกยางใส่กันไว้…ท่อเหล็กกระทบหน้าผากของผมจนโน ปรากฏรอยบนหน้าผากเป็นรูปวงกลม และมีเลือดออกซิบ ๆ ผมรู้สึกเจ็บ แต่ก็ยังเดินต่อไป….

ผมต้องเดินข้ามสะพานที่เห็นข้างหน้า ถึงจะพบทางเข้าวัดนางชี ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือ

นั่นไง…ป้ายบอกทางเข้าวัดนางชีผืนเบ้อเริ่ม

ต้องเดินเข้าซอยไปอีกครับ….

ในเว็บ prapayneethai.com เขียนถึงประวัติของ “วัดนางชี” ไว้ว่า…

วัดนางชีเป็นวัดเก่า ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยไหน แต่สันนิษฐานได้ว่าเป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เจ้าพระยาพิชิตชัยมนตรีได้สร้างร่วมกับพระยาฤาชัยณรงค์ และออกหลวงเสนาสุนทร สาเหตุที่สร้างก็เนื่องมาจากแม่อิ่มลูกสาวของเจ้าพระยาพิชิตชัยมนตรีป่วย อย่างไม่รู้สาเหตุ จนกระทั่งมีชีปะขาวมานิมิตเข้าฝันให้เจ้าพระยาพิชิตชัยมนตรีแก้บนโดยให้ลูก สาวบวชชี ดังนั้นเมื่อแม่อิ่มหายป่วย เจ้าพระยาพิชัยมนตรีจึงให้ลูกสาวบวชชีพร้อมกับสร้างวัดนี้ วัดนี้ได้กลายเป็นวัดร้างในปลายแผ่นดินของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ (พระราชาธิราชที่ ๒) เพราะขาดการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งอาจจะเนื่องมาจากอยู่ระหว่างทำสงครามกับพม่าก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกครั้ง ที่ ๒ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ่อค้าสำเภาชื่อพระยาโชฏึกราชเศรษฐี ซึ่งเป็นพ่อค้าชาวจีนอาศัยอยู่ในแผ่นดินสยามได้เป็นผู้บูรณะและปฏิสังขรณ์ ขึ้นใหม่ทั้งวัด ได้ดัดแปลงและแก้ไขรูปทรงพระอุโบสถพระวิหารให้เป็นแบบจีน ประดับประดาด้วยเครื่องเคลือบ และนำตุ๊กตาหินแบบจีนและหินปูทางเดินมาจากเมืองจีนเพื่อมาทำการบูรณะ ปฏิสังขรณ์วัดนี้ นอกจากนี้ได้ถวายเครื่องใช้แบบจีนเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งเตียงไม้มะเกลือประดับลายหอยมุกและหินอ่อน ซึ่งเป็นของลูกสาวที่เสียชีวิตอยู่บนเตียงนี้เมื่ออายุประมาณ ๑๘ ปี ๑ หลัง เมื่อสร้างเสร็จได้ถวายวัดนี้แด่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเป็นพระ อารามหลวง ได้พระนามว่า “วัดนางชีโชติการาม” ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ พระยาราชานุชิต (จ๋อง) ได้บูรณะและปฏิสังขรณ์วัดนี้อีกครั้งและถวายเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ดังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้

ในอินเทอร์เน็ต เราสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ “วัดนางชี ภาษีเจริญ” ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตำแหน่งที่ตั้ง งานประเพณีชักพระ สิ่งที่น่าชม แ่ละอื่น ๆ ซึ่งจะไม่นำมาขยายต่อ วันนี้ผมแค่อยากจะนำภาพบางภาพที่ได้บันทึกไว้มาให้เพื่อนดู และบอกเพียงว่า “วัดนางชี” มีความผูกพันกับชีวิตของผมอย่างไร

ใน edtguide เขียนเกี่ยวกับวัดนางชีว่า “สิ่งที่สำคัญน่าชม ได้แก่ พระอุโบสถ หลังคาลด ๒ ชั้น สร้างในรัชกาลที่ ๓ ไม่มีช่อฟ้าใบระกา และหางหงส์ หน้าบันประดับด้วยกระเบื้องเคลือบจีน และพระปรางค์ฐาน ๘ เหลี่ยม…”

เมื่อผมเดินไปถึงสุดซอย ภาพของอุโบสถวัดนางชีก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า แต่ก่อนนั้น…บริเวณหน้ากำแพง (ตรงที่มีต้นไม้เล็ก ๆ ปลูกอยู่) จะมีเจดีย์ที่บรรจุอัฐิตั้งเรียงรายอยู่ หนึ่งในจำนวนนั้นเป็นเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของบรรพบุรุษของผม

ภาพซีเปียที่เห็นคือเจดีย์บรรจุอัฐิบรรพบุรุษ ที่ผมถ่ายไว้เมื่อ ๒๐ ปีก่อนเห็นจะได้

ปัจจุบันนี้ไม่มีให้เห็นแล้ว ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าย้ายเอากระดูกปู่ยาตายายไปเก็บไว้ที่ไหน!

ภาพฐานเจดีย์ซึ่งอยู่หน้าโบสถ์ ตรงเห็นเป็นสี่เหลี่ยมนั่นก็เหมือนกัน ข้างในเคยเป็นที่เก็บอัฐิของหลวงพ่อ วันที่เค้านำอัฐิของหลวงพ่อไปบรรจุไว้ในนั้น ผมก็อยู่ด้วย แต่วันนี้เข้าใจว่าคงจะถูกย้ายออกไปแล้ว ผมได้แต่ยกมือไหว้ทำความเคารพ…

ตั้งแต่สมัยเป็นหนุ่ม คุณพ่อของผมเคยบวชอยู่ที่วัดนางชี นานจนได้เป็นพระใบฏีกา ญาติผู้ใหญ่เคยเล่าให้ผมฟังว่าท่านเคยนำไม้ซุงต้นใหญ่ ๆ จากจังหวัดสุพรรณบุรีมาสร้างศาลาการเปรียญของวัดนางชี

ตอนที่มาเห็นวัดนางชีครั้งแรก ผมยังเคยไปดูที่ศาลาการเปรียญ เห็นเสาไม้ขนาดใหญ่หลายต้น ก็ยังคิดอยู่ในใจว่านี่หรือคือผลงานของคุณพ่อ…

วันนี้ผมอยากกลับมาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีศาลาการเปรียญเก่าของวัดนางชีให้เห็นอีกแล้ว มันถูกรื้อจนหมดสิ้น ตำแหน่งที่เคยตั้งอยู่…ผมยังไม่รู้เลยว่าเป็นตรงไหน!

ผมเดินตามทางเดินที่มีต้นไม้ครึ้ม ไปจนถึงกำแพงรั้วซึ่งอยู่ติดกับคลองด่านหรือคลองวัดนางชี…

ก่อนออกจากวัดนางชี ผมเดินไปถ่ายภาพเรือนไม้สองชั้นนี้ไว้ น่าจะเป็นกุฏิเจ้าอาวาส ที่ผมเชื่อเช่นนั้นก็เพราะพระพี่ชาย (ต่างมารดา) ของผมเคยบวชและรักษาการเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดนี้ ถ้าจำสถานที่ไม่ผิด…ผมเคยไปกราบนมัสการพระพี่ชายที่กุฏิหลังนี้แหละ จำได้ว่าวันนั้นผมพา “นาเบ้” เพื่อนชาวญี่ปุ่นไปขอพักอาศัยอยู่ด้วย (อยู่ได้ไม่นาน นาเบ้ก็ย้ายไปอยู่ที่สันติอโศก)

“อาบุญ” ของผมก็บวชอยู่ที่วัดนี้ ตั้งแต่หนุ่มจนย่างวัยกลางคน เคยมีคนพูดว่าท่านบวชนานจนสึกออกมาแล้วสวมกางเกงแทบไม่เป็น แถมยังบอกอีกด้วยว่าคุณอาสึกออกมาเพราะกลัวว่าเค้าจะให้เป็นเจ้าอาวาส เรื่องที่ได้ยินมานั้นจะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน…ผมก็ไม่อาจรู้ได้!

เท่าที่ผมได้มารู้มาเห็น…ทุกวันนี้ไม่มีสิ่งอื่นใดจากบรรพบุรุษซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในวัดนางชีอีกต่อไป!

ประตูถูกปิดสนิท ในชีวิต..ผมก็คงไม่มีโอกาสได้กลับมาเยือน “วัดนางชี” อีกแล้ว!!

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s